1มกราคม2559 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าหลังจากที่ไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝากให้ประชาชนคนไทยทุกคนตื่นตัวรับการเปลี่ยนแปลงและโอกาสใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาพร้อมกับปี 2559 ใหม่นี้ด้วยการเปิดโลกทัศน์ แสวงความรู้และพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ ทั้งที่เป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพของแต่ละคนและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวม
“นายกฯเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษของคนไทยโดยเฉพาะการสื่อสารเพราะเรายังอ่อนเรื่องภาษาและเรียนรู้ภาษาอื่นเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานดีอยู่แล้ว นอกจากนี้รัฐบาลจะเร่งรัดพัฒนาฝีมือแรงงานให้แข่งขันได้กับประเทศเพื่อนบ้านและดึงดูดการลงทุนเข้ามาในประเทศมากขึ้นโดยอาศัยข้อดีของการมีตลาดใหญ่ด้วยการแสวงหาความร่วมมือกับอาเซียน” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ 6 ด้านเพื่อรองรับประชาคมอาเซียนครอบคลุมทั้งการสร้างความรู้เกี่ยวกับอาเซียน การพัฒนาการศึกษา แรงงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสร้างเครือข่ายในภูมิภาคเพื่อผลักดันศักยภาพที่มีอยู่ของไทยให้เป็นที่ยอมรับของต่างชาติเช่นเดียวกับที่ล่าสุดองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) ได้ประกาศให้จ.ภูเก็ตเป็นเมืองวิทยาการด้านอาหาร The City of Gastronomy เมืองแรกของอาเซียนและเป็น 1 ใน 18 เมืองดังกล่าวของโลกซึ่งจะทำให้จ.ภูเก็ตมีโอกาสพัฒนาเศรษฐกิจและต่อยอดธุรกิจการท่องเที่ยวได้อีกหลากหลายประเภทซึ่งนายกฯมีความยินดีและขอบคุณผู้ที่มีส่วนสร้างความสำเร็จนี้ให้แก่ประเทศชาติพร้อมทั้งได้กำชับให้ส่วนราชการบูรณาการการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยหวังให้มีการวางแผนที่ชัดเจนในระยะยาว เน้นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมและคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการเป็นประชาคมอาเซียน
รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนเมาไม่ขับลดอุบัติเหตุ
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วง 2 วันแรกของ 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลปีใหม่พบว่าสาเหตุส่วนใหญ่ยังมาจากการเมาสุราถึงร้อยละ 20.20 รองลงมาคือขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ16.87 แสดงให้เห็นว่าประชาชนบางส่วนยังไม่ปฏิบัติตามข้อแนะนำของภาครัฐก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้ที่ประมาทและสร้างผลกระทบต่อผู้คนรอบข้างทั้งนี้จากจำนวนอุบัติเหตุ 1,029 ครั้งยอดผู้เสียชีวิตจำนวนไม่น้อยและตัวเลขที่คาดว่าอาจเพิ่มขึ้นอีกเป็นสิ่งรัฐบาลไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้นจึงขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจังหากมีอาการเมาหรือง่วงต้องไม่ขับรถและใช้อุปกรณ์นิรภัยทุกครั้งที่เดินทาง
“สิ่งที่รัฐบาลมีความเป็นห่วงอย่างมากอีกอย่างคือการโทรศัพท์ก่อกวนหรือป่วนสายด่วน1669 ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินซึ่งเป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่และเป็นอุปสรรคต่อผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ที่มีการแจ้งเหตุมากกว่าปกติจึงขอวิงวอนประชาชนไม่ควรโทรเล่นทั้งนี้หากตรวจพบเห็นทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายทันทีส่วนประชาชนที่ขับขี่รถและพบเห็นหรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนให้ตั้งสติและพยายามให้ทางแก่รถพยาบาลฉุกเฉินเพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ทันเวลา” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
'อุเทน'วอนคสช.เอาจริง'ปราบโกง'
นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวฝากไปถึงรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องในเทศกาลปีใหม่ว่า ในวาระขึ้นปีใหม่ 2559 ตนและพรรคคนไทย ขอส่งกำลังใจและความปรารถนาดีให้กับรัฐบาล และ คสช. โดยขอฝากให้มอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ ในการเอาจริงเอาจังในการปราบปรามการทุจริตให้เป็นรูปธรรม ต้องขจัดการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบให้หมดไปจากสังคมไทย อย่าปล่อยให้ประเทศจมปลักอยู่กับการโกงกินต่อไป โดยการเสริมศักยภาพระบบการตรวจสอบ และกระบวนการยุติธรรมในการเอาผิดกับผู้ที่กระทำผิดอย่างเต็มที่ อย่ามัวสร้างวาทกรรมสวยหรูว่า การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นถือเป็นวาระแห่งชาติ แล้วทำเพียงการจัดเวทีเสวนา หรือจัดนิทรรศการต่างๆ
ทั้งนี้การปรับปรุงระบบตรวจสอบให้เข้มแข็งมีหลักคิดง่ายๆแค่ทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย มีการบังคับใช้อย่างเท่าเทียม ไม่ปล่อยให้มีการบิดเบือนกระบวนการทางยุติธรรมอีกต่อไป ดังนั้นจึงควรที่จะปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐ เริ่มตั้งแต่ คณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) รวมไปถึงองค์กรภาคเอกชนอย่าง องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ด้วย องกรค์ต่างๆเหล่านี้ใช้องคาพยพและงบประมาณตั้งมากมาย แต่ผลงานกลับไม่เป็นรูปธรรม หลายคดีมีการวินิจฉัยแบบค้านสายตา ปล่อยคนผิดให้ลอยนวล โดยที่ความเสียหายของรัฐไม่มีผู้รับผิดชอบ
“หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต้องมีความโปร่งใส มีความเข้มแข็งมากกว่านี้ในการร่วมกันขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นให้หมดไปอย่างแท้จริง อย่าให้ถูกมองว่า มีการสมยอม และต่อรองได้ในการที่จะดำเนินการกับผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นวงจรอุบาทว์ที่ปล่อยให้เกิดขึ้นจนเป็นเรื่องปกติไม่ได้เด็ดขาด" นายอุเทน กล่าว
นายอุเทน กล่าวต่อว่า สิ่งหนึ่งที่อยากเสนอแนะไปถึง ป.ป.ช.ในการทำให้องค์กรเป็นที่ยอมรับ เริ่มต้นตั้งแต่การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของกรรมการ ป.ป.ช.แต่ละคน ทั้งก่อน-หลัง หรือระหว่างรับตำแหน่งด้วย เพราะที่ผ่านมา ป.ป.ช.มีอำนาจในการตรวจสอบและเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินผู้อื่น แต่ของ ป.ป.ช.เองกลับไม่มีการเปิดเผย ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้
หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวด้วยว่า ขอเสนอไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ให้นำเงินหรืองบประมาณที่ทุกฝ่ายโกงกินไปกลับคืนสู่แผ่นดิน โดยการปริวรรตเงินตรา แก้ไขกฎหมายเปลี่ยนสีธนบัตร แต่คงมูลค่าธนบัตรที่ใช้อยู่ และให้ประชาชนนำธนบัตรเดิมนั้น มาเปลี่ยนคืนไปภายในเวลาและจำนวนที่กำหนดไว้ หากพ้นเวลาแลกไปแล้ว ถือว่าธนบัตรเก่าไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ผู้ใดมีธนบัตรมาเปลี่ยนเกินจำนวนต้องพิสูจน์การได้มาของธนบัตรนั้น วิธีนี้จะตรวจสอบได้ว่าใครที่ทำมาหากินอย่างสุจริต หรือใครที่ทุจริตมา รวมทั้งสามารถแก้ปัญหาเรื้อรังของประเทศ และนำเงินสีเทานอกระบบที่มีอยู่จำนวนมหาศาลมาพัฒนาประเทศได้อีกด้วย
“พรรคคนไทยยึดมั่นในหลักการที่ว่า ประเทศชาติต้องอยู่รอด แต่หากปล่อยให้มีการทุจริตเช่นนี้อยู่ เห็นทีประเทศชาติจะไปไม่รอด ที่ผ่านมารัฐเสียค่าโง่มาตลอด แต่คนผิดคนที่ทำให้รัฐเสียค่าโง่กลับลอยนวล เพราะระบบตรวจสอบไม่ดี จึงต้องนำปริวรรตเงินตรามาใช้ คสช.มีอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมีความกล้าในการที่จะเริ่มต้น” นายอุเทน กล่าว.
โฆษกกรธ.ประเมิน'ประยุทธ์'คาดหวังเนื้อหาร่างรธน.ใหม่
นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการอวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2559 ถึงการเดินหน้าตามโร้ดแม็พ ด้วยการทำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตย ว่า ตนมองว่าพล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้ความคาดหวังต่อการร่างรัฐธรรมนูญเป็นอย่างมาก เพราะหากจะพูดถึงการแก้ปัญหาการเมืองหรือปัญหาต่าง ๆ ของบ้านเมืองที่ผ่านมา ประเด็นสำคัญอยู่ที่การทำกติกา คือ ทำรัฐธรรมนูญที่เป็นกลไกให้ทุกฝ่ายได้ทำหน้าที่ของตนเอง และเป็นไปตามระบบ กล่าวคือการเขียนรัฐธรรมนูญต้องทำให้คนกลัวการทำผิด แต่หากมีคนทำผิดต้องมีกลไกตรวจสอบ และลงโทษตามหน้าที่
“การทำรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขปัญหา หากรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ ต้องหาทางแนวทางที่พอไปได้ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญคงทำหน้าที่เพื่อแก้ปัญหาให้ไม่ได้ทั้งหมด แต่ต้องทำให้ลดปัญหาไปได้ระดับหนึ่ง” นายอุดม กล่าว
นายอุดม กล่าวถึงการพิจารณาบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญด้วยว่าในสัปดาห์หน้า กรธร.ยังคงพิจารณาในหลักการและเนื้อหาสำคัญ ๆ เพื่อวางเป็นกรอบการเขียนบทบัญญัติ โดยได้นำความเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ มาพิจารณา จากนั้นระหว่างวันที่ 11-17 ม.ค. 2559 กรธ.จะประชุมนอกสถานที่โดยพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา และพิจารณาเรื่องถ้อยคำ ก่อนจะเผยแพร่เนื้อหาให้สาธารณะรับทราบต่อไป
'สมบัติ'ประเมินรบ.คสช.ยังขาขึ้น
นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ นักวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ประเมินภาพรวมรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ว่าจากสภาพการทำงานของรัฐบาลในปี 2558 ที่ผ่านมา มีหลายคนที่ประเมินภาพในปี 2559 ได้ 2 แบบ คือ แบบที่เป็นช่วงขาลง เพราะรัฐบาลอยู่บริหารมานาน ทำให้ความนิยมลดลง และแบบที่เป็นช่วงขาขึ้น ซึ่งตนมองว่ารัฐบาลจะอยู่ในภาวะขาขึ้นหากสิ่งที่ดำเนินงานมาเห็นผลเป็นรูปธรรมในปี 2559
ทั้งนี้ตนมองว่ารัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์จะยังมีความเสถียรภาพและมีความเป็นเอกภาพในการทำงานช่วงปีต่อไป เพราะปัจจัยความไม่สงบทางการเมืองนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แม้จะมีประเด็นเรื่องผลสอบโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ที่กลายเป็นประเด็นทางการเมือง ตนเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างแน่นอน เพราะด้วยจำนวนเงินที่ถูกตั้งข้อสังเกตไม่เป็นจำนวนที่มากเท่ากับการทุจริตมูลค่าแสนล้านในบางโครงการที่ผ่านมาของรัฐบาลในอดีต
อย่างไรก็ตามประเด็นเรื่องการเก็บค่าหัวคิวในโครงการของรัฐบาล ตนมีโอกาสได้สอบถามกับนักธุรกิจที่อยู่ในแวดวงนักประมูลงานของราชการ พบข้อมูลว่านักธุรกิจไม่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ จำนวน 20 เปอร์เซ็นต์ -30 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าโครงการให้กับนักการเมืองเหมือนกับช่วงที่ผ่านมา เพราะหน่วยงานราชการ และบุคคลที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลคสช. ไม่กล้าทำ แต่นักธุรกิจได้ยอมรับว่ายังคงมีการเลี้ยงดูเจ้าหน้าที่เป็นปกติเหมือนที่ผ่านมา
“ประเด็นของการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ ผมยอมรับว่าถูกนำมาใช้เป็นประเด็นทางการเมือง อาจมีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล แต่ไม่มาก เพราะการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต้องหาข้อยุติในการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะรู้ผล” นายสมบัติ กล่าว
นายสมบัติ กล่าวด้วยว่าสำหรับภาพของการเมืองในปี 2559 ตนมองว่ามีประเด็นที่ต้องพิจารณา คือ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การทำประชามติ และการเข้าสู่การเลือกตั้ง ในปี 2560 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีประเด็นซึ่งกลุ่มการเมืองไม่เห็นด้วย และอาจนำไปสู่การต่อต้านการทำประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งนี้ตนมองว่ามีหลายประเด็นที่อาจทำไปสู่ความไม่เห็นด้วย เช่น นายกรัฐมนตรีที่ไม่เป็นส.ส. , กลไกแก้ปัญหาวิกฤตทางการเมือง ขณะที่การทำงานด้านการขับเคลื่อนการปฏิรูปของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) นั้น สิ่งที่สปท. ต้องเร่งทำ คือการออกกฎหมายที่ว่าด้วยการปฏิรูปแต่ละด้านให้แล้วเสร็จ เพื่อนำเสนอให้รัฐบาล ให้ส่งต่อไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาเป็นกฎหมาย โดยเหตุผลที่ตนเน้นเรื่องการออกกฎหมายเพราะการปฏิรูปต้องใช้เวลาจำนวนมาก ดังนั้นสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้นจริงได้ คือออกกฎหมาย ทั้งนี้ตนมองว่าหากสปท. ทำไม่สำเร็จอาจส่งผลกระทบไปยัง คสช.ฐานะผู้แต่งตั้ง สปท. ด้วยเช่นกัน
สนช.แนะรัฐบาลแก้รธน.ชั่วคราวม.37
นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช. ) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 เพื่อกำหนดทางออก หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ว่า คงต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและคสช.ว่า จะเห็นเป็นอย่างไร ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ พิจารณาศึกษาเสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ไม่เคยมีการหารือกันเรื่องนี้ มีเพียงการหารือถึง ข้อห่วงกังวล ในมาตรา 37 วรรคท้าย ที่กำหนดว่า เสียงที่จะใช้ผ่านประชามติต้องเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นไปได้ยาก ส่วนตัวในฐานะรองประธานกมธ.พิจารณาศึกษาฯคนที่สอง มองว่า หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ก็ควรแก้ในส่วนนี้ให้มีความชัดเจน ป้องกันการตีความของแต่ละฝ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
นายทวีศักดิ์ กล่าวอีกว่า จุดยืนของสนช.เอง ก็ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ เพื่อที่จะได้ทำให้บ้านเมืองผ่านวิกฤติความขัดแย้ง เดินหน้าต่อไปได้ ส่วนกระแสที่ว่า รัฐบาลไม่อยากให้ผ่านประชามติ เป็นการมองของฝ่ายการเมือง ที่อาจจะต้องสูญเสียอำนาจจากเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ อีกทั้งการมองว่า รัฐบาลอยากอยู่ต่อเป็นการมองการยึดอำนาจแบบเดิมว่า คณะยึดอำนาจทำเพื่อตัวเอง แต่ตนยืนยันว่า คสช. ไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่กำลังทำเพื่อสังคมส่วนรวม