ข่าว

ยุทธศาสตร์เฝ้าระวังไฟป่า เปิดอาสา 9 จว.-สายด่วน 24 ชม.

ยุทธศาสตร์เฝ้าระวังไฟป่า เปิดอาสา 9 จว.-สายด่วน 24 ชม.

01 ม.ค. 2559

ยุทธศาสตร์เฝ้าระวังไฟป่า เปิดอาสา 9 จว.-สายด่วน 24 ชม.

 
                     จากการคาดการณ์ว่า ในปี 2559 สภาพอากาศจะมีความแห้งแล้งสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดการเผา ไฟป่า และการลุกลามของไฟเป็นวงกว้าง บวกกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาอาเซียน ASEAN Special Meteorology Center (ASMC) รายงานสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าที่เกิดขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2558 จุดความร้อน (Hot spots) ยังคงเกิดขึ้นอย่างหนาแน่นบริเวณตอนกลางและใต้ของเกาะสุมาตรา ซึ่งอาจทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศอันส่งผลกระทบต่อประเทศกลุ่มอาเซียน จากข้อมูลและการคาดการณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ลงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะจังหวัดภาคเหนือเพื่อทราบปัญหาเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว
 
 
ยุทธศาสตร์เฝ้าระวังไฟป่า เปิดอาสา 9 จว.-สายด่วน 24 ชม.
 
 
                     เริ่มจากเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่มอบนโยบายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมรับมือสถานการณ์หมอกควัน พร้อมเปิดโอกาสให้หน่วยงานได้นำเสนอแผนงานต่างๆ หากมีปัญหาอุปสรรคจะได้ร่วมกันแก้ไขก่อนเข้าสู่ช่วงเฝ้าระวังหมอกควันช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2559 ณ กองทัพภาคที่ 3 จ.พิษณุโลก
 
                     เพื่อการเตรียมรับมือหมอกควันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รมว.ทรัพยากรฯ และคณะผู้บริหาร ข้าราชการหน่วยงานสังกัดกระทรวง อันประกอบไปด้วย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมควบคุมมลพิษ กรมป่าไม้ ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า ประชุมหารือหน่วยงานใน 9 จังหวัดภาคเหนือที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากการเกิดหมอกควันฯ พร้อมเปิดตัวเครือข่ายอาสาป้องกันไฟป่า ร่วมกิจกรรมปั่นจักยาน (Bike against forest fire) ณ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 19-20 ธันวาคม มีรองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ รองแม่ทัพภาคที่ 3 ผู้แทนหน่วยงานทั้งจากส่วนกลางใน 9 จังหวัดภาคเหนือเข้าร่วมพร้อมเพรียง
 
 
ยุทธศาสตร์เฝ้าระวังไฟป่า เปิดอาสา 9 จว.-สายด่วน 24 ชม.
 
 
                     โดยการประชุมหารือหน่วยงาน 9 จังหวัดภาคเหนือ “ร่วมมือร่วมใจ เพื่อฟ้าใส ไร้หมอกควัน” ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติดังกล่าว พล.อ.สุรศักดิ์ ได้เน้นย้ำความสำคัญของการป้องกันก่อนเกิดเหตุ ไม่ให้เกิดการเผาและลุกลามจนยากที่จะควบคุม เพื่อลดความเสียหายให้น้อยที่สุด ทั้งให้ระดมสรรพกำลังจากทุกส่วนเครือข่ายอาสาสมัคร อุปกรณ์ เครื่องมือ เฝ้าระวังป้องกันการเผาและไฟป่าในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงให้ความรู้เข้าถึงชุมชนสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมในการลดการเผาตลอดช่วงวิกฤติปี 2559
 
                     “จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ลักลอบเผา โดยบูรณาการและสั่งการจากผู้ว่าราชการจังหวัดตามระบบศูนย์สั่งการแบบเบ็ดเสร็จ (Single Command) ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนลด และงดการเผาเศษไม้ใบไม้ เศษหญ้า วัชพืช งดจุดไฟเผาป่า ฯลฯ และขอความร่วมมือเป็นหูเป็นตาแจ้งเหตุไฟไหม้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ อาสาสมัครเข้าไปดับไฟได้ก่อนที่จะลุกลามเป็นวงกว้างและยากที่จะควบคุม”
 
 
ยุทธศาสตร์เฝ้าระวังไฟป่า เปิดอาสา 9 จว.-สายด่วน 24 ชม.
 
 
                     พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน เชียงใหม่เป็นหนึ่งใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ที่กำลังประสบปัญหาเกิดไฟป่าและหมอกควันต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งต่อระบบนิเวศ วิถีความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ฯลฯ อย่างประเมินค่ามิได้
 
                     ฉะนั้น การเฝ้าระวังไฟป่าฯ จึงเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนในการคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง ภาครัฐ กระทรวงทรัพยากรฯ หน่วยงานในสังกัด โดยปีที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชารัฐ โดยได้กำหนดเป็นแนวทางหลักในแผนแม่บทการพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ยุทธศาสตร์บูรณาการจัดการป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพในพื้นที่เขาสูงชัน (เขาหัวโล้น) แผนปฏิบัติการป้องกัน แก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือปี 2559 และแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่าและหมอกควัน
 
 
ยุทธศาสตร์เฝ้าระวังไฟป่า เปิดอาสา 9 จว.-สายด่วน 24 ชม.
 
 
                     อีกทั้ง มุ่งส่งเสริมเครือข่ายอาสาสมัครภาคประชาชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการดำเนินงานอนุรักษ์ ฟื้นฟู โดยเฉพาะชุมชนหมู่บ้านที่อยู่รอบพื้นป่า ให้เกิดความตระหนักมีส่วนร่วมในการคิด วางแผน ร่วมดำเนินงาน อีกทั้ง เสริมสร้างบทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่นให้ดูแล รักษา สร้างกฏกติกา ใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรในพื้นที่ของตนได้อย่างสมดุล โดยเฉพาะเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.)
 
                     “เป็นการยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ประชาชน เอกชน และองค์กรทุกภาคส่วนในสังคม ซึ่งเครือข่าย ทสม.ทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือจะมีบทบาท เป็นพลังสำคัญในการเฝ้าระวังไฟป่า ลดหมอกควัน ร่วมกับเครือข่ายและภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่ของตนเอง”
 
 
ยุทธศาสตร์เฝ้าระวังไฟป่า เปิดอาสา 9 จว.-สายด่วน 24 ชม.
 
 
                     จึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรมเปิดตัวเครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวังไฟป่า ลดหมอกควัน “รวมพลังทุกภาคส่วน สู่อินทนนท์ฟ้าใส เชียงใหม่ปลอดควัน” ในการลงพื้นที่คราวเดียวกัน ณ ดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง เป็นการนำร่องบูรณาการความร่วมมือของหลายภาคส่วน อาทิ จ.เชียงใหม่ สำนักงานทรัพยากรฯ เชียงใหม่ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาพัฒนาที่ยั่งยืน (ภาคเหนือ) เครือข่ายองค์กรชุมชน เครือข่ายลุ่มน้ำ เครือข่ายอาสาสมัคร (ทสม.) เป็นต้น โดยมีกลุ่มเครือข่ายสาสมัครจาก 9 จังหวัดภาคเหนือ ร่วมกิจกรรมกว่า 1,500 คน
 
                     พร้อมกันนี้ พล.อ.สุรศักดิ์และคณะผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งเครือข่าย ได้ร่วมกันปั่นจักรยานในโครงการนักปั่นอาสาตรวจหาไฟป่า ประจำปี 2559 หลังจากพล.อ.สุรศักดิ์เป็นประธานเปิดเบอร์สายด่วนแจ้งเหตุไฟไหม้ ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ (พืชสวนโลก) อีกกิจกรรมซึ่งเป็นแนวทางป้องกันและเฝ้าระวังไฟป่า หมอกควัน หากผู้ร่วมโครงการพบไฟไหม้สามารถช่วยแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง
 
 
ยุทธศาสตร์เฝ้าระวังไฟป่า เปิดอาสา 9 จว.-สายด่วน 24 ชม.
 
 
                     อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดเป็นการบูรณาการ มุ่งพัฒนากลไกเครือข่ายอาสาสมัคร ส่งเสริมแนวร่วมภาคประชาชนและภาคี เพื่อผลักดันให้เกิดพลวัตการร่วมแรงร่วมใจทั้งราษฎรและรัฐในการเฝ้าระวังไฟป่า ลดหมอกควัน และขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ได้อย่างยั่งยืน