
ผลสอบ 'ศอตช.' ตัวตัดสิน
01 ม.ค. 2559
คิดข้ามขั้ว : ผลสอบ 'ศอตช.' ตัวตัดสิน : โดย...ไพศาล สังโวลี
ขณะที่ด้านหนึ่งนายกรัฐมนตรี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) บิ๊กทหาร 3 เหล่าทัพและตำรวจเข้าอวยพรปีใหม่ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะ พล.อ.เปรมเดินทักทาย ผบ.เหล่าทัพและผบ.ตร. โดยมี พล.อ.ประยุทธ์คอยแนะนำพร้อมทั้งอธิบายถึงภาระหน้าที่พล.อ.เปรมได้เดินเข้าไปทักทาย “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตรรมช.กลาโหม พร้อมพูดว่า "เชื่อว่าความดีจะทำให้โด่งประสบผลดี เราเชื่อว่าโด่งไม่ใช่คนแบบนั้น เชื่อว่าโด่งเป็นคนดี"
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับ พล.อ.เปรมว่า "จะให้ความเป็นธรรมกับพล.อ.อุดมเดช"
อีกด้านหนึ่งช่างเหมาะเจาะพอดีกับที่ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ มีการแถลงผลสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ที่สาระสำคัญส่วนใหญ่เป็นการลงรายละเอียดมากขึ้นกว่าผลสอบของกองทัพบก ที่เคยเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ แต่สังคมยังคาใจเคลือบแคลงสงสัยในหลายประเด็น
แต่ส่วนใหญ่เป็นการยืนยันความถูกต้องทั้งหมด ทั้งรายรับ-รายจ่าย การใช้จ่าย การจัดกิจกรรม “ราชภักดิ์ไบค์ แอนด์ คอนเสิร์ต แทนคุณแผ่นดิน” กิจกรรมปลูกต้นไม้ จะเป็นที่สังเกตอยู่บ้างก็แต่การหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์ ที่เชิญบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูล แต่บางส่วนก็ไม่สามารถติดต่อได้และไม่ให้ความร่วมมือ เพราะกลัวว่าจะได้รับผลกระทบ
ส่วนกรณี พล.อ.อุดมเดชและบุคคลใกล้ชิดมีความผิดหรือไม่นั้นพล.อ.ชัยชาญกล่าวว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงไม่มีอำนาจตามกฎหมาย คงไม่สามารถชี้ได้ว่าตรงไหนผิด ตรงไหนถูก ต้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจรับผิดชอบดำเนินการต่อไป
เมื่อเป็นเช่นนี้ ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ กรณี พล.อ.เปรมเอ่ยปากปกป้อง “บิ๊กโด่ง” อดีตผบ.ทบ.ผู้รับผิดชอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ เพราะเป็นที่่รับรู้กันว่า “บิ๊กโด่ง” ก็คือ “ลูกป๋า” คนหนึ่ง
และก็ไม่แปลกที่กระแสข่าวปรับ ครม.เอา “บิ๊กโด่ง” ออกจาก รมช.กลาโหม จะเงียบหายไปพร้อมกับคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ว่าปรับ ครม.แล้วเรื่องจะจบมั้ย
มาถึงตรงนี้ก็อย่างที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. (กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) กล่าวว่า คาดหวังกับผลสอบของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่มี “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน มากกว่าของกระทรวงกลาโหม
แน่นอน ด้านหนึ่ง “ณัฐวุฒิ” และ “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช.เคยนำข้อมูลที่สงสัยว่าจะมีการทุจริตไปให้ศูนย์แห่งนี้มาแล้ว และอีกด้านหนึ่งคือ ความเชื่อมั่นต่อคำพูดของ “บิ๊กต๊อก” ที่ว่า "ผมบอกวันนี้เลยว่าต้องเจอคนผิด การตรวจสอบไม่มีเบี่ยงเบน เพราะผู้เกี่ยวข้องยอมรับเองหาก สตง.ไปตรวจสอบแล้วออกมาบอกว่าไม่มีทุจริตท่านจะเชื่อหรือไม่ประชาชนจะเชื่อหรือไม่ หากบอกว่าไม่มีทุจริต บ้านเมืองจะอยู่อย่างไร..." จนถูก “บิ๊กโด่ง” ออกมาติงว่าชี้นำการตรวจสอบมาแล้ว
ยิ่งกว่านั้น เมื่อพูดถึง "ศอตช.” ก็ต้องพูดถึงเขี้ยวเล็บในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นที่มารวมอยู่ในองค์กรนี้แทบทั้งสิ้นโดยเฉพาะกรรมการที่ประกอบด้วยหลายฝ่าย และที่สำคัญคือ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ฯลฯ หน่วยงานเหล่านี้ถือว่ามีประสบการณ์สูงและได้รับความเชื่อถือจากประชาชนมาตลอด
นัยว่า ขณะนี้การตรวจสอบของ “ศอตช.” ก็เป็นไปอย่างคู่ขนานกับกระทรวงกลาโหมอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าจะสรุปผลได้วันไหนเท่านั้น
ที่น่าจับตามองก็คือ เมื่อผลสอบของกระทรวงกลาโหมออกมาเช่นนี้ แรงกดดันจะยิ่งไปตกอยู่ที่ “ศอตช.” ทั้งความคาดหวังที่จะได้เห็นผลสอบโดยเร็ว ความคาดหวังที่จะรู้ตัวคนทำผิดทุจริตในโครงการนี้ และสุดท้าย จะต้องมีใครรับผิดชอบหรือไม่ระดับไหน
อันเป็นตัวตัดสินสุดท้ายว่า จะเชื่อมั่นและเชื่อถือต่อ “คสช.” และรัฐบาลได้มากน้อยแค่ไหนด้วย
----------------------
(คิดข้ามขั้ว : ผลสอบ 'ศอตช.' ตัวตัดสิน : โดย...ไพศาล สังโวลี)



