
พิรุธ!ขวางดับไฟไหม้กุฏิวัดกัลยาณ์
31 ธ.ค. 2558
ไฟไหม้กุฏิร้างวัดกัลยาณ์ ชาวบ้านนับร้อยแห่ไปช่วยกันดับไฟ กลับถูกชายฉกรรจ์ชักปืนขู่-ชกหน้า ก่อนหนีเข้ารั้วกุฏิเจ้าอาวาส ตร.รอสอบ ไม่ฟันธงไฟฟ้าลัดวงจร-วางเพลิง
31 ธ.ค. 58 เมื่อเวลา 09.30 น. ร.ต.ท.วริทธิ์ธร อ่อนคล้าย พนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้กุฏิพระ ภายในวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ถนนอรุณอมรินทร์ตัดใหม่ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบก.น.8 พ.ต.อ.ณัฐพัฒน์ ผดุงจันทน์ ผกก.สน.บุปผาราม พ.ต.ท.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส.สน.บุปผาราม เจ้าหน้าที่ทหารชุดประสานงานประจำพื้นที่ ป.พัน.19 พล.ร.9 ก่อนประสานเจ้าหน้าที่จากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนำรถน้ำดับเพลิงจำนวน 4 คัน ไปที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้กุฏิปูนชั้นเดียวหลังคากระเบื้องอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ในคณะ 2 ซึ่งถูกปล่อยให้รกร้าง จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันระดมฉีดน้ำใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพลิงจึงสงบ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังดับเพลิงอยู่นั้นได้มีชาวบ้านจำนวนกว่า 200 คน ที่อาศัยอยู่ในชุมชนวัดกัลยาณ์ พยายามเข้ามาช่วยดับเพลิง แต่กลับถูกกลุ่มชายจำนวนหนึ่งเข้าขัดขวาง พร้อมกับชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่และเข้าทำร้ายชาวบ้าน กลุ่มชาวบ้านจึงพากันมาปิดล้อมกุฏิเจ้าอาวาสพร้อมกับส่งเสียงสาปแช่งต่างๆ นานา
จากการสอบสวน จ.ส.อ.สมเกียรติ ศุภกิจ อายุ 47 ปี นายสิบการข่าว สังกัดกองทัพบก กล่าวว่า อาศัยอยู่ในชุมชนวัดกัลยาณ์ ในช่วงเช้าได้ยินเสียงรถดับเพลิงเปิดไซเรนเข้ามาในวัดหลายคัน ตนพร้อมกับชาวบ้านจึงพากันออกมาดู ระหว่างนั้นเห็นเพลิงกำลังลุกไหม้กุฏิดังกล่าว พวกตนทั้งหมดจึงพยายามจะเข้าไปช่วยดับเพลิง ซึ่งเป็นช่วงที่ชุลมุนมาก ต่อมาได้มีชายศีรษะโล้น ซึ่งจำได้ว่าเป็นการ์ดของเจ้าอาวาสเดินเข้ามากระชากคอเสื้อตน พร้อมกับชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่ จากนั้นชายอีกคนซึ่งเป็นการ์ดของเจ้าอาวาสได้วิ่งมาชกที่ใบหน้าของตน ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะวิ่งหลบหนีเข้าไปในรั้วกุฏิเจ้าอาวาส ทำให้ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เกิดความไม่พอใจ จึงพากันเข้าล้อมกุฏิเจ้าอาวาส แต่เจ้าอาวาสก็ไม่ได้ออกมาดูเหตุการณ์ ได้แต่หลบอยู่ในกุฏิ
"จำหน้า 1 ใน 2 คนที่เป็นการ์ดของเจ้าอาวาสได้อย่างแม่นยำเลยว่าผู้ชายหัวโล้นที่เข้ามาทำร้ายผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่ทราบว่าอยู่สังกัดไหน"
จากการสอบถามชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กุฏิหลังดังกล่าวนั้นถูกปล่อยให้รกร้าง ไม่มีไฟฟ้าใช้มานานแล้ว จึงไม่แน่ใจว่าสาเหตุของเพลิงไหม้จะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร หรืออาจถูกวางเพลิง
ด้าน พ.ต.อ.ณัฐพัฒน์ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุได้เชิญผู้เห็นเหตุการณ์และผู้ถูกทำร้ายร่างกายมาสอบปากคำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ใด ต้องรอสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนเรื่องสาเหตุของเพลิงไหม้นั้นต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบว่าเกิดจากสาเหตุใด ส่วนเรื่องที่ผู้เสียหายกล่าวว่าการ์ดของเจ้าอาวาสเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นจะต้องตรวจสอบอีกครั้ง



