ข่าว

เปิดโปงขบวนการแอบอ้างเบื้องสูงกับจุดจบ‘หมอหยอง-พวก’

เปิดโปงขบวนการแอบอ้างเบื้องสูงกับจุดจบ‘หมอหยอง-พวก’

02 ม.ค. 2559

เปิดโปงขบวนการแอบอ้างเบื้องสูง กับจุดจบของ‘หมอหยอง-พวก’

           เป็นข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นในรอบปี 2558 ที่ผ่านมา สำหรับการจับกุมขบวนการ “แอบอ้างเบื้องสูง” ในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยกลุ่มผู้ต้องหาเหล่านี้กระทำการมิบังควรเรียกรับผลประโยชน์ด้วยการแอบอ้างสถาบันในกิจกรรมพิเศษโครงการ “Bike for Mom” กิจกรรมมหามงคลปั่นเพื่อแม่ รวมทั้งกิจกรรมถวายราชสดุดี “ปั่นเพื่อพ่อ Bike for Dad”

เปิดโปงขบวนการแอบอ้างเบื้องสูงกับจุดจบ‘หมอหยอง-พวก’

           คดีนี้เกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนตุลาคม หลังจากมีข่าวลือสะพัดออกมาว่าหมอดูชื่อดัง “สุริยัน สุจริตพลวงศ์” หรือ “หมอหยอง” ได้กระทำความผิดในคดีที่ร้ายแรง และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมไว้ในสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง เพื่อรอการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ แต่จนแล้วจนรอดกลับไม่มีใครยืนยันข่าวดังกล่าวว่า หมอหยองถูกจับกุมจริงหรือไม่

เปิดโปงขบวนการแอบอ้างเบื้องสูงกับจุดจบ‘หมอหยอง-พวก’

           หลังเรื่องเงียบหายเพียงไม่กี่วัน ข่าวลือดังกล่าวกลายเป็นความจริงขึ้นมา เมื่อเช้าตรู่วันที่ 21 ตุลาคม ทหารและตำรวจได้ควบคุมตัว “หมอหยอง” และ “พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา” หรือ “สารวัตรเอี๊ยด” นายตำรวจระดับสารวัตรจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาศาลที่ทหารกรุงเทพ เพื่อขอฝากขังผัดแรกในข้อหาแอบอ้างเบื้อสูง ก่อนนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำชั่วคราว มทบ.11

เปิดโปงขบวนการแอบอ้างเบื้องสูงกับจุดจบ‘หมอหยอง-พวก’

           จากนั้นอีกไม่นานทหารได้ควบคุมตัว “จิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์” หรือ อาท ชัตเตอร์มหาเทพ มือขวาคนสนิทของหมอหยอง ที่เคียงบ่าเคียงไหล่หมอหยองมานานกว่า 6 ปี ในข้อหาเดียวกัน

เปิดโปงขบวนการแอบอ้างเบื้องสูงกับจุดจบ‘หมอหยอง-พวก’

           เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สรุปพฤติกรรมการกระทำความผิดของผู้ต้องหาทั้งสามว่า มีพฤติการณ์แอบอ้าง หรือแสดงออกในลักษณะต่างกรรม ต่างวาระกัน เพื่อให้ประชาชน หรือบุคคลโดยทั่วไปเข้าใจว่าตนเองมีความใกล้ชิดกับสถาบันเบื้องสูง และได้เรียกหรือรับผลประโยชน์กับการดำเนินการดังกล่าว รวมทั้งได้กระทำความผิดตามกฎหมายอื่นๆ อีกหลายฐานความผิด

           แต่เนื่องจากการพฤติการณ์ความผิดของผูู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นเรื่องเกี่ยวโยงกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีกทั้งประชาชนให้ความสนใจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชันจินดา ผบ.ตร.ได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีดังกล่าว พร้อมมอบหมายให้ “พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล” ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. เป็นรองหัวหน้า

           อย่างไรก็ตาม ก่อนการจับกุม “หมอหยอง-เอี๊ยด-อาท” ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ทาง พล.ต.ท.ฐิติราชได้เซ็นคำสั่งย้ายฟ้าผ่า "8 นายตำรวจ ยศ พ.ต.อ.-พ.ต.ท.” สังกัด “กองปราบฯ-ทางหลวง-ปคม.” ไปช่วยงานที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ประกอบด้วย 1.พ.ต.อ.ศิวพงษ์ พัฒน์พงศ์พานิช รองผู้บังคับการปราบปราม 2.พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม 3.พ.ต.ท.วสุ แสงสุกใส รองผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม 4.พ.ต.ท.ธรรมวัฒน์ หิรัณยเลขา รองผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม

           5.พ.ต.ท.จีรวัฏฐ์ บุญวัฒนาภรณ์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง 6.พ.ต.ท.ณัทกฤช พรหมจันทร์ สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม 7.พ.ต.ท.พิทยา กล่ำเอม สารวัตรกลุ่มถวายงานความปลอดภัย กองบังคับการตำรวจทางหลวง 8. พ.ต.ท.สุวัฒนชัย ศรีทองสุข สารวัตรกองกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยในแนวทางสอบสวนเชื่อว่า ตำรวจทั้ง 8 นายอาจมีส่วนรู้เห็นกับคดีดังกล่าวไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

           ขณะที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ยืนยันว่า หมอหยองและพวกมีพฤติกรรมแอบอ้างเบื้องสูงมากกว่า 1-2 เดือน โดยเรียกรับผลประโยชน์จากการแอบอ้างเบื้องสูงในกิจกรรมปั่นเพื่อแม่ และปั่นเพื่อพ่อ อย่างไม่กลัวเกรงอาญาแผ่นดิน และยังพบว่า “บริษัทเอกชนระดับบิ๊กของเมืองไทย” ตกเป็นเหยื่อมากมาย เบื้องต้นทั้งหมดให้การรับสารภาพ ส่วนหลักฐาน และพฤติการณ์ที่จะบ่งชี้ความผิดอยู่ในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากยังมีข้อหาอื่นอีกด้วย รวมถึงเรื่องอาวุธสงครามด้วย

           ภายหลังการจับกุมได้ไม่นาน เกิดกระแสข่าวลืออย่างหนักว่า พ.ต.ต.ปรากรม หรือสารวัตรเอี๊ยด “ฆ่าตัวตาย” ในสถานที่คุมขังเรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี มทบ.11

           ท่ามกลางกระแสข่าวที่คลุมเครือดังกล่าว ต่อมาวันที่ 24 ตุลาคม  พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ออกมายืนยันด้วยตนเองว่า สารวัตรเอี๊ยดเสียชีวิตในคุก มทบ.11 จริง โดยพยายามฆ่าตัวตายด้วยการใช้ผ้าจากเสื้อผูกคอกับลูกกรงห้องขังภายในเรือนจำ มทบ.11 ซึ่งเจ้าหน้าที่เรือนจำที่พบเห็นพยายามช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล แต่หมอไม่สามารถยื้อชีวิตได้ เสียชีวิตในเวลาต่อมา

           การจบชีวิตของสารวัตรเอี๊ยด ผู้ต้องหาคนสำคัญในครั้งนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องจำหน่ายคดีในการกระทำความผิดออกไป ซึ่งถือเป็นการจบชีวิตของผู้ต้องหาคนสำคัญอันดับต้นๆ ในคดีแอบอ้างเบื้องสูง

           จากนั้นอีกเพียงไม่นาน พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้เปิดแถลงข่าวเพื่อเปิดโปงพฤติกรรมความผิดของผู้ต้องหาทั้งหมดให้ประชาชนได้รับรู้ โดยระบุว่า กลุ่มผู้ต้องหากระทำความผิดในลักษณะมิบังควรมากมาย พร้อมนำหลักฐานต่างๆ ในคดีนี้มาโชว์ต่อสื่อมวลชน อาทิ อาวุธปืน อาวุธสงคราม พระเครื่อง เครื่องดนตรี รถยนต์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังนำ “แผนผัง” โยงใยขบวนการ และเหยื่อของแก๊งหมอหยองมาแสดง

           แผนผังดังกล่าวพบตัวละครหลักที่มีพฤติการณ์ทุจริตในการจัดทำ “เข็มกลัด”  สำหรับกิจกรรม Bike for Mom และ Bike for Dad ได้แก่ หมอหยอง อาท และญาติหมอหยอง โดยใช้วิธีสั่งให้บริษัทแมค บารา จำกัด ตั้งราคาผลิตเข็มกลัดสูงเกินจริง เพื่อที่กลุ่มหมอหยองจะได้นำส่วนต่างหาประโยชน์เข้าตัวเองเป็นจำนวนเงินหลายล้านบาท

           สำหรับงาน Bike for Mom นั้น สืบพบว่า หมอหยองสั่งให้ “ทิพวรรณ อัศวก้องเกียรติ” ผจก.ฝ่ายขาย บริษัทแมค บารา ปรับราคาผลิตเข็มกลัด 3 แสนชิ้น จาก 3.70 บาท เป็น 5.70 บาท จากนั้นทำใบเสนอราคาส่งไปยังบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ของเจ้าสัว “ธนินท์ เจียรวนนท์” เป็นเงินกว่า 3 ล้านบาท เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแล้วได้โอนเงินกลับไปให้นายอาทและน้องสาวของหมอหยองจำนวน 1.2 ล้านบาท

           ส่วนกิจกรรม Bike for Dad ขบวนการหมอหยองใช้วิธีการคล้ายๆ กัน แต่หมอหยองสั่งทำเข็มกลัดเพิ่มเป็น 2 ล้านชิ้น และส่งใบเสนอราคาไปที่บริษัทในเครือเมืองไทยประกัน ที่มี “"มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ เป็นผู้บริหาร โดยเสนอราคาไปประมาณ 10 ล้านบาท ภายหลังจากทางบริษัทโอนเงินค่ามัดจำมากึ่งหนึ่ง ขบวนการดังกล่าวได้โอนเงินออกไปยังบัญชีของน้องหมอหยองและนายอาทเช่นเดิม เป็นเงินเกือบ 5 ล้านบาท

           นอกจากนี้จากแนวทางการสอบสวนยังพบว่า หมอหยองและพวกเข้าไปมีส่วนพัวพันในการยักยอกของกลางเครือข่าย “พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” อดีต ผบช.ก. นักโทษในความผิดมาตรา 112 ด้วย โดยมี พ.ต.ต.ปรากรมเป็นตัวกลางในการกระทำความผิด ขณะเดียวกันยังพบว่า หมอหยองเข้าไปมีส่วนพัวพันกับการเรียกหัวคิวเพื่อรับผลประโยชน์จาก “โครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์” ด้วย

           ความผิดของขบวนการหมิ่นเบื้องสูงผุดขึ้นมาเรื่อย เปรียบได้กับ “น้ำลดตอผุด” เมื่อเจ้าหน้าที่ยิ่งสาวลึกยิ่งพบตัวละครในการกระทำความผิดมากขึ้น แต่เวลาผ่านไปไม่ถึง 1 เดือน ปรากฏว่าเกิดกระแสข่าวลือขึ้นมาอีกครั้งว่า "หมอหยอง" เสียชีวิตภายในคุก มทบ.11 เนื่องจากล้มป่วยอย่างหนัก

           ต่อมาวันที่ 9 พฤศจิกายน พล.อ.ไพบูลย์ออกมาเปิดเผยอีกว่า หมอหยองเสียชีวิตจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยระบุว่า วันที่ 5 พฤศจิกายน ต่อเนื่องวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน หมอหยองมีอาการไข้สูง ไอ กระสับกระส่าย เมื่อมาถึงวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่เวรตรวจพบหมอหยองไม่รู้สึกตัว จึงส่งตัวไปที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งทีมแพทย์พยายามช่วยชีวิตประมาณ 1 ชั่วโมง แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

           ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต แพทย์สันนิษฐานว่า ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจากการ “ติดเชื้อในกระแสเลือด” เรือนจำได้แจ้งญาติผู้เสียชีวิตมาขอรับศพ เพื่อดำเนินการตามประเพณีในเช้าวันที่ 9 พฤศจิกายน ในทันที

           หมอหยอง เป็นหมอดูชื่อดังที่คนทั่วไปรู้จักกันดี เนื่องจากเป็นหมอดูที่พูดเก่ง สามารถชักนำโน้มน้าวให้ผู้คนเชื่อถือ บ้านเกิดอยู่ที่ จ.ตรัง จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยเซนต์มาร์ติน ลอนดอน ด้านการออกแบบโฆษณาและงานประชาสัมพันธ์

           ตลอดเส้นทางชีวิตหมอหยองผ่านประสบการณ์มากมาย นอกจากการเป็นหมอดูชื่อดัง และยังเป็นนักจัดรายการทีวี อีกทั้งยังเคยเป็นอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ตลอดจนเป็นผู้บริหารสถาบันพัฒนาการฝึกอบรมชีวิตให้แก่หน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาบุคลากรหลายแห่งเช่นกัน

           ชีวิตหมอดูผู้นี้ขึ้นสู่จุดสูงสุดเมื่อได้เป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดงานกิจกรรมพิเศษโครงการ "ปั่นเพื่อแม่ Bike for Mom” รวมทั้งเป็นคณะกรรมการฝ่ายจัดกิจกรรมมหามงคล “ปั่นเพื่อพ่อ Bike for Dad”

           แต่ใครจะรู้ว่า จากชะตาชีวิตที่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดกลับล่วงลงสู่เหวลึกในชั่วพริบตา เมื่อ “หมอหยอง” กลายเป็นผู้ต้องหาคดีแอบอ้างสถาบันอันเกิดจากการกระทำอันมิบังควรอย่างร้ายแรง

           ถือเป็นการปิดฉากชีวิตของหมอดูชื่อดังอย่างน่าอนาถ เพียงเพราะ “ความโลภ” ที่เกิดขึ้นในใจ...เท่านั้น