ข่าว

ลุงขับตุ๊กตุ๊กใจซื่อเก็บกระเป๋าเงินคืนเจ้าของ

ลุงขับตุ๊กตุ๊กใจซื่อเก็บกระเป๋าเงินคืนเจ้าของ

03 ม.ค. 2559

ลุงขับตุ๊กตุ๊กใจซื่อเก็บกระเป๋าเงินคืนเจ้าของ

 
          วันที่ 3 มกราคม 2559 เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีลุงขับรถสามล้อเครื่องเก็บกระเป๋าเงินที่ภายในมีเงินจำนวนมากคืนให้กับเจ้าของ โดยได้นำไปฝาก รปภ.หน้าหมู่บ้านไว้ให้ตามส่งคืน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่ป้อม รปภ.หน้าหมู่บ้านพัชรเพลส ม.3 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดที่นำกระเป๋าเงินไปฝากเอาไว้
 
          โดยนายไพโรจน์ เผือกแก้ว อายุ 42 ปี รปภ.ของหมู่บ้าน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา ขณะที่เข้าเวรอยู่ในเวลา 18.00 น. ได้มีชายสูงอายุทราบชื่อต่อมาคือ นายลำพาย เป็นบุญ อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 ม.2 ชุมชนต้นสะตือ ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา เป็นคนขับรถสามล้อเครื่องตุ๊กๆ หมายเลขทะเบียน สก 535 พระนครศรีอยุธยา เข้ามาบอกว่าจะนำกระเป๋ามาฝากไว้ให้เจ้าของบ้านซึ่งอยู่ภายในหมู่บ้าน แต่ไม่กล้าเข้าไป ตนจึงรับไว้โดยได้ถ่ายภาพและสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าเป็นเงินสดจำนวนหนึ่ง ไม่น่าจะน้อยกว่า 1 หมื่นบาท มัดอยู่ 2 ปึก และกุญแจบ้าน โดยทางหมู่บ้านได้ทำไลน์กลุ่มของหมู่บ้าน จึงได้แจ้งทางไลน์ให้ทราบว่ามีคนนำกระเป๋ามาคืน จากนั้นลุงลำพาย ก็กลับไป และมาติดตามถามในตอนเช้าวันรุ่งขึ้นด้วยความเป็นห่วงอีก ตนจึงแจ้งให้ทราบว่าได้ส่งคืนให้เจ้าของไปแล้ว แต่ลุงไม่สบายใจ และขอติดต่อกับเจ้าของกระเป๋าคือ นางพรรณี สายพัฒนะ อายุ 67 ปี และได้ออกมาพบ พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมและมอบเงินให้ไป 2 พันบาท และให้ตนอีก 300 บาท
    
          ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบลุงลำพาย ที่บ้านในชุมชนต้นสะตือ ลุงลำพาย เปิดเผยว่า ขับรถตุ๊กๆ มา 40 ปี ตอนนี้ลูกๆ ทำงานกันหมดแล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยคิดที่จะเอาของใคร ตอนที่พบกระเป๋าก็ตกใจ คิดว่าเป็นของป้าที่นั่งโดยสารมา ซึ่งไปลงใกล้กับวัดตึก แต่คิดว่าหน้าคุ้นๆ เหมือนคนอยู่แถววัดกษัตราธิราชวรวิหาร จึงไปตามหา แต่ไม่เจอ จนกระทั่งคนแถววัดตึกบอกว่าป้าไปอยู่กับลูกที่หมู่บ้านพัชรเพลส จึงขี่รถตามไป ซึ่งภายในกระเป๋ามีเงินมากพอสมควร แต่ไม่ได้นับว่าเท่าไหร่ และ รปภ.ก็ไม่ได้นับเหมือนกัน ทั้งนี้้องชื่นชม รปภ.ด้วย หากไม่ให้เจ้าของ ตนก็ไม่รู้จะไปเรียกร้องยังไง นับว่าคนที่มีอาชีพหาเช้ากินค่ำอย่างพวกเรา ยังมีความซื่อสัตย์ อยากให้คนอื่นทำตามบ้าง
 
          ด้านนางพรรณี เปิดเผยว่า ตนเป็นอดีตข้าราชการเกษียณมาหลายปี ปัจจุบันจะอยู่กับหลานและลูกสาว ปกติจะไม่ค่อยไปไหน แต่ในวันที่เกิดเหตุตนอยู่คนเดียว ส่วนลูกๆ ไปต่างจังหวัด จึงไปนอนบ้านที่อยู่ย่านวัดตึก ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา โดยได้ขึ้นรถลุงลำพาย จากตลาดหัวรอไปบ้านที่วัดตึกแล้วทำกระเป๋าตกไว้ 
 
          “ช่วงที่รู้ตัวว่าทำกระเป๋าตกก็ไม่คิดว่าจะได้คืน โดยเงินที่อยู่ในกระเป๋าจะเก็บใช้จ่ายในช่วงปีใหม่ ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากพอสมควร จนกระทั่งลุงเอามาคืน จึงอยากจะชื่นชมลุงลำเพย ว่าสังคมปัจจุบันยังมีคนดีอีกมากที่ทำความดี โดยลุงบอกว่าไม่ได้หวังอะไร ทั้งๆ ที่ตัวเองมีหนี้สิน แต่ก็จะไม่เอาเงินของคนอื่นเด็ดขาด อีกทั้งสงสารเจ้าของเงินด้วย” นางพรรณี กล่าว