ข่าว

7วันอันตรายอายุต่ำ20อุบัติเหตุยังไม่ลด

7วันอันตรายอายุต่ำ20อุบัติเหตุยังไม่ลด

05 ม.ค. 2559

7วันอันตรายอายุต่ำ20อุบัติเหตุยังไม่ลด

            รายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนล่าสุด ขององค์การอนามัยโลก (ฮู) ชี้ให้เห็นการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุยังเป็นปัญหาสำคัญ ทุกๆ 25 วินาที จะมีคนเสียชีวิต 1 คน หรือปีละ 1.25 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่อายุ 15-19 ปี ที่อุบัติเหตุทางถนนเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 มากกว่าสาเหตุอื่นๆ ทุกประเภท

            ประเทศไทย ฮูได้ประมาณการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุไว้สูงถึง 24,237 คน หรือคิดเป็น 36.2 คนต่อประชากรแสนคน สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศลิเบีย และเป็นอันดับ 1 ของประเทศที่มีคนตายจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์มากที่สุด

            ตัวเลขการตายที่คาดประมาณ พบว่าใกล้เคียงกับข้อมูล 3 ฐาน คือ จากบริษัทประกันภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และใบมรณบัตร มาเชื่อมโยงกัน โดยพบว่า ปี 2554 มีผู้เสียชีวิต 23,787 คน และเมื่อนำข้อมูลใบมรณบัตรระหว่างปี 2554-2557 มาวิเคราะห์ก็จะพบว่า กลุ่มเยาวชนอายุ 15-19 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอายุอื่น เฉลี่ยปีละ 1,688 ราย โดยมีสาเหตุหลักมาจาก “อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์”

            นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน บอกว่า 7 วันอันตราย ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่เพิ่งผ่านไปนี้ ตัวเลขความสูญเสียจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเยาวชนไม่ต่างจากปีที่ผ่านมาเท่าใดนัก โดย 1 ใน 4 ของผู้ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตยังเป็นเยาวชนที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี หรือเมื่อดูลึกลงไปอีกก็จะพบว่า มีเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี อยู่ถึง 12-13% ของยอดอุบัติเหตุทั้งหมด

            แน่นอนว่า อุบัติเหตุส่วนใหญ่นั้นเกิดจากรถจักรยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ หรือซ้อนท้ายเพื่อนหรือผู้ปกครอง

            นพ.ธนะวงศ์ บอกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเพราะประเทศไทยให้ความสำคัญในเรื่องการเรียนรู้ การเตรียมความพร้อมให้แก่เด็กในเรื่องใช้รถใช้ถนนในระดับที่ต่ำมาก

            ประเทศไทยปล่อยให้เด็กคุ้นชินกับความเสี่ยงในเรื่องการใช้รถใช้ถนนจนกลายเป็นเรื่องปกติ เด็กที่อายุยังน้อย ที่เมื่อซ้อนรถจักรยานยนต์ขาจะไม่ถึงพื้น ทำให้ประคองตัวบนรถจักรยานยนต์ไม่ได้ ความปลอดภัยเดียวที่มีคือเกาะเอวผู้ปกครอง หรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไว้ให้แน่น แต่เด็กในวัยนี้ส่วนใหญ่จะมีเป้ มีกระเป๋าหนัก ไปโรงเรียนตอนเช้าก็ไม่รู้จะง่วงหรือไม่ หนำซ้ำบางรายยังไม่สวมหมวกกันน็อกอีก โอกาสเกิดอุบัติเหตุจึงมีอยู่สูง

            ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน บอกว่า เด็กเหล่านี้ เมื่อโตขึ้นมาจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะไม่ได้รู้สึกว่า รถจักรยานยนต์นั้นมันมีอันตราย ไม่ได้รู้สึกว่า การไม่สวมหมวกกันน็อก ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะไม่เคยได้รับการปลูกฝังมาก่อน

            อย่างไรก็ตาม นพ.ธนะวงศ์ บอกว่า ยังไม่สายที่จะหันมาหาทางแก้ปัญหานี้ร่วมกัน เพื่อลดการสูญเสียในอนาคตข้างหน้า โดยทุกฝ่ายต้องช่วยกัน โดยเฉพาะโรงเรียน จะต้องเพิ่มเวลาเรียนรู้ในเรื่องนี้ให้แก่เด็ก แต่ไม่ใช่ให้ไปท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง แต่ต้องให้เด็กเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ให้มาทดลอง หรือให้ร่วมกับเพื่อนรณรงค์การป้องกันอุบัติเหตุ การสวมหมวกนิรภัย

            ในส่วนของครูก็ต้องจัดหาสื่อการเรียนรู้ หาบทความที่น่าสนใจ เพื่อกระตุ้นให้เด็กสนใจและมองเห็นภัยใกล้ตัวที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยใช้ช่วงเวลาลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ที่กระทรวงศึกษาธิการทำโครงการนำร่อง 3,500 โรงเรียน ก็จะเป็นจังหวะที่ดี

            นพ.ธนะวงศ์ กล่าวว่า ที่สำคัญก็คือ เด็กจะต้องได้รับการเรียนรู้ด้วยว่า หากไม่เห็นอันตรายจากการละเลยสวมหมวกกันน็อก หรือกฎจราจรแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เด็กเท่านั้นที่น็อก หากแต่ครอบครัวก็น็อกตามไปด้วย เพราะพ่อแม่ก็ต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลเจ้าชายนิทรา ซึ่งนับเป็นความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้

            ข้อมูลจากรายงานสถานการณ์การบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิตจากสาเหตุภายนอก กรมควบคุมโรค ปี 2548-2553 ระบุว่า เด็กไทยเริ่มขับขี่รถจักรยานยนต์ตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป ซึ่งตามกฎหมาย ผู้ที่สามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ต้องมีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีใบอนุญาตขับขี่ และมีข้อบังคับว่าช่วงอายุ 15-18 ปี สามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เครื่องยนต์มีขนาดไม่เกิน 110 ซีซีเท่านั้น