
โจมตีปารีส..โลกประจักษ์ภัยไอเอส
31 ธ.ค. 2558
10 ข่าวเด่น 2558 : โจมตีปารีส..โลกประจักษ์ภัยไอเอส
ฝรั่งเศสยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด นับตั้งแต่เกิดเหตุสังหารหมู่ช็อกโลกหลังเข้าสู่ปี 2558 ได้ไม่กี่วัน มือปืนสองพี่น้อง ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มอัล-ไกดาแห่งคาบสมุทรอาระเบีย ในเยเมน บุกกราดยิงนักวาดการ์ตูนและพนักงานที่สำนักงานนิตยสารแนวเสียดสี “ชาร์ลี เอบโด” ในกรุงปารีส และการก่อการร้ายต่อเนื่องติดต่อกัน 3 วัน จนมีผู้เสียชีวิต 17 คน เมื่อเดือนมกราคม อีกทั้งต่อมายังเพิ่มมาตรการคุมเข้มขึ้นอีก รวมถึงที่ชายแดน เพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการสภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลงในเดือนธันวาคม
จึงยากจะคาดคิดได้ว่า ค่ำวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน เมืองหลวงของฝรั่งเศส จะกลายเป็นเป้าหมายการก่อการร้ายครั้งนองเลือดที่สุดของยุโรปในรอบ 11 ปีนับจากการวางระเบิดรถไฟในกรุงมาดริด ประเทศสเปน โดยคนร้าย 8 คน แบ่งออกเป็น 3 ทีม ปฏิบัติการโจมตีไล่เลี่ยกัน 6 จุดในกรุงปารีส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 130 คน บาดเจ็บ 368 คน หลายสิบคนอาการสาหัส
เหตุสะเทือนขวัญเริ่มตั้งแต่มือระเบิดฆ่าตัวตาย 3 คน โจมตีใกล้กับสนามกีฬาสตาด เดอ ฟรองซ์ ในย่านแซง เดอ นีส์ ชานเมืองทางเหนือของกรุงปารีส ซึ่งภายในกำลังมีการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างทีมชาติเยอรมนี-ฝรั่งเศส โดยมีนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี และประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศส นั่งชมอยู่ในสนามด้วย
จากนั้นมีเหตุกราดยิงอีกหลายจุด รวมถึงร้านกาแฟ ร้านอาหาร และนองเลือดที่สุดคือที่โรงละครและคอนเสิร์ตบาตาคลอง ที่แฟนคอนเสิร์ตมากกว่า 1,000 คน กำลังชมการแสดงของวงร็อกอเมริกัน “อีเกิล เดท เมทัล” มือปืนกราดยิงแบบไม่เลือกหน้า ก่อนที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าคลี่คลายสถานการณ์ ที่สุดมีผู้เสียชีวิตมากถึง 89 คน ส่วนคนร้ายจุดระเบิดฆ่าตัวตาย
หนึ่งวันถัดไป ไอเอสออกมาอ้างอยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายครั้งร้ายแรงที่สุดในดินแดนฝรั่งเศส นับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยอ้างว่าเพื่อล้างแค้นที่ฝรั่งเศสโจมตีทางอากาศในซีเรียและอิรัก ขณะที่ประธานาธิบดีออลลองด์ประกาศว่า การสังหารหมู่ปารีสคือสงครามของไอเอสที่มีการวางแผนจากซีเรีย เตรียมการในเบลเยียม และได้ความช่วยเหลือจากภายในฝรั่งเศส
ต่อมาการสอบสวนที่ร่วมกับเบลเยียมสามารถระบุตัวผู้บงการได้ คือ นายอับเดลฮามิด อาบาอูด ชาวเบลเยียมเชื้อสายโมร็อกโกวัย 28 ปี ที่เคยเดินทางไปซีเรีย การดักฟังทางโทรศัพท์นำไปสู่ปฏิบัติการล้อมจับและยิงต่อสู้ที่อพาร์ตเมนต์ในย่านแซง เดอ นีส์ ซึ่งสถานีข่าวหลายช่องถ่ายทอดสดเป็นระยะ สร้างความตกตะลึงอีกครั้งว่า เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้ในกรุงปารีส
สถานการณ์ยืดเยื้อร่วม 9 ชั่วโมง ก่อนจบลงด้วยการที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษวิสามัญฯ คนร้าย 3 ศพ รวมถึงนายอาบาอูด โดยมีรายงานว่า ฝ่ายเจ้าหน้าที่สาดกระสุนไปหลายพันนัด
เบลเยียมคอนเนกชั่น
เหตุรุนแรงในปารีส เป็นหลักฐานอีกชิ้นว่า เบลเยียมที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างสองยักษ์ยุโรปฝรั่งเศสกับเยอรมนี เป็นเครือข่ายใหญ่ของชายหนุ่มหัวสุดโต่งที่มุ่งข่มขวัญยุโรป โดยเฉพาะที่ย่านโมเลนบีค ของกรุงบรัสเซลส์ คนร้ายสองคนที่ร่วมก่อเหตุโจมตีปารีส เป็นชาวฝรั่งเศสที่อาศัยในเบลเยียม
ย้อนไปไกลกว่านั้น มือปืนชาวโมร็อกโกที่มีแผนสังหารหมู่ผู้โดยสารบนรถไฟโดยสารจากอัมสเตอร์ดัมไปปารีสเมื่อเดือนสิงหาคม ก็เคยไปอยู่ในกรุงบรัสเซลส์มาก่อน และขึ้นรถไฟขบวนนี้จากกรุงบรัสเซลส์พร้อมเป้ที่ภายในมีทั้งมีด กระสุน ปืนสั้นอัตโนมัติ และปืนยาวคาลาชนิคอฟ เคราะห์ดีมีทหารอเมริกันที่โดยสารไปด้วยกับเพื่อนของเขา ช่วยกันรวบตัวไว้ได้
หลังเกิดเหตุโจมตีปารีส ตำรวจเบลเยียมเดินหน้ากวาดล้างแหล่งซ่องสุมผู้ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง และต่อมากรุงบรัสเซลส์ก็ตกอยู่ใต้คำขู่ก่อการร้ายเสียเอง จนต้องปิดเมืองหลวงเป็นเวลา 2 วัน เป็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนสำหรับเมืองที่ตั้งสำนักงานใหญ่นาโตและหน่วยงานสำคัญของสหภาพยุโรป ที่มีทหารและรถหุ้มเกราะประจำการตามจุดสำคัญ
รัฐบาลเบลเยียมให้ตัวเลขว่า มีพลเมืองราว 400 คน เดินทางไปซีเรียเพื่อรบกับไอเอส ตัวเลขนี้ถือเป็นสัดส่วนต่อหัวประชากรสูงสุดในยุโรป ผู้ที่กลับมาแล้วหลายคนอาจกลับมาพร้อมกับภารกิจที่อันตราย ยังไม่รวมกับพวกที่พยายามไปซีเรียไม่สำเร็จแต่ช่วยไอเอสอยู่ในบ้าน
มองใหม่ไอเอส
การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในปารีส เคยเป็นฉากสมมุติแบบเลวร้ายสุดขีดที่หน่วยข่าวกรองและฝ่ายความมั่นคงตะวันตกหวั่นเกรงและเตือนมาหลายปี ตั้งแต่เกิดเหตุกลุ่มหัวรุนแรงโจมตีนครมุมไบ ประเทศอินเดีย โดยปฏิบัติการลักษณะไม่ต่างจากหน่วยคอมมานโดบุกยึดและสังหารผู้คนที่โรงแรมหรูและศูนย์วัฒนธรรมชาวยิว เมื่อ 8 ปีที่แล้ว จนทำให้มุมไบต้องปิดเมืองอยู่นาน 4 วัน มีผู้เสียชีวิตมากถึง 166 คน
นับจากนั้นมา ในยุโรปมีการสกัดกั้นแผนโจมตีแบบเดียวกันหรือใกล้เคียง หรือบางทีก็เป็นการเข้าใจผิดหลายครั้ง แต่ดังที่กองทัพกู้ชาติไอริช (ไออาร์เอ) เคยว่าไว้ “คุณต้องโชคดีทุกครั้ง แต่เราขอแค่โชคเพียงครั้งเดียวเท่านั้น”
ผู้เชี่ยวชาญด้านก่อการร้ายหลายคนกล่าวว่า การโจมตีปารีสมาจากการวางแผนอย่างดีคล้ายกับการโจมตีมุมไบในปี 2551 คือการเล่นงานหลายเป้าหมาย ยิงกราดไม่เลือกหน้า ไม่สนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือศาสนาใด และใช้ทั้งปืนและระเบิด ความแตกต่างสำคัญอย่างเดียวคือ ผู้ก่อการร้ายในปารีสมิได้พยายามจะทำให้การโจมตียืดเยื้อ แต่ระเบิดตัวตายทันทีตั้งแต่มีวี่แววว่าจะถูกจับ
อย่างไรก็ดี การโจมตีแบบพร้อมกันหลายจุดได้ในเวลาไล่เลี่ยและในประเทศตะวันตก “อัล-ไกดา” เป็นกลุ่มเดียวที่เคยถูกมองว่ามีขีดความสามารถจะทำเช่นนั้นได้ โศกนาฏกรรมที่ปารีส จึงทำให้การคิดคำนวณของตะวันตกที่มีต่อภัยก่อการร้ายเปลี่ยนแปลงระดับรากฐาน
เดิมบทวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินไปในทางเดียวกันว่า ไอเอสมุ่งปกป้องดินแดนยึดครองและผลประโยชน์ในซีเรียและอิรัก ภัยคุกคามจากกลุ่มนี้ต่อตะวันตกจึงน้อยกว่าอัล-ไกดา หากจะมีก็คงเป็นภัยจากโลนวูล์ฟ หรือคนที่ลงมือลำพัง ดังที่เกิดขึ้นเนืองๆ ในประเทศตะวันตก ไม่ได้เน้นการโจมตีแบบมีการวางแผน
แต่ล่าสุดไอเอสหันมาเล่นงานศัตรูที่อยู่ไกลโพ้น ทั้งยังสามารถลงมือโจมตีแบบซับซ้อน ประสานงานในประเทศพัฒนาแล้วนอกภูมิภาคได้ และความแตกต่างอย่างสำคัญระหว่างไอเอสกับกลุ่มสุดโต่งอื่นยังได้แก่ ความสามารถส่งคนจากดินแดนที่ประกาศเองว่ารัฐอิสลาม และชักนำผู้เห็นใจเข้าข้างในประเทศต่างๆ ลงมือโจมตีได้
ปี 2558 เป็นปีที่กล่าวได้ว่า ไอเอสขยายตัวทั่วโลก เพราะการสังหารหมู่ในคูเวต เลบานอน ตุรกี อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย ลิเบีย ตูนิเซีย และปารีส ล้วนมีชื่อของไอเอสเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งคนที่เคยผ่านสมรภูมิหรือคนที่ได้แรงกระตุ้นมาจากกลุ่มนี้
เครื่องบินรัสเซียระเบิดที่แหลมไซนาย ประเทศอียิปต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 224 คน อาจเป็นอีกหนึ่งปฏิบัติการนอกพื้นที่ของไอเอสหากเป็นไปตามที่กลุ่มนี้อ้างและรัสเซียก็ดูเหมือนเชื่อว่าเป็นฝีมือไอเอส โดยมีคนในวางระเบิดบนเครื่องบินก่อนออกจากอียิปต์ หนึ่งในประเทศที่มีการเคลื่อนไหวของไอเอส กระนั้นยังมีความเห็นไม่ตรงกันระหว่างทางการรัสเซียกับอียิปต์ว่า เครื่องบินตกหลังระเบิดเป็นการก่อการร้ายหรือไม่
แม้แต่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นเป้าหมายหนึ่ง เมื่อสองสามีภรรยา นายไซเอ็ด ฟารุค กับทัชฟีน มาลิค ก่อเหตุยิงกราดที่เมืองซานเบอร์นาร์ดีโน 14 ศพ แม้การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ แต่จากข้อมูลเท่าที่เปิดเผยออกมา บ่งว่าทั้งคู่เปลี่ยนไปมีแนวคิดรุนแรงโดยไม่ได้ติดต่อโดยตรงกับไอเอส
ปารีสไม่ใช่ที่สุดท้าย
นอกจากประกาศยืดเวลาภาวะฉุกเฉินจนถึงต้นปีหน้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจมากกว่าปกติ ในการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องสงสัย ฝรั่งเศสยังเดินหน้าตอบโต้ไอเอส ด้วยการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด ถล่มเมืองรัคกา ฐานที่มั่นของไอเอสอย่างหนักหน่วงหลังเกิดเหตุโจมตีปารีส 3 วัน และประธานาธิบดีออลลองด์ เดินสายหาแนวร่วมถอนรากถอนโคนกลุ่มที่กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่ง แม้ยังเป็นคำถามว่า สงครามทางอากาศ จะช่วยขจัดภัยคุกคามจากไอเอสที่อยู่ไกลออกไปค่อนโลกต่อคนภายในประเทศได้หรือไม่ เนื่องจากคนร้ายทั้งหมดล้วนเป็นพลเมืองยุโรปที่ข้ามชายแดนโดยไม่ลำบาก ทั้งที่บางคนมีชื่อเป็นผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายด้วยซ้ำ
ยุโรปจะยังเปราะบางต่อการโจมตีลักษณะนี้ต่อไป ตราบใดที่สงครามกลางเมืองซีเรียยังยืดเยื้อ ไอเอสยังไม่สิ้นพิษสง และกลไกโฆษณาชวนเชื่อยังทำงานได้ไม่สะดุด พวกที่สมัครใจเดินทางไปยังเมืองรัคกา ฐานที่มั่นของไอเอสในซีเรีย ไม่ใช่เรื่องยาก ซื้อตั๋วเครื่องบินไปตุรกี จากนั้น นั่งรถต่อข้ามแดน แม้ตำรวจและหน่วยความมั่นคงใช้ความพยายามเต็มที่ในการติดตามและดำเนินคดีหากมีหลักฐาน
ชายหนุ่มยุโรปที่เดินทางไปซีเรียช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ครึ่งหนึ่งกลับมาแล้วแบบไม่เหมือนเดิม หลังผ่านสมรภูมิโหด และฝังตัวอยู่ในเครือข่ายสนับสนุนที่มีความเชี่ยวชาญเทคโนโลยี ประเมินว่า ในอังกฤษและฝรั่งเศสมีคนเหล่านี้อยู่ราว 400-500 คน โดยที่ยังไม่นับรวมกับคนอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกล้างสมองจนมีแนวคิดสุดโต่ง พวกเขาไม่เคยออกไปนอกประเทศ แต่ถูกเชิญชวนโน้มน้าวจากโฆษณาชวนเชื่อทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อให้ลงมือโจมตีแบบโลนวูล์ฟ อย่าง นายอายุบ เอล คัซซานี หนุ่มเลือดโมร็อกโก
ที่พยายามสังหารหมู่ผู้โดยสารบนรถไฟแต่ล้มเหลวนั้น ก็ไม่เคยเดินทางไปยังตะวันออกกลาง แค่อยู่ในประเทศก็เปลี่ยนวิธีคิดได้
ลำพังโลนวูล์ฟเป็นปัญหาใหญ่ของฝ่ายความมั่นคงอยู่แล้ว เพราะยากคาดการณ์โดยธรรมชาติ และไม่มีระบบใดที่สามารถจับตาทุกคนที่อยู่ในข่ายอาจลงมือโจมตี แต่การที่คนร้ายเป็นกลุ่มก่อเหตุโจมตีแบบในกรุงปารีส โดยไม่มีร่องรอยในระบบสื่อสารเปิดให้ตรวจจับ แต่สามารถประสานการโจมตีอย่างมีประสิทธิภาพได้ จึงเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ ดังที่หัวหน้าตำรวจยุโรป (ยูโรโปล) กล่าวไว้ว่า หลังก่อการร้ายปารีส ไม่เกินเลยที่จะสันนิษฐานว่า การโจมตีครั้งต่อไปอาจจะเกิดขึ้นได้อีก



