
วิลาศยื่นป.ป.ช.-สตง.สอบทุจริตกทม.
03 ม.ค. 2559
วิลาศยื่นป.ป.ช.-สตง.สอบทุจริตกทม.3ปมฉาวพรุ่งนี้ท้าผู้ว่าฯ-รองเปิดสัญญาจ้างประดับไฟ 39 ล้าน พิสูจน์ความโปร่งใส
วันที่ 3 มกราคม 2559 นายวิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในวันที่ 6 มกราคม ตนจะยื่นเรื่องการทุจริตของ กทม.ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อให้ตรวจสอบการบริหารงานที่ไม่โปร่งใส 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ที่ผู้ว่าฯกทม.มีการติดตั้งจำนวน 47,000 กว่าตัว แต่มีการติดตั้งจริง 11,000 ตัว และเมื่อขอเอกสารสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ทางกทม.กลับส่งเอกสารที่ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างมาให้ ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ทุจริต
2.การขยายสัญญาเดินรถไฟฟ้า (บีทีเอส) ออกไปอีก 30 ปี ทั้งที่สัญญาเดิมยังเหลืออีก 17 ปี หรือหมดอายุในเดือนธันวาคม 2572 ซึ่งการต่อสัญญาครั้งนี้ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พ.ร.บ.ร่วมทุน) และถือว่าเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย เนื่องจากจะต้องได้รับความเห็นชอบรมว.มหาดไทย แต่ครั้งนี้กลับไม่ได้ขอความเห็นชอบจาก รมว.มหาดไทย รวมทั้งยังผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (พ.ร.บ.ฮั้ว) เพราะไม่มีการเปิดซองประมูลราคา
ส่วนเรื่องที่ 3 คือ โครงการประดับไฟตกแต่งที่ลานคนเมือง จำนวน 5 ล้านดวง ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 58 - 31 มกราคม 59 มูลค่า 39.5 ล้านบาท จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทที่รับทำ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นบริษัทที่รับทำทัวร์ตลอด และรับทำทัวร์ให้แก่กทม.ตลอด แต่อยู่ดีๆ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2558 ก็ไปแจ้งต่อกรมทะเบียนการค้า เพื่อขอเพิ่มวัตถุประสงค์ในการประกอบการทำธุรกิจ คือ 1.รับตกแต่งไฟและขายหลอดไฟประดับ และ2.จัดจำหน่ายเครื่องดนตรีทุกประเภท แสดงให้เห็นว่ามีการพูดคุยว่าจะต้องมารับงานดังกล่าว เนื่องจาก กทม.ประกาศเชิญชวนให้บริษัทมายื่นซองประมูล ทำโครงการประดับไฟตกแต่งในวันที่ 26 พฤศจิกายน และเปิดซองประมูลในวันที่ 17 ธันวาคม โดยที่บริษัทดังกล่าวเข้ามาทำงานทำงานทันที ทั้งที่ยังไม่ทำสัญญา และจะต้องมีการประกาศผู้ที่ได้รับการประมูลในวันที่ 22 ธันวาคม ซึ่งในเรื่องนี้ นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม. ออกมาระบุว่า ไม่เป็นไร ไหนๆบริษัทนี้ก็ได้งานอยู่แล้ว
“ขอตั้งข้อสังเกตว่า งานนี้ถ้าไม่ติดต่อกันหรือฮั้วกันไว้ก่อน ไฟจำนวน 5 ล้านดวง ไม่ใช่เป็นสิ่งที่หามาได้ทันเวลาและจากที่ผมไปตรวจสอบดูพบว่ามีไฟประดับ 3 แบบ โดยแบบแรกเป็นสายขายเป็นม้วน ม้วนละ 500 ดวง ราคาขายปลีก 550 บาท ส่วนแบบที่ 2 เป็นแบบท่อมีหลอดไฟ ขายราคาเมตรละไม่เกิน 60 บาท ส่วนอีกแบบหนึ่งยังไม่พบตามท้องตลาด แต่เชื่อว่าราคาไม่ต่างกันมาก และจากการคำนวณการใช้ไฟ 5 ล้านดวง ต้องใช้ความยาว 1 แสนเมตร หรือ 100 กิโลเมตร เทียบเป็นระยะทาง คือ จากกรุงเทพฯถึงธนบุรีปากท่อ ซึ่งผมไม่สามารถนับว่าจำนวนครบ 5 ล้านดวงหรือไม่ แต่ถึงจะครบ 5 ล้านดวง งบประมาณก็ไม่น่าถึง 39.5 ล้านบาท แค่หลอดไฟไม่รวมค่าแรง ก็เพียง 5 ล้านบาทเศษ ถามว่าใช้งบประมาณเกินไปหรือไม่ ถ้าผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ บริสุทธิ์ใจจริง ขอให้นำสัญญาว่าจ้างมากาง เพื่อให้ตรวจสอบความโปร่งใส ซึ่งผมจะได้ช่วยตรวจสอบให้ และท่านจะฟอกตัวเองด้วย” นายวิลาศ กล่าว
นายวิลาศ กล่าวว่า จากการตรวจสอบ บริษัท ฯ เคยรับงานจัดทัวร์ของกทม.ในช่วยเดือนมกราคม - มีนาคม 2554 โดยเป็นสมาชิกสภาเขต จำนวน 362 คน เดินทางไปยุโรปฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน 7 วัน ส่วนผู้ช่วยสมาชิกสภาเขต จำนวน 244 คน เดินทางไปกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน 6 วัน 5 คืน ซึ่งตามระเบียบการเดินทางของราชการจะต้องใช้สายการบินไทย แต่ปรากฎว่า ทัวร์ของทั้ง 2 โครงการได้ซื้อตั๋วจากสายการบินศรีลังกาแอร์ โดยอ้างว่าในระหว่างวันเดินทางที่นั่งของสายการบินไทยเต็ม
นายวิลาศ กล่าวว่า ในขณะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมิชอบ ( กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฏร ได้ตรวจสอบการทุจริตของกทม. ซึ่งตัวแทนศรีลังกาแอร์ได้ชี้แจงว่า ได้ขายตั๋วเดินทางจากกทม.-มิลาน ในราคา 28,000 -29,000 บาท แต่บริษัทฯกลับนำตั๋วไปเก็บกับกทม.ในราคา 39,000 บาท ขณะที่ถ้าเป็นราคาของการบินไทยในชั้นประหยัด จะอยู่ที่ราคา 38,000 บาท ชั้นธุรกิจอยู่ที่ราคาหนึ่งแสนบาท ส่วนทริปผู้ช่วยฯเดินทางไปจีน ราคาของการบินไทยในชั้นประหยัดอยู่ที่ 17,000 บาท ชั้นธุรกิจ ราคา 31,000 บาท ส่วนตั๋วของศรีลังกาในชั้นประหยัดอยู่ที่ 16,000 บาท แต่บริษัทกลับนำไปเก็บในชั้นประหยัดราคา 21,000 บาท และราคาชั้นธุรกิจ 52,800 บาท รวมเบ็ดเสร็จทุจริต 5 ล้านกว่าบาท ซึ่งตนคิดว่าบริษัทอาจไม่ได้เงิน แต่อาจเป็นหน่วยงานที่ได้ แต่บริษัทจะปฏิเสธไม่รู้ไม่ได้ และจะถือว่ารับรู้รับทราบ และมีส่วนร่วมในการกระทำผิด และอยู่ดีๆก็มารับงานประดับไฟ
ด้าน นายพรชัย เทพปัญญา สมาชิกสภากทม. แบบสรรหา แถลงว่า บริษัทฯ กำลังจะจัดทำทัวร์ให้ไปประเทศโปรตุเกส ซึ่งปกติเจ้าหน้าที่จัดทำเองจะใช้งบประมาณล้านกว่าบาท แต่ถ้าให้บริษัทฯ ทำราคาจะสูงขึ้น ซึ่งตนจะติดตามตรวจสอบโดยยื่นเป็นกระทู้ในสมัยการประชุมสภากทม.ที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้
“วัชระ” แนะ “ป.ป.ช.-ปปง.” ยึดทรัพย์คนสนิท “ธาริต” เพิ่ม
ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอให้คณะกรรมการป้องการและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยึดทรัพย์ น.ส.สุทธิมา (สงวนนามสกุล) คนใกล้ชิดของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) หรือข้าราชการดีไอเอสรู้จักกันดีในนาม “คุณนายไก่” เพราะเชื่อว่ามีทรัพย์สินที่ได้มาขณะดำรงตำแหน่งโดยมิชอบ



