ข่าว

ยธ.จ่อชงคสช.‘เมาขับยึดรถ’ถึงสงกรานต์

ยธ.จ่อชงคสช.‘เมาขับยึดรถ’ถึงสงกรานต์

04 ม.ค. 2559

ยธ.จ่อชงคสช.‘เมาขับยึดรถ’ถึงสงกรานต์ โคราชถกเครียดปีใหม่แชมป์ตาย 15 ราย ชี้หลากหลายปัญหา รถติดยาวสะสมมากกว่าทุกเทศกาล ผู้โดยสารตกค้างที่บขส. 17 ชม.

            4ม.ค. 59 นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงมาตรการยึดรถผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับ ซึ่งนำมาใช้เป็นครั้งแรกปีใหม่นี้ และปรากฎเป็นผลดีได้รับการตอบรับจากสังคม มีรถถูกยึดกว่า 4,000 คัน โดยกระทรวงยุติธรรม จะเสนอรูปแบบการคุมประพฤติเพิ่มความรับผิดชอบผู้ใช้รถใช้ถนนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากจะมีการใช้มาตรการยึดรถอย่างต่อเนื่องไม่เฉพาะเทศกาล ต้องมีการวางแนวปฏิบัติให้มีหลักเกณฑ์ นอกเหนือจากการใช้ดุลยพินิจ เพื่อป้องกันการทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่เจ้าพนักงาน โดยจะมีการเสนอให้ขยายเวลามาตรการยึดรถไปจนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์และต่อจากสงกรานต์ไปอีก 7 เดือน โดยส่วนใหญ่ที่เกิดอุบัติเหตุพบว่า มาจากเมาแล้วขับอันดับหนึ่ง และขับรถเร็วรองลงมา ซึ่งช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุมีส่วนสำคัญประเมินได้ว่า เกิดความสูญเสียอย่างไร

            ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า ช่วง 7 วันอันตราย ที่ผ่านมา มีความชัดเจนของข้อมูลที่นำไปวิเคราะห์และประเมินแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งด้านนโยบายและด้านยุทธศาสตร์ เพราะขณะนี้ มีข้อมูลแล้วว่า ปัญหาอยู่ในพื้นที่ใด โดยไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมาย แต่จะใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะช่วงเวลาเดินทางไปกลับตั้งแต่ 27-31 ธ.ค. และช่วงเดินทางกลับเข้ากรุง 29 ธ.ค.-2 ม.ค. สถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลง การสกัดกั้นจึงต้องใช้วิธีที่เหมาะสม เช่น มาตรการควบคุมร้านเหล้า ในช่วงเทศกาลจะไม่ห้ามขาย แต่เข้มงวดช่วงเวลาขาย เช่น ตั้งแต่ 12.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น. และไม่ขายให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 20 ปี และจะทำการยึดรถผู้ที่เมาแล้วขับ จากสถิติปี 58 มีรถจดทะเบียนเพิ่ม ร้อยละ 36 สถิติการเกิดอุบัติเหตุเป็นรถปิกอัพและมอเตอร์ไซด์ ผู้เสียชีวิต อายุ เฉลี่ย 25-49 ปี แต่กลับพบว่าผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชน


โคราชถกเครียดแชมป์ตาย-ติดยาว-ตกค้าง
           
            ที่ห้องประชุมมูลนิธิท้าวสุรนารี ชั้นล่างศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มกราคม  2559 นายสุรพันธ์ ดิสสะมาน รอง ผวจ.นครราชสีมา พร้อมนายสุเทพ รื่นถวิล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) นครราชสีมา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือ เพื่อปรับยุทธศาสตร์การดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ บรรยากาศค่อนข้างเคร่งเครียด เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมา มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ฯ รวม 15ราย ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย แต่ละหน่วยงานจึงเสนอมาตรการ เพื่อให้ผลการปฏิบัติร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการมาด้วยดี โดยต้องการให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากกว่านี้

            นายสุเทพ กล่าวว่า ยอดรวมมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทั้งสิ้น 82 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 15 ราย ผู้บาดเจ็บ 76 ราย สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยง ผู้ขับขี่เมาสุราและขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด รวมทั้งขับสวนเลน เดชะบุญไม่มีอุบัติเหตุหมู่หรือกับรถโดยสารสาธารณะ ส่วนมาตรการยึดยานพาหนะ ผู้ขับขี่เมาสุรา ด่านตรวจ 78 จุด ได้ดำเนินการยึดทั้งสิ้น 188 คัน เฉพาะเมื่อวานนี้ (3 มกราคม ) ยึด 97 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ 89 คัน และรถยนต์ส่วนบุคคล 8 คัน ภาพรวมปัญหาการจราจร บนทางหลวง304ถนนราชสีมา-กบินทร์บุรี ซึ่งเป็นเส้นทางไปแหล่งท่องเที่ยวในเขต อ.ปักธงชัย และ อ.วังน้ำเขียว พบยานพาหนะคับคั่ง เคลื่อนตัวช้าสลับหยุดนิ่งติดสะสมช่วงทางขึ้นเขากิโลเมตร 79 เป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร สาเหตุผู้ใช้รถใช้ถนน ต้องการหลีกเลี่ยงการจราจรคับคั่งบนเส้นทางหลัก ถนนมิตรภาพ จึงเปลี่ยนมาใช้เส้นทางดังกล่าวแทน พร้อมถือโอกาสจอดแวะพักผ่อนและซื้อของฝากพืชผักปลอดสารพิษในเขต อ.วังน้ำเขียว แม้นเปิดทางพิเศษ ให้รถสวนกัน จึงสามารถบรรเทาปัญหาได้ในระดับหนึ่ง และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับลง ทำให้มีรถยนต์ส่วนบุคคลแล่นสัญจรมากกว่าทุกเทศกาล ทำให้เกิดปัญหารถติดขัดมากที่สุดในรอบหลายๆปี ซึ่ง เส้นทางหลัก ถนนมิตรภาพ ต้องเปิดทางพิเศษให้รถแล่นสวนกัน รวม6จุด ใช้เวลาเปิดประมาณ16ชั่วโมง สถานการณ์จึงคลี่คลาย

            นายชาติชาย ยุวชิต นักวิชาการขนส่งชำนาญการพิเศษ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สถานการณ์ที่สถานีขนส่งนครราชสีมา แห่งที่2ร่วม17ชั่วโมง หรือเวลาประมาณ 04.00 น. จึงสามารถระบายผู้โดยสารตกค้าง ซึ่งเป็นกลุ่มที่รอขึ้นรถร่วมโดยสารสาย21นครราชสีมา-กรุงเทพ ฯ ได้ทั้งหมด

            “ระยะทาง 256 กิโลเมตร ระหว่างจังหวัดนครราชสีมาถึงสถานีขนส่งกำแพงเพชร2กรุงเทพ ปกติใช้เวลาไม่เกิน4ชั่วโมง สภาพจราจรติดขัด เฉพาะขาล่อง มุ่งหน้ากรุงเทพ ฯ ใช้เวลากว่า8ชั่วโมง ประกอบกับประชาชนแห่มาใช้บริการพร้อมๆกัน แม้นให้บริการเต็มพิกัด399เที่ยว โดยมีผู้โดยสารร่วม2หมื่นคน แต่จำนวนรถโดยสารซึ่งต้องหมุนเวียนไปกลับตลอด ไม่เพียงพอกับความต้องการ รวมทั้งพนักงานขับรถ ร่างกายไม่พร้อมได้ขอนอนพัก เนื่องจากต้องเผชิญปัญหากับรถติดและเครียดกับการเดินทางไปกลับร่วม12ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์ได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว”นายชาติชายกล่าว