
ประชามติ รธน.ชี้การเมืองปี59
ประชามติ รธน.ชี้การเมืองปี 59 : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น
ย่างเข้าสู่ปีพุทธศักราชใหม่ 2559 การเมืองไทยจะเป็นอย่างไร ยังมีหลายปัจจัยเป็นตัวชี้วัด ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งการเคลื่อนไหวทางการเมืองจากกลุ่มอำนาจเดิม
แต่หนึ่งในนั้น ต้องมีเรื่องประชามติร่างรัฐธรรมนูญ อยู่ด้วยแน่นอน เพราะหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติ ก็จะเป็นย่างก้าวเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยปกติ แต่หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ก็เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จะเป็นผู้ตัดสินใจว่า จะให้ประเทศไทยเดินต่ออย่างไร
อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้ คงไม่มีใครที่สามารถฟันธงลงไปได้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านประชามติ เพราะขณะนี้เป็นเพียงการ “โยนหินถามทาง” ซึ่งเป็นเพียงข้อเสนอว่า ประเด็นนั้น จะต้องเป็นอย่างนั้น ประเด็นนี้จะต้องเป็นอย่างนี้ แต่ประเด็นของร่างรัฐธรรมนูญจะ “ตกผลึก” จริงๆ ก็ต่อเมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นและมีการเผยแพร่สู่สาธารณะ
ตาม “ปฏิทิน” ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะมีการเปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกต่อสาธารณชนในวันที่ 29 มกราคมนี้
แต่ก่อนหน้านั้น ระหว่างวันที่ 11-17 มกราคม คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะยกคณะไปประชุมนอกสถานที่กันที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยมีการเตรียมรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนไปพูดคุยกันต่อในการประชุมนอกสถานที่ดังกล่าว และจะเป็นการทบทวนร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้งเป็นรายมาตรา โดยจะแถลงให้สื่อมวลชนรับทราบรายวัน ซึ่งจะได้มีเสียงสะท้อนความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนกลับมา
จากนั้นภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 (หลังจากที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกต่อสาธารณชน) คสช. คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และบุคคลทั่วไป จะส่งความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอแนะ ระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์-20 มีนาคม
จากนั้น วันที่ 21-28 มีนาคม คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะตรวจสอบความสอดคล้องของถ้อยคำ
วันที่ 29 มีนาคม ร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ และวันที่ 30 มีนาคม มีพิธีส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญให้รัฐบาล
ต่อจากนั้นรัฐบาลก็จะนำร่างรัฐธรรมนูญส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับการจัดออกเสียงประชามติในเดือนกรกฎาคม 2559
และเมื่อถึงช่วงเวลานั้น อุณหภูมิทางการเมืองคงร้อนระอุ มีการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งก็เป็น “งานหนัก” ที่รัฐบาลจะต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้
รวมทั้งการที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญบางคนมีแนวคิดที่จะให้ “ฝ่ายทหาร” นำร่างรัฐธรรมนูญไปทำความเข้าใจกับประชาชน ก็อาจมีคนนำไป “จุดชนวน” ว่า เป็นการ “ชี้นำ” ในการลงประชามติ เพราะมีหลายฝ่ายมองว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะมีบทบัญญัติที่สืบทอดอำนาจให้ทหารไว้ในบทเฉพาะกาล



