ข่าว

รายงาน-การเลิกทาสในทิเบต

รายงาน-การเลิกทาสในทิเบต

04 ก.พ. 2552

สังคมทิเบตของประเทศจีนก่อนสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นสังคมทาสกสิกรในระบอบศักดินา สังคมทาสกสิกรในทิเบตดำเนินมาเป็นเวลานับพันปีภายใต้ระบบทาสดังกล่าว ชนชาติต่างๆ ในทิเบตกว่าร้อยละ 90

อยู่ภายใต้การปกครองของบรรดาเจ้าทาสกสิกรที่เป็นชั้นชนขุนนาง และพระ ซึ่งมีจำนวนเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ทาสกสิกรไม่มีอิสรภาพในตัวของตัวเอง มีชีวิตอยู่อย่างแร้นแค้น ต้องทำงานให้แก่เจ้าทาสตั้งแต่เช้ายันค่ำ การกินก็ไม่อิ่ม เครื่องนุ่งห่มก็ไม่เพียงพอแก่การอบอุ่นร่างกาย ซ้ำยังถูกทำทารุณกรรมด้วยวิธีต่างๆ นานาอันเหี้ยมโหด คุกแห่งเมืองหิมะซึ่งอยู่ใกล้วังโปตาลาเป็นคุกที่ใช้คุมขังพวกทาสกสิกร ในคุกแห่งนี้มีทาสกสิกรถูกทารุณด้วยวิธีอันเหี้ยมโหด มีทั้งถูกควักลูกตา ถูกตัดเส้นเอ็น บ้างก็ถูกตัดลิ้นตัดมือ กระทั่งถูกผลักลงเหวจากหน้าผาอันสูงชัน ถูกเอาหนังวัวหุ้มห่อตัวแล้วเอาไปถ่วงน้ำ หรือไม่ก็ถูกฆ่าตายเลย ในสังคมทาสแบบนี้ได้รวมเอาอำนาจเทวนิยมทางศาสนาเข้ากับอำนาจทางการเมืองเป็นหนึ่งเดียว ตามแหล่งข่าวแจ้งว่า ทะไลลามะเคยเป็นตัวแทนระบบดังกล่าว ภายหลังประเทศจีนได้ปลดปล่อย และสถาปนาเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีน กลุ่มชนชั้นปกครองในสังคมทิเบต ซึ่งมีทะไลลามะที่ 14 เป็นหัวหน้า ต้องการรักษาไว้ซึ่งระบบเก่าไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มอิทธิพลเก่าเพียงหยิบมือเดียวจึงได้ก่อกบฏเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2502 หมายจะแยกตัวเป็นอิสระจากประเทศจีน อันเป็นมาตุภูมิของชนชาติต่างๆ ในทิเบตด้วย รัฐบาลจีนในสมัยนั้นจึงได้ทำการปราบกบฏ และปฏิรูปประชาธิปไตยไปด้วย โดย โจวเอินไหล นายกรัฐมนตรีของจีนในสมัยนั้นได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 28 มีนาคม 2502 ให้ยุบเลิกอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลท้องถิ่นทิเบตในสมัยนั้น และให้คณะกรรมการตระเตรียมงานเขตปกครองตนเองทิเบตเข้าใช้อำนาจ และปฏิบัติหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นทิเบต นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทาสกสิกรเรือนล้านในทิเบตก็ได้รับการปลดปล่อย พร้อมกับมีการดำเนินการปฏิรูปประชาธิปไตย 28 มีนาคม เมื่อ 50 ปีก่อนถือเป็นวันสำคัญยิ่งสำหรับชีวิตของทาสกสิกรในสมัยนั้น เป็นวันที่ชีวิตทาสได้สิ้นสุดลง ขณะเดียวกันก็เป็นวันเริ่มต้นชีวิตใหม่อันมีความสุข เท่ากับเป็นวันเกิดใหม่ของพวกเขา สังคมใหม่ในทิเบต ชนชาติต่างๆ มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน มีเสรีภาพในด้านการเมือง มีเสรีภาพในการนับถือศาสนา การนมัสการในวัดวาอารามในปัจจุบันไม่เหมือนสมัยก่อนที่อลหม่านไร้ระเบียบ ปัจจุบันพวกเขาเข้าแถวกันเองเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนการปฏิรูปประชาธิปไตย สำนักต่างๆ ทางศาสนามีการต่อสู้ชิงดีชิงเด่นกันเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง แต่ภายหลังการปฏิรูปประชาธิปไตยภายใต้การนำของส่วนกลาง บรรดาสำนักทางศาสนามีความเสมอภาค มีการเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อมิให้ลืมประวัติศาสตร์อันสำคัญ เพื่อรักษาความสามัคคีทางประชาชาติ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางสังคม และเพื่อชีวิตอันมีความสุขชั่วนิรันดร์ องค์กรนิติบัญญัติทิเบตจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 19 มกราคมนี้ กำหนดให้วันที่ 28 มีนาคม เป็น “วันรำลึกการปลดปล่อยทาสกสิกรเรือนล้าน” เฉกเช่นวันเลิกทาสของประเทศต่างๆ ในโลกนี้ ทิวสน