ข่าว

กลับกรุงหลังฉลองปีใหม่ติดทุกทิศ

กลับกรุงหลังฉลองปีใหม่ติดทุกทิศ

03 ม.ค. 2559

กลับกรุงหลังฉลองปีใหม่ติดทุกทิศ สายเอเชียช่วงอ่างทองรถชลอตัว นครสวรรค์เปิดช่องทางพิเศษเพิ่ม สายอีสานติดหนักคาดถึงตี3

           เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2559  เวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบสภาพการจราจรบนถนนสายเอเซียช่วงจังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่เขตรอยต่อเขต อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี จนถึงเขตรอยต่อ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ช่วงขาเข้ากรุงเทพฯ ระยะทางยาวกว่า 20 กิโลเมตร พบว่าการจราจรยังมีคงมีปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทางการจราจร

           แต่ที่สำคัญหลังจากเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาจังหวัดนครสวรรค์เปิดช่องทางการจราจรพิเศษจากจังหวัดนครสวรรค์ถึงจังหวัดชัยนาท เพื่อระบายรถที่เดินทางกลับจากภาคเหนือ เพิ่มอีก 1 ช่องทางจราจร ส่งผลให้ปริมาณรถบนถนนสายเอเชียช่วงจังหวัดอ่างทองสะสมมากขึ้น ใช้ความเร็วได้น้อยลง และเมื่อตรวจสอบขึ้นมาเรื่อย ๆ พบว่าการจราจรชะลอตัวสะสมมากขึ้น จากช่วงหลักกิโลเมตรที่ 67 ในเขตรอยต่อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ขึ้นมาจนถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 55 ในเขต ต.ตลาดกรวด อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง เป็นที่ตั้งของบ้านหุ่นเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดอ่างทองที่ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเซีย โดยที่บ้านหุ่นเหล็กนั้น มีหุ่นเหล็กขนาดใหญ่ตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก รถที่สัญจรผ่านส่วนใหญ่จะชะลอตัวเพื่อดูหุ่นเหล็ก

           ส่งผลให้การจราจรบนถนนสายเอเชียในช่วงจังหวัดอ่างทองที่รถมีปริมาณมากและชะลอตัวสะสมอยู่แล้วนั้น กับสะสมเพิ่มมากขึ้นยาวกว่า 10 กิโลเมตร และเมื่อการจราจรพ้นช่วงบ้านหุ่นเหล็กไปแล้ว รถเริ่มใช้ความเร็วได้มากขึ้น การสะสมของรถเริ่มลดลง แต่ยังคงมีปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทางเช่นเดิม นอกจากนั้น รถที่เข้าออกตามบริเวณจุดพักรถ และปั้มน้ำมัน หรือทางร่วมทางแยกก็เป็นอีกจุดสำคัญที่ส่งผลให้การจราจรชะลอตัวเช่นกัน

           ส่วนการจราจรในตัวเมืองจังหวัดอ่างทอง บริเวณสี่แยกไฟแดงกลางเมืองอ่างทอง ซึ่งเป็นทางแยกที่รถที่เดินทางบนถนนสาย 309 อ่างทอง-สิงห์บุรี(สายเก่า) มาจากนครสวรรค์แล้วเลี่ยงผ่านจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี และมาบรรจบเข้าอ่างทองที่ตรงสี่แยกไฟแดงก่อนที่จะเดินทางออกสายเอเซีย การจราจรมีปริมาณหนาแน่นเช่นกัน

           เช่นเดียวกับบริเวณบริเวณแยกสัญญาณไฟป่าโมก ในอ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่รถที่สัญจรมาจากถนนสาย 309 มาจากสิงห์บุรี สามารถผ่านจังหวัดอ่างทอง เข้า อ.ป่าโมก ไปออกจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือเพื่อไปยังบางบัวทอง และเข้ากรุงเทพฯ ปริมาณรถมีจำนวนมาก แต่ไม่ชะลอตัว สามารถเคลื่อนตัวได้ ซึ่งทุกเส้นทางการจราจรในเขตจังหวัดอ่างทองเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวง และเจ้าหน้าที่กู้ภัย รวมทั้งศูนย์ร่วมด้วยช่วยกันของวิทยาลัยเทคนิคอ่างทอง ก็ยังคงระดมกำลังกันปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกและช่วยเหลือผู้ใช้รถใช้ถนนกันอย่างเข้มแข็ง


อีสานทะลักกลับกรุงรถแน่นถนนสาย348คาดติดหนักถึงตี3

           ประชาชนจากหลายจังหวัดทางภาคอีสานตอนล่างต่างพากันนั่งรถยนต์ส่วนตัวและรถเช่าเหมาคันเพื่อเดินทางกลับไปทำงานยังกรุงเทพมหานคร และจังหวัดทางภาคกลางเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นวันหยุดสุดท้ายในช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2559 ส่งผลให้ถนนสาย 348 มุ่งหน้าสู่จังหวัดภาคตะวันออกและภาคกลาง มีปริมาณรถหนาแน่นกว่าทุกวันที่ผ่านมา ทำให้การจราจรติดขัดรถเคลื่อนตัวได้ช้า และก่อนจะถึงทางลงเขาช่องตะโกซึ่งเป็นถนนเชื่อมต่อระหว่าง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ กับ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ได้มีรถจอดติดสะสมตั้งแต่เวลา 10.00 น. จนถึงช่วงค่ำของวันนี้ก็ยังมีปริมาณรถหนาแน่น จอดติดยาวเหยียดตั้งแต่บริเวณด่านตรวจบ้านหนองเสม็ดไปจนถึงบ้านฐานเจ้าป่า ต.ลำนางรอง ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร จากเมื่อวานนี้มีรถจอดติดยาวเกือบ 10 กิโลเมตร ตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันไปจนถึง 03.00 น.

           อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนดินแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง และทหาร จะร่วมกันอำนวยการจราจรเป็นระยะๆ และมีการเปิดช่องทางพิเศษเป็นระยะทาง 20 กิโลเมตร ช่วงทางลงเขาช่องตะโกโดยปล่อยให้รถวิ่งที่ละฝั่ง ๆละประมาณ 30 นาที เพื่อระบายรถไม่ให้ติดขัด แต่ก็ยังมีรถเดินทางมาอย่างเรื่อยๆ และจอดติดสะสมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดการณ์ว่าถนนสาย 348 ดังกล่าวจะมีปริมาณรถหนาแน่นไปตลอดทั้งคืนนี้ ซึ่งอาจจะทำให้ประชาชนเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางล่าช้ากว่าปกติ

           ทั้งนี้ช่วงเย็นที่ผ่านมาหากผู้ใช้รถสายอีสานใช้เส้นทางเลี่ยงสะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วง อ.ประคำ จ.นครราชสีมา ควรใช้เส้นทางไป อ.ชัยบาดาล เมื่อเข้าหม่องค่อม เข้า อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี แม้ จะติดบ้างควรใช้เส้นทางเข้าพระพุทธบบาท เข้าตัวเมืองลพบุรีเข้าสายเอเชีดรถจะไม่ติดถึงกรุงเทพฯประมาณ 20.00น.


ด่านเก็บเงินธัญบุรีรถหนาแน่น

           เมื่อเวลา 16.30 น.  ประชาชนทยอยเดินทางกลับหลังปีใหม่ ทำให้มีรถเริ่มสะสม แต่ยังเคลื่อนตัวได้อย่างช้าๆ ที่บริเวณถนนกาญจนาภิเษก ทางหลวงหมายเลข 9 มอเตอร์เวย์ ฝั่งตะวันออก หลักกิโลเมตรที่ 25 หน้าด่านเก็บเงินธัญบุรี มุ่งหน้าบางนา-ชลบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังจากที่ประชาชนต่างเดินทางกลับจากทางภาคเหนือและภาคอีสาน เพื่อมุ่งหน้าไปบางนา-ชลบุรี ทำให้มีรถติดขัดกันเป็นจำนวนมาก หากเลยหน้าด่านเก็บเงินไปแล้ว รถเริ่มคล่องตัว และคาดว่าในค่ำคืนนี้ จะมีประชาชนเดินทางกลับอีกเป็นจำนวนมาก

 

สายตะวันออกจราจรเริ่มเบาบางใกล้ค่ำ
 
           ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรบนถนนสายสำคัญซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมผ่านมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ และเขตย่านอุตสาหกรรมสำคัญในภาคตะวันออก ผ่านพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ว่า สภาพการจราจรบนถนนหลายสายเริ่มมีปริมาณรถยนต์ที่เดินทางผ่านพื้นที่ลดลง เนื่องจากเชื่อว่าในช่วงท้ายของเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมานั้น ประชาชนบางส่วนได้พากันทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อช่วงวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ไปบ้างแล้วบางส่วน
 
           จึงทำให้ในวันนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลวันหยุดยาวนั้น การเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ ทางด้านขาเข้าเริ่มคล่องตัว โดยเฉพาะบนถนนสายมอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-พัทยา ทางหลวงพิเศษสาย 7 ด้านขาเข้านั้น มีสภาพการจราจรที่คล่องตัว โดยผู้ที่ใช้เส้นทางสามารถใช้ความเร็วได้มากถึง 70-80 กม.ต่อชั่วโมง ขณะที่การจราจรบนถนนสาย 314 ฉะเชิงเทรา-บางปะกง ก่อนเชื่อมต่อขึ้นสู่มอเตอร์เวย์นั้น มีรถมาก โดยมีผู้ใช้เส้นทางขับเข้ามาเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ตามจังหวะของสัญญาณไฟจราจรตามทางแยกในแต่ละจุด โดยผู้ใช้เส้นทางสามารถใช้ความเร็วได้ประมาณ 70 กม. ต่อชั่วโมง
 
           ขณะที่เส้นทางสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี ด้านฝั่งขาเข้านั้น มีรถสะสมเป็นจำนวนมากตรงบริเวณจุดตัดทางแยก เช่น ที่บริเวณสี่แยกสัญญาณไฟบางคล้า และสี่แยกสัญญาณไฟจราจรพนมสารคาม มีรถติดขัดสะสม และจอดรอสัญญาณไฟเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อผู้ใช้เส้นทางขับผ่านเลยจากทางแยกสัญญาณไฟจราจรมาแล้ว สามารถเคลื่อนตัวได้แบบต่อเนื่อง โดยสามารถใช้ความเร็วได้ประมาณ 50-60 กม. ต่อชั่วโมง
 
           ส่วนเส้นทางถนนสาย 331 กบินทร์บุรี-สัตหีบ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังนิคมอุตสาหกรรมย่านต่างๆ ในเขตภาคตะวันออก ทั้งในแถบ จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง นั้น บนเส้นทางในเขตพื้นที่ สภ.หนองแหน และ สภ.แปลงยาว นั้น มีรถมากแต่การจราจรคล่องตัว สามารถใช้ความเร็วได้ 60-70 กม.ต่อ ชม. และมีรถสะสมตัวอยู่ในเส้นทางมาก ที่บริเวณจุดตัดทางแยกนาน้อย ในเขตพื้นที่ของ สภ.พนมสารคาม
 
           นอกจากนี้ บนถนนสาย 304 เส้นทางสุวินทวงศ์ ฉะเชิงเทรา-มีนบุรี นั้น สภาพการจราจรขาเข้าในเขตพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรานั้น มีสภาพการจราจรที่คลองตัว โดยมีผู้ใช้เส้นทางผ่านน้อยมาก และไม่มีการติดขัดสะสม ซึ่งสภาพการจราจรในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยทั่วไปในวันนี้นั้น เริ่มมีรถสะสมตัวมากตั้งแต่ในช่วงเวลา 10.30 น. โดยมีการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ แบบหลั่งไหลต่อแถวยาวมาเป็นทอดๆ และเริ่มมีสภาพคล่องตัวมากขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.ที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าการเดินทางกลับของประชาชนผ่านพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา จะเริ่มเบาบางลงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ในวันสุดท้ายของเทศกาลวันหยุดยาวปีใหม่นี้
 
 

สายใต้ผู้โดยสารแน่นรอกลับ

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันนี้ ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ได้มีผู้โดยสารจำนวนมาก ได้ไปรอใช้บริการรถโดยสาร มีทั้งผู้โดยสารต้องการเดินทางระยะใกล้ เช่น ตรัง-ภูเก็ต ตรัง-หาดใหญ่ และเดินทางไกล ตรัง-กรุเทพฯ ทำให้ตลอดทั้งวันนี้ มีผู้โดยสารใช้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ทำให้บางช่องจำหน่ายตั๋วผู้โดยสาร มีผู้โดยสารเข้าคิวเพื่อซื้อตั๋วมีความยาวเกือบ 100 เมตร จนล้นออกนอกสถานีผู้โดยสาร และเป็นวันที่มีผู้โดยสารเข้าใช้บริการที่สถานีขนส่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังมากที่สุดในช่วงวันหยุดปีใหม่นี้

           นอกจากนั้น เมื่อผู้โดยสารได้ซื้อตั๋วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ยังไม่มีรถเพื่อจะเดินทาง และจากการสอบถามบริหารสถานีขนส่ง ก็ให้คำตอบว่า ต้องรอที่กลับจากส่งผู้โดยสารที่กรุงเทพ ซึ่งบางคันต้องตีกลับรถเปล่า เพราะไม่มีผู้โดยสารขาล่อง เพื่อมารับผู้โดยสารให้เร็วที่สุด ทำให้ผู้โดยสารบางคน บางกลุ่ม ต่างก้มหน้าหยิบโทรศัพท์มือมือออกมาเล่นเฟส เล่นไลน์ หลังจากบางคนต้องรอกว่า 5 ชั่วโมง จึงจะมีรถมารับไปยังเป้าหมาย ทั้งนี้ได้มีผู้บริหารสถานีเดินรถ ได้ยอมรับว่าคาดการณ์พลาด ไม่คิดว่าผู้โดยสารจะมากขนาดนี้ หลังจากเมื่อครั้งที่ผ่านมา มีผู้โดยสารน้อย เนื่องจากผู้โดยสารส่วนใหญ่นำรถมาเองซึ่งแตกต่างจากครั้งนี้

           ขณะที่สถานีรถไฟตรัง ก็มีผู้โดยสารจำนวนมากเข้าคิวเพื่อซื้อตั๋ว เพื่อเดินทางในวันนี้ และส่วนใหญ่วันนี้จะเป็นตั๋วชั้น 3 หรือมีเฉพาะตั๋วยืน แม้ว่าผู้โดยสารบางคนจะทราบว่าไม่มีที่นั่ง แต่ก็ยอมใช้บริการเพราะในวันพรุ่งนี้จะต้องเริ่มทำงาน โดยที่สถานีรถไฟตรัง มีขบวนรถไฟวันละ 2 ขบวน คือ ขบวนรถเร็ว ระหว่างกันตัง-กรุงเทพ และขบวนรถด่วน ตรัง-กรุงเทพ แม้ว่าช่วงนี้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย จะมีการเพิ่มโบกี้ทุกขบวน แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผุ้โดยสารที่มีจำนวนมากในช่วงปีใหม่นี้

           เช่นเดียวกับที่ท่าอากาศยานตรัง ซึ่งในช่วงปีใหม่นี้ ท่าอากาศยานตรัง ได้เพิ่มเที่ยวอีก1เที่ยวบิน จาก6เที่ยวบินต่อวัน เป็นวันละ 8 เที่ยวบิน และส่วนใหญ่ผู้โดยสารเครื่องบินจะมีการจองตั๋วล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มทัวร์นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดตรัง ขณะที่ทางท่าอากาศยานตรัง ก็ได้มีการตรวจสัมภาระอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะหลังจากที่จังหวัดตรัง ได้เปิดการท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้มีปริมาณนักท่องเที่ยว ที่ใช้บริการเครื่องบินเพิ่มขึ้นตามลำดับ และคาดว่าการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง จะมีความคึกคักไปถึงเดือนพฤษภาคม หลังเทศกาลสงกรานต์อย่างแน่นอน

 

ประวิตรพอใจภาพรวมการดูแลความสงบ 
 
 
          พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกห.เปิดเผยถึงรายงานสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยของพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ภายในประเทศในภาพรวมตลอดห้วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมาว่า สถานการณ์โดยรวมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ประชาชนทั้งประเทศได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวด้วยความยิ้มแย้มอย่างอบอุ่นและมีความสุขกันถ้วนหน้า ท่ามกลางความสงบสุขและความปลอดภัยในภาพรวม ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ได้กล่าวแสดงความขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เช่น กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ทหารและตำรวจ เป็นต้น ที่ได้ทุ่มเทและเสียสละทำงานในหน้าที่ร่วมกันอย่างจริงจัง ตลอดห้วงเวลาเทศกาลแห่งความสุขที่ผ่านมา ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ในความพยายามที่จะลดอุบัติเหตุและการสูญเสียของพี่น้องประชาชน การอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง การร่วมกันดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งการทำหน้าที่ของกองกำลังทหารและตำรวจในการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
 
          “ต้องขอขอบคุณประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ที่ได้ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญ ของความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของสังคมในภาพรวม ด้วยการร่วมเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวมกันมากขึ้น แม้อาจไม่ได้รับความสะดวกบ้าง แต่ก็ได้รับความร่วมมือและเป็นที่เข้าใจร่วมกันของประชาชนถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่ผ่านมา ที่มีเป้าหมายหลัก ต้องการลดการสูญเสียและการบาดเจ็บของพี่น้องประชาชน รวมทั้งการร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้กับสังคม ตลอดห้วงเทศกาลที่ผ่านมา ” โฆษกกห.กล่าวและว่า
 
          นับเป็นนิมิตรหมายที่ดี ของพัฒนาการความร่วมมือจากภาคประชาชน ตั้งแต่ต้นปี 2559 ที่ต้องการเห็นความสงบสุข ความปลอดภัยของสังคมร่วมกัน พร้อมทั้งขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้มีส่วนสำคัญในการรณรงค์สร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในหน้าที่ของตนที่ควรปฏิบัติร่วมกันอย่างต่อเนื่องในห้วงเวลาแห่งความสุขที่ผ่าน