
ซูจีตอกกัมบารีหน้าหงาย
04 ก.พ. 2552
วีรสตรีระดับโลกคนหนึ่งที่ดิฉันยกย่องเป็นอย่างมากก็คือ ออง ซาน ซู จี ผู้ที่ยืนหยัดเรียกร้องประชาธิปไตยให้แก่พม่า บ้านเกิดของตัวเองอย่างมั่นคงและเด็ดเดี่ยว จนเป็นเหตุให้ต้องถูกจองจำเป็นนกไร้ปีกอยู่นานเกือบ 2 ทศวรรษ
ล่าสุด มีเหตุการณ์ที่ทำให้ดิฉันถึงกับตีปีกด้วยความดีใจว่าชอบคนไม่ผิดจริงๆ เพราะผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด และมุ่งมั่นกับสิ่งที่เธอเรียกร้องเป็นยิ่งนัก ถึงขั้นกล้าท้าชนกับคนระดับทูตพิเศษขององค์การสหประชาชาติจนหน้าหงายกลับไปเลยทีเดียว
จริงๆ เรื่องนี้มีเค้ามาตั้งแต่เมื่อครั้งที่นายอิบรอฮิม กัมบารี ทูตพิเศษของยูเอ็น เดินทางเยือนพม่าเมื่อเดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว และได้ขอเข้าพบกับซูจี แต่ปรากฏว่าดอกไม้เหล็กแห่งพม่าไม่ยอมให้เข้าพบ ซึ่งก็ทำให้เกิดการคาดเดากันไปต่างๆ นานาในตอนนั้นว่า สงสัยคงเป็นเพราะรัฐบาลทหารพม่า ซึ่งคอยกีดกันซู จี ไม่ให้ได้รับรู้ข่าวสารจากโลกภายนอก หรือได้พบกับคนสำคัญๆ มาตลอด คงจะไม่ให้เข้าพบแหงๆ
แล้วความจริงก็มาปรากฏเอาในการเยือนพม่าครั้งล่าสุดของนายกัมบารีนี่เอง เพราะซู จี เธอได้ชี้แจงแก่ทูตพิเศษของยูเอ็นจนถึงกับหน้าม้านว่า สาเหตุที่เธอไม่ยอมพบปะพูดคุยด้วยเมื่อครั้งที่แล้วเป็นเพราะเห็นว่าเจอกันไปก็เปล่าประโยชน์ เนื่องด้วยยูเอ็นไม่เห็นจะช่วยเหลืออะไรได้เลย
พอเฉลยปัญหาคาใจเสร็จ ซู จี ก็ถือโอกาสยื่นเงื่อนไขการเจรจากับรัฐบาลทหารพม่าต่อเสียเลย โดยบอกว่า ถ้านายกัมบารีคิดจะมาเยือนพม่าอีกล่ะก็ขอให้มาโดยมีเงื่อนไขว่า เธอ และนักโทษการเมืองทั้งหมดในพม่า ซึ่งองค์การนิรโทษกรรมสากลประเมินว่ามีอยู่กว่า 2,000 คนนั้น ต้องได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาทบทวนเนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลพม่าเขียนขึ้นแล้วบังคับให้คนไปลงมติรับรองเสียใหม่ เปิดการประชุมสภา และให้เริ่มเจรจาทางการเมืองกันได้แล้ว
แต่ถ้าจะทำให้ได้อย่างที่ซู จี เรียกร้องนี่ ดิฉันสงสัยว่าทูตยูเอ็นคงจะไม่มีโอกาสกลับมาเหยียบพม่าอีกแหงๆ ซึ่งดูเหมือนว่านายกัมบารีเองก็คงจะรู้ตัวดีเพราะได้เลียบๆ เคียงๆ ถามนางซู จี และแกนนำพรรคเอ็นแอลดี 5 คนที่เข้าร่วมเจรจากันว่า หากรัฐบาลทหารยอมรับเงื่อนไขเพียงข้อเดียวจากทั้งหมด 4 ข้อล่ะ นางซู จีจะถือว่าเรื่องนี้เป็นความคืบหน้าได้ไหม
คำตอบจากทางเอ็นแอลดีก็คือยอมรับได้ แต่ข้อเดียวที่ว่านั่นต้องเป็นข้อที่ปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหมดเป็นอิสระนะ
ฟังคำตอบนี้แล้วคุณคิดว่านายกัมบารีจะได้กลับมาเยือนพม่าอีกเมื่อไร



