ข่าว

จับทันควัน2คนร้ายฉุดเด็ก13หวังขืนใจ

จับทันควัน2คนร้ายฉุดเด็ก13หวังขืนใจ

31 ธ.ค. 2558

รวบทันควัน 2 คนร้ายแก๊งดมกาวเมืองสุราษฎร์ฯ ถีบ จยย.ล้มฉุดเหยื่อวัย 13 ที่มากับผู้ปกครองหวังข่มขืน ตร.ไล่ล่าจนต้องทิ้งเหยื่อไว้ริมถนน สุดท้ายจนมุมสารภาพเมากาว

 
                      31 ธ.ค. 58  เมื่อเวลา 01.00 น.  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งเหตุบริเวณหน้าแพสินสุรีย์ ถนนปากน้ำสะพาน 1 หมู่ 5 ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี มีเด็กสาวอายุ 13 ปี ถูกคนร้าย 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขี่ตามประกบก่อนใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายล้มคว่ำ ซึ่งผู้เสียหายเป็นเด็กสาวที่มากับผู้ปกครอง จากนั้นฉุดกระชากเด็กสาวขู่บังคับขึ้นรถจักรยานยนต์ของคนร้าย ก่อนมุ่งหน้าไปทางตลาดโพธิ์หวาย ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังออกค้นหาและตรวจค้นสกัดรถและบุคคลตามเป้าหมาย โดยกำลังเจ้าหน้าที่ไล่ล่าตัวกันนานเกือบ 2 ชั่วโมงแต่ไม่พบตัว
 
                      กระทั่งเวลา 03.00 น. ผู้ปกครองเด็กสาวผู้เคราะห์ร้ายได้รับการติดต่อจากหลานสาวทางโทรศัพท์ว่าไม่ต้องตามแล้ว เป็นการเข้าใจผิดกัน ไม่ได้ถูกฉุด แต่ผู้ที่เอาตัวมารู้จักกัน โดยจะพาไปกินข้าวที่ร้านข้าวต้มชื่อเฉินหลง หลัง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อกินเสร็จแล้วจะพาไปส่งที่บริเวณตีนสะพานศรีสุราษฎร์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่ร้านข้าวต้มดังกล่าว แต่ไม่พบผู้เสียหายตามที่แจ้งไว้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบตัวเด็กสาวเคราะห์ร้ายถูกนำตัวมาปล่อยไว้บริเวณตีนสะพานศรีสุราษฎร์ในเวลาต่อมา
 
                      จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้เสียหายให้การว่า หลังเกิดเหตุถูกชาย 2 คนที่ไม่รู้จัก เป็นชายสูงอายุรูปร่างอ้วนและชายรูปร่างเล็กอีก 1 คน อยู่ในอาการเมายาฉุดกระชากขึ้นรถจักรยานยนต์แล้วขี่ไปทางตลาดโพธิ์หวาย ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 400 เมตร จากนั้นคนร้ายได้เลี้ยวรถเข้าป่าละเมาะข้างทาง ห่างจากถนนเข้าไป 200 เมตร ตนได้ร้องขอความช่วยเหลือแต่ถูกบังคับไม่ให้ส่งเสียงดังจึงได้แต่นั่งร้องไห้ และมองเห็นแสงไฟรถตำรวจและรถกู้ภัยวิ่งไปมา คนร้ายเลยไม่กล้าทำอะไร และบังคับให้โทรศัพท์ติดต่อผู้ปกครองไม่ให้ติดตาม ต่อมาถูกนำตัวไปปล่อยทิ้งในบริเวณดังกล่าวก่อนที่คนร้ายจะขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป
 
                      เจ้าหน้าที่ได้สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า บริเวณดังกล่าวมักมีคนร้ายที่เป็นกลุ่มพวกดมกาวที่อาศัยอยู่ในบริเวณถนนตลาดล่างลักลอบมาลงมือก่อเหตุอยู่บ่อยครั้ง โดยเลือกเหยื่อที่เป็นเด็กสาววัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียวในช่วงดึกๆ แต่หลังเกิดเหตุแล้วผู้เสียหายมักอับอายไม่กล้าไปแจ้งความ แต่ครั้งนี้เหิมเกริมหนักผู้เสียหายมากับญาติยังลงมือฉุดไปต่อหน้าต่อตาได้
 
                      ต่อมาเวลา 05.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ดักซุ่มจับผู้ต้องทั้ง 2 คนได้ ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับเข้าบ้านพักในซอย 25 ถนนตลาดล่าง เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี สอบสวนทราบชื่อ คนร้ายรูปร่างอ้วนตามที่ผู้เสียหายแจ้ง คือนายขจรศักดิ์ หรือครุฑ เทพเมือง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 3 ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนคนร้ายรูปร่างเล็กชื่อนายชาญณรงค์ หรือไปส์ บุญชู อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 ถ.มิตรเกษม ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งคู่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป
 
                      เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ไปสอบสวน โดยมี พ.ต.อ.ยงยุทธ กรองมาลัย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เป็นผู้ลงมือสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งคู่รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยก่อนหน้านี้ได้ดมกาวจนเมาเต็มที่จึงขับรถตระเวนหาเหยื่อไปตามถนนที่ไม่มีแสงไฟส่องสว่าง เมื่อพบเหยื่อจึงขับรถประกบผู้เสียหาย แล้วอ้างตัวเป็นตำรวจเข้าตรวจค้น พร้อมอ้างว่าผู้เสียหายจะนำยาเสพติดไปส่งให้แก่ผู้ซื้อแล้วนำตัวเด็กหญิงขึ้นรถพาเข้าป่าละเมาะ พร้อมบังคับให้ถอดเสื้อผ้า แต่ไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศเนื่องจากเด็กมีประจำเดือน และได้นำตัวมาปล่อยไว้บริเวณตีนสะพานศรีสุราษฎร์
 
                      เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาร่วมกันพยายามวิ่งราวทรัพย์ที่เป็นโทรศัพท์มือถือ ร่วมกันพรากผู้เยาว์ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ร่วมกันกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ร่วมกันอนาจารหมายข่มขืนเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ
 
                      บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รองผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.วิสุทธิ ภู่พันธ์ศรี ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ยงยุทธ กรองมาลัย พนักงานสอบสวน และกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย คุมตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ 3 จุด โดยจุดที่ 1 บริเวณกลางสะพาน 3 ถนนปากน้ำตาปี โดยทั้งคู่ได้ขับรถประกบรถผู้เสียหายและบังคับผู้เสียหายขึ้นรถจักรยานยนต์แล้วนำตัวไปจุดที่ 2 ที่เป็นป่าละเมาะที่ใช้เป็นสถานที่พยายามข่มขืนเหยื่อ และจุดที่ 3 เป็นตีนสะพานศรีสุราษฎร์ที่นำตัวเหยื่อมาปล่อยทิ้งก่อนหลบหนีไป ท่ามกลางเสียงด่าสาปแช่งของชาวบ้านที่มามุงดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ