ข่าว

‘ปรีชา’ขี้สอบ‘ราชภักดิ์’กห.ไม่ได้หาคนผิดแต่หาข้อเท็จจริง

‘ปรีชา’ขี้สอบ‘ราชภักดิ์’กห.ไม่ได้หาคนผิดแต่หาข้อเท็จจริง

04 ม.ค. 2559

“ปรีชา”ระบุผลสอบราชภักดิ์”กลาโหมไม่ได้หาคนผิด แต่เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริง เชื่อ“อุดมเดช”ไม่ทุจริตเป็นคนตั้งใจทำงาน ระบุไม่จำเป็นต้องทำหนังสือปกข่าวชี้แจงสังคม


          วันที่ 4 มกราคม 2559 เมื่อเวลา 08.30 น.ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่จะต้องนำผลการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ส่งให้กับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า คงไม่เกี่ยวกัน เพราะผลสอบดังกล่าวต้องส่งให้กองทัพบก ในส่วนของสตง.จะเข้ามาตรวจสอบอยู่แล้ว คงไม่จำเป็นต้องส่ง ยืนยันว่าการตรวจสอบดังกล่าวไม่ใช่เป็นการหาผู้กระทำความผิด ซึ่งคณะกรรมการฯได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกเรื่องแล้ว ส่วนการดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้ความเป็นธรรมกับพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะประธานมูลนิธิราชภักดิ์ หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ส่วนที่ฝ่ายการเมืองยังหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาโจมตีอยู่นั้นยอมรับว่ายังมีคนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง 
 
         “เท่าที่ผมได้สัมผัสช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกของพล.อ.อุดมเดชนั้น เป็นคนที่มีความตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าจะมีการทุจริตนั้นคิดว่าไม่น่าจะมี สำหรับในตัวของท่านเอง เพราะท่านเป็นคนมีความตั้งใจในการทำงาน ส่วนคนอื่นจะทุจริตหรือไม่นั้น ผมไม่ทราบ ยืนยันว่าในส่วนของพล.อ.อุดมเดชไม่น่าจะมี อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่คณะกรรมการฯได้ออกมาแถลงข่าวแล้วถือว่าทุกภาคส่วนก็ได้รับทราบ ไม่จำเป็นต้องทำหนังสือปกขาวเพื่อชี้แจงอีก คงจะเหลือเพียงแค่ประเด็นเดียวคือการหาคนผิด แต่ประเด็นดังกล่าวคิดว่าหน่ายงานที่เกี่ยวข้องคงเข้ามาดำเนินการ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา เพราะโครงการอุทยานราชภักดิ์เป็นโครงการเร่งด่วน ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 8 เดือน” พล.อ.ปรีชา กล่าว
 
          ด้านพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ กล่าวถึงกรณีที่ยังมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการใช้งบกลางในการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ที่นำไปรวมกับงบบริจาคว่า  เป็นเพียงการชี้แจงให้เห็นงบที่ใช้ในการดำเนินการ แต่ไม่ได้นำมารวมกัน ซึ่งงบทั้งสองส่วนนี้แยกกันชัดเจนอยู่แล้ว เพียงแต่คณะกรรมการฯต้องการชี้ให้เห็นว่าเป็นงบที่ใช้ในโครงการดังกล่าว ซึ่งงบกลางตามที่ได้ชี้แจงไปก็ได้นำไปก่อสร้าง 5 รายการเกี่ยวกับการก่อสร้างรอบฐานอนุสาวรีย์และรั้ว ส่วนงบของโรงเรียนนายสิบก็เป็นส่วนของโรงเรียนนายสิบ 
 
          ส่วนที่ฝ่ายการเมืองตั้งข้อสังเกตว่าการนำงบกลางมาใช้มีความไม่เหมาะสมนั้น งบกลางใช้ในเรื่องของสนับสนุน แต่งบที่ใช้จริงคืองบที่ได้มาจากการบริจาค พื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ของโรงเรียนนายสิบ เพราะฉะนั้นโรงเรียนนายสิบที่กองทัพบกใช้ก็จะได้รับผลประโยชน์ไปด้วย ทั้งนี้ผลสอบดังกล่าวฯได้นำเรียนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหมไปแล้ว ในส่วนของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมก็สามารถเข้ามาดำเนินการได้ พร้อมทั้งยืนยันว่าในส่วนของงบกลางก็สามารถใช้ได้ สำหรับความพึงพอใจต่อผลตอบรับภายหลังการแถลงข่าวนั้นต้องดูความคิดเห็นจากหน่วยงานอื่นด้วย เช่น สตง.




“บิ๊กติ๊ก”นำขรก.กห.ตักบาตรปีใหม่ขอกำลังพลยึดมั่นพระราชดำรัส
 
          เมื่อเวลา 07.30 น.  ที่ลานอเนกประสงค์ภายในกระทรวงกลาโหม พล.อ.ปรีชา เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรอาหารแห้งพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 89 รูป เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่ 59 และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยมีนางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภรรยาของ พล.อ.ปรีชา ในฐานะนายกสมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รองปลัดกระทรวงกลาโหม และข้าราชการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
 
          ทั้งนี้ พล.อ.ปรีชา กล่าวให้โอวาทกำลังพลตอนหนึ่งว่า ขอสวัสดีปีใหม่ทุกคน วันนี้ขอขอบคุณที่มาร่วมกันทำบุญตักบาตร คนเราเกิดมาต้องขยันทำบุญ ขอให้พวกเราทุกคนมีความตั้งใจทำงานในกระทรวงกลาโหมที่มีทหารถึง 3 เหล่าทัพด้วยความสามัคคีที่คือพลัง พร้อมทั้งขอให้น้อมนำพระราชดำรัสของในหลวง และทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งคำพูดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่ให้ทุกคนทำความดีเพื่อเป็นเกราะกำบังและเป็นภูมิคุ้มกัน ขอให้ทุกคนปฏิบัติตาม
 
          จากนั้นพล.อ.ปรีชา ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า กระทรวงกลาโหมเชิญชวนประชาชนร่วมกันส่งของขวัญให้แก่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดนตามนโยบายของกระทรวงกลาโหมที่ดำเนินการต่อเนื่องมานาน โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผ่านมากระทรวงกลาโหมได้ให้ทางเหล่าทัพดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน ทั้งนี้ในช่วงปีใหม่กระทรวงกลาโหมได้ส่งสารและส.ค.ส.ให้กับหน่วยทหารที่อยู่ชายแดน รวมถึงหน่วยทหารที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าปีใหม่ปีนี้เหตุการณ์เรียบร้อย เพราะได้รับการช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในเรื่องการบูรณาการการทำงาน โดยกระทรวงกลาโหมจะกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ตามนโยบายของรัฐบาลและคสช. ซึ่งหน่วยปฏิบัติงานก็คือกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพที่ต้องร่วมกันปฏิบัติงานดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศพร้อมกับประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ