
ปลูกฝั่งการออมแต่เยาว์วัย
05 ม.ค. 2559
ปลูกฝั่งการออมแต่เยาว์วัย : ไลฟ์สไตล์
ใกล้วันเด็กแล้ว คุณพ่อคุณแม่ต่างกำลังวางแผนพาลูกๆ ไปเที่ยว หรือให้ของขวัญชิ้นโปรด เพื่อให้พวกเขามีความสุข แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือ การให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า เงินทองที่พ่อแม่นำมาใช้จ่ายให้กับพวกเขานั้น มาจากการทำงาน ขยันอดออม และลงทุนให้งอกเงย เพื่อเป็นพื้นฐานให้พวกเขาได้เรียนรู้และฝึกฝนนำไปใช้ตั้งแต่เด็กๆ จนกลายเป็นรากฐานที่สร้างความมั่นคงให้กับพวกเขาเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่และถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ธนาคารกสิกรไทย โดยบริการ K-Expert ที่ปรึกษาด้านการเงิน ขอนำเสนอแนวทางฝึกฝนเรื่องเงินทองให้กับเด็กๆ ต้อนรับวันเด็กปี 2559
โดย ศาสตรา มังกรอัศวกุล ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล กล่าวว่า ควรสอนให้เด็กๆ จัดการเงินด้วยตัวเอง ให้เงินลูกใช้จ่ายเป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือน เพื่อให้ลูกรู้จักประเมินว่าตัวเองควรออมเงินและใช้จ่ายอย่างไร เช่น ให้เงินลูกเป็นรายสัปดาห์ สัปดาห์ละ 100 บาท นั่นหมายความว่า เฉลี่ยแล้วไม่ควรใช้เกินวันละ 20 บาท พ่อแม่อาจแนะนำลูกว่า หากวันใดใช้เกิน 20 บาท ก็ควรลดค่าใช้จ่ายของวันถัดไป ซึ่งวิธีเช่นนี้จะช่วยให้ลูกสามารถบริหารเงินรายรับได้เพียงพอตลอดทั้งสัปดาห์
ให้เด็กรู้จักบัญชีเงินฝากและดอกเบี้ย เมื่อลูกมีเงินเก็บหลักร้อยหรือมากถึงหลักพัน ก็ควรพาลูกไปเปิดบัญชีออมทรัพย์ในชื่อของเขาเอง ลูกจะได้เกิดความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของบัญชีด้วยตัวเอง นอกจากนี้ การฝากเงินกับธนาคารทำให้เงินงอกเงยขึ้นจากดอกเบี้ยเงินฝาก ยิ่งฝากนานก็ยิ่งได้ดอกเบี้ยมากขึ้น และอยากได้ ให้เก็บออม เมื่อได้รับเงินค่าขนม เด็กๆ มักจะใช้เงินที่มีจนหมด และไม่เหลือเก็บออม และบางครั้งร้องขอให้ซื้อสิ่งของให้ พ่อแม่จึงควรกำหนดเป้าหมายกับเด็กๆ และสอนให้พวกเขาออมเงินโดยออมก่อนใช้ เช่น ถ้าลูกอยากได้จักรยานราคา 1,500 บาท พ่อแม่อาจช่วยออกเงินให้ลูกส่วนหนึ่ง และที่เหลือให้ลูกเริ่มต้นเก็บเงิน เช่น หักจากเงินค่าขนมประจำสัปดาห์จำนวนหนึ่งเพื่อเก็บเงินไว้ซื้อจักรยาน ซึ่งจะทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจกับของที่ซื้อได้ด้วยเงินเก็บของตัวเอง
“อีกเรื่องที่อยากแนะนำคือ ขยันไว้เพื่อได้เงิน ควรสอนให้ลูกๆ ทำงานเพื่อแลกเงิน สอนลูกให้เรียนรู้การทำงาน ถ้าลูกยังเล็ก ลองฝึกเด็กๆ หัดทำงานบ้าน โดยให้เงินค่าจ่างเล็กๆ น้อยๆ เช่น ถ้ากวาดบ้านถูพื้นเสร็จหมดแล้วจะได้เงินกี่บาท การให้ลูกได้มีส่วนร่วมในงานบ้านและต้องใช้แรงงานเพื่อให้ได้เงินเพิ่มนั้น จะช่วยให้ลูกเห็นคุณค่าของเงินมากขึ้น และได้รับรู้ถึงความลำบากของพ่อแม่ในการทำงาน” ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคลกล่าว
พร้อมกันนี้ยังแนะนำด้วยว่า ให้สอนเรียนรู้การแบ่งปัน รู้จักรับและให้ เมื่อเด็กๆ มีวินัยในการใช้จ่ายเงินที่ดีแล้ว ควรฝึกให้เด็กๆ เรียนรู้คุณค่าของการแบ่งปันให้กับผู้ด้อยโอกาส เช่น เมื่อมีของเล่นที่ไม่ใช้แล้ว ควรนำของเล่นเหล่านี้ไปบริจาคให้แก่ผู้ด้อยโอกาสตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า หรือ เด็กพิการ นอกจากจะใช้ของเล่นที่มีอยู่ให้คุ้มค่าแล้ว ยังสอนให้พวกเขารู้จักการแบ่งปันให้กับคนอื่น เห็นคุณค่าของตัวเองที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมและสามารถช่วยเหลือคนอื่นๆ ในสังคมได้แม้จะเป็นเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง



