ข่าว

กห.แจงผลสอบ‘ราชภักดิ์’ใช้เงินถูกต้อง

กห.แจงผลสอบ‘ราชภักดิ์’ใช้เงินถูกต้อง

30 ธ.ค. 2558

กห.แจงผลสอบ ‘อุทยานราชภักดิ์’ ใช้เงินถูกต้องตามขั้นตอน โยน สตง.ดูหัวคิวโรงหล่อ ชี้ 2 นายทหารใกล้ชิด ‘บิ๊กโด่ง’ ไม่เกี่ยวราชภักดิ์ ส่งผลสอบ 16 หน้าให้ ‘บิ๊กป

      ที่กระทรวงกลาโหม วันที่ 30 ธ.ค.58 เมื่อเวลา 13.30 น. พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการดำเนินการโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ พร้อมด้วย พล.ต.พนมเทพ เวสารัชชนันท์ ผู้ช่วยเจ้ากรมพระธรรมนูญ พล.ต.กิตติศักดิ์ บุญสุข ผู้ชำนาญการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะคณะกรรมการฯ ร่วมแถลงข่าว โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมรับฟังการแถลงด้วย

      โดยพล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า ในกรอบอำนาจหน้าที่ได้มีการดำเนินการ โดย รมว.กลาโหม ได้แต่งตั้ง เพื่อให้สื่อได้เข้าใจ โดยมีตนเป็นประธาน และมีคณะกรรมการอีก 8 คน และ มีเลขา และ คณะกรรมการ คณะกรรมการกล่าวว่าไม่มีอำนาจหน้าที่กฎหมายไปแสวงข้อเท็จจริง เพียงแสวงหาข้อเท็จจริงตามเอกสารครอบครอง ไม่เหมือนกับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าตามกรอบกฎหมาย คณะกรรมการไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายใด ๆ ที่จะไปแสวงหาข้อเท็จจริงได้อย่างกว้างขาง เพียงแต่ดำเนินการตามคำสั่งของกลาโหม ในการแสวงหาข้อเท็จจริงจากบุคคล และเอกสารต่าง ๆ ที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลในกลาโหมเท่านั้น ไม่เหมือนกับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบตามกฎหมาย ซึ่งอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้คือ การรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จากศูนย์ราชการ หรือบุคคล ตลอดเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ ตามคำสั่งของกลาโหม เพื่อสอบหาข้อเท็จจริงในโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ พร้อมสรุปสำนวนความเห็น และรายงานผลให้ รมว.กลาโหม ได้รับทราบ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการต่างๆ คณะกรรมการพยายามอย่างถึงที่สุด ที่จะแสวงหาข้อเท็จจริงในประเด็นต่าง ๆ โดยได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงาน และบุคคล มาให้ข้อเท็จจริงทั้งสิ้น 23 คน พร้อมหลักฐานอีกจำนวนมาก 
 
      พล.อ.ชัยชาญ กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบในเรื่องเอกสาร เนื่องจากว่ามีเอกสาร ทั้งเรื่องการเงิน จำนวนมาก ซึ่งทางคณะกรรมการได้ตรวจสอบเอกสารตามบัญชีตามรายรับ และรายจ่าย ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 2558 ซึ่งเป็นวันตัดยอดสรุปรายเดือน และในเดือน ธ.ค.ก็จะสรุปในปลายเดือนนี้ พร้อมทั้งได้รับเอกจากผู้ที่เกี่ยวข้องจนถึงวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวันที่คณะกรรมการสรุปสำนวนการสอบข้อเท็จจริง สำหรับภาพรวมของโครงการราชภักดิ์กำหนดไว้ 10 เดือน ตั้งแต่ พ.ย. ถึง ส.ค. ทั้งการสร้างหล่อพระบรมรูป 7 พระองค์ การปรับภูมิทัศน์ และ ห้องพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ 
 
      สำหรับการใช้จ่ายงบประมาณ ในการก่อสร้างส่วนที่หนึ่ง ประกอบด้วยสองส่วน คือ งบกลาง จำนวนกว่า 63 ล้านบาท ใช้ในงานก่อสร้าง 5 งาน ซึ่งเป็นงานก่อสร้างรอบ ๆ พระบรมรูปฯ คือ งานติดตั้งหินอ่อน จำนวน 11.9 ล้านบาทเศษ งานปูพื้น 34.9 ล้านบาท ป้ายอุทยาน 5 ล้านบาทเศษ รปภ. 2 ล้านบาท และ การก่อสร้างรั้วโดยรวม 9 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดหา ส่วนงบบริจาค ประกอบด้วยรายรับ จากภาครัฐ เอกชน และการจัดกิจการ ไบร์แอนด์คอนเสริต์แทนคุณแผ่นดิน เข้ากองทุนสวัสดิการราชภักดิ์จนถึง 30 พ.ย. รวมดอกเบี้้ย เป็นเงิน 732 ล้านบาทเศษ และมีสิ่งขอต่าง ๆ ที่ได้รับการบริจาคสามารถตีเป็นค่าเงินได้ 69 ล้านบาทเศษ รวมรายรับจากการบริจาคแล้ว ทั้งหมด 802 ล้านบาทเศษ 
 
      สำหรับรายจ่าย ได้นำไปใช้ในการก่อสร้างตามโครงการ ตามแผน 27 งาน จำนวน 752 ล้านบาทเศษ เช่น การหล่อพระบรมรูปฯ พร้อมพานพุ่มคู่ จำนวน 318 ล้านบาทเศษ การปูหญ้า งานระบายน้ำ การปรับพื้นที่ รวมแล้วเป็นเงิน 752 ล้านบาทเศษ สรุปยอดเงินในวันที่ 30 พ.ย.2558 รายรับจากงบกลาง และ งบบริจาค รวม 866 ล้านบาทเศษ และใช้ดำเนินการไปแล้ว และอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามแผน จำนวน 816 ล้านบาทเศษ 
 
      ส่วนที่สองเป็นงบประมาณก่อสร้าง และปรับพื้นที่ รร.นายสิบทหารบก จำนวน 149 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแผนงานของ ทบ.ใน ปี 2558 เพื่อใช้ปรับปรุงสาธารณูปโภค และการปรับปรุงพื้นที่ รร.นายสิบทหารบก ใช้ในการก่อสร้างจำนวน 11 งาน งานปรับปรุงรั้ว ส่วนที่ 1 และ 2 จำนวน 28 ล้านบาทเศษ ระบบประปา 11 ล้านบาทเศษ ในส่วนที่สาม เป็นงบบริจาคที่เข้าไปในมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ จำนวน 106 ล้านบาทเศษ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการใช้จ่ายงบประมาณตรงนี้ 
 
      พล.อ.ชัยชาญ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับงบประมาณนั้น ทางคณะกรรมการได้เห็นว่า การใช้จ่ายงบกลาง และ งบประมาณของกองทัพบก ในการก่อสร้าง และปรับปรุงพื้นที่ รร.นายสิบทหารบก นั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พศ. 2535 และระเบียบคำสั่งของกองทัพบกที่เกี่ยวข้อง ส่วนงบบริจาค ในบัญชีชื่อกองทุน สวัสดิการอุทยานราชภักดิ์นั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการสวัสดิการกองทัพบก ว่าด้วยอุทยานราชภักดิ์ พศ. 2558 และระเบียบการบริหารอุทยานราชภักดิ์ ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ. 2558 และจากการพิจารณาตรวจสอบพิจารณาได้ว่า การใช้จ่ายงบประมาณ เป็นการดำเนินการตามระเบียบที่ได้กล่าวเอาไว้ ซึ่งทราบว่าคณะนี้ทาง สตง. อยู่ระหว่าง การตรวจสอบ งบประมาณตามโครงการนี้อยู่
 
      พล.อ.ชัยชาญ กล่าวต่อว่า การจัดกิจกรรมราชภักดิ์ไบร์ทแอนคอนเสิร์ต แทนคุณแผ่นดิน เพื่อหารายได้สมทบทุนการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ และส่งเสริมให้ประชาชนดูแลสุขภาพด้วยการปั่น จยย.ออกกำลัง โดยมี 5 กิจกรรม 1 จำหน่ายบัตรเข้านร่วมแข่งขันปั่น จยย. ชิงถ้วยพระราชทาน ราคา 1500 บาท 2.การจำหน่ายสิ่งของที่ระลึกมี 2 ราคา โดยเสื้อยืดราคา 600 บาท แต่หากมีเสื้อยืด บัตร และ หมวก ราคา 1500 บาท 3.การจำหน่ายบัตรเข้าร่วมในขบวนปั่น จยย. ซึ่งกำหนดให้ผู้เข้าร่วมบริจาค รายละ 1 ล้านบาท 4.การชมคอนเสริ็ต และร่วมรับประทานอาหาร ซึ่งให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมบริจาคที่นั่งละ 1 ล้านบาท และ นอกจากนี้มีรายได้ในการจำหน่ายโต๊ะอาหารให้กับผู้ที่ร่วมงาน โต๊ะและ 3-5 หมื่นบาท ในส่วนการจัดคอนเสิร์ต เอกชนจะออกค่าใช้จ่ายให้ และ 5.การปลุูกต้นไม้ให้แผ่นดิน กำหนดไว้ 72 ต้น ๆ ละ 3 แสนบาท และมีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคอีก ย้ำว่ากิจกรรมดังกล่าวไม่ได้ซื้อต้นไม้มาปลูก ภาคเอกชนเป็นผู้สนับสนุนต้นไม้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรับบริจาคเงินที่ผู้ประสงค์เข้าร่วมกิจกรรม และจะมีการนำชื่อไปติดไว้ที่หน้าต้นไม้ไว้เป็นเกียรติ ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวมีรายได้รวมทั้งสิ้น 77 ล้านบาทเศษ หักค่าใช้จ่าย 1 ล้านบาทเศษ ซึ่งมีรายรับ-จ่ายชัดเจน ขณะนี้เหลือ 76 ล้านบาทเศษ และเงินจำนวนดังกล่าวได้นำเงินเข้าบัญชีกองทุนสวัสดิการอุทยานราชภักดิ์ และจากการตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินการตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้ทุกอย่าง 
 
      พล.อ.ชัยชาญ กล่าวถึง การหล่อพระบรมรูปฯ และ คกก.ได้เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้มูล เป็นบุคคลภายนอก แต่มีความเกี่ยวพันกับบุคคลภายนอกที่ไม่ได้มาให้ข้อมูล และ บางท่านก็ไม่สามารถตามตัวมาให้ข้อมูลได้ คกก. จึงเห็นว่า การจะให้รายละเอียดในเรื่องดังกล่าวในขณะที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ อาจจะกระทบกับผู้นั้นให้เกิดความเสียหายได้ ซึ่งในการสอบข้อเท็จจริง คกก.ได้ตั้งข้อสังเกตุไว้ในรายงานสอบข้อเท็จจริง จำนวน 16 หน้า ให้กับ รมว.กลาโหม การดำเนินการต่อไป เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย ที่จะต้องดำเนินการต่อไปในประเด็นนี้ 
 
      “คกก.ได้พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะแสวงหาข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานต่าง ๆ ในทุกจดทุกประเด็น เท่าที่จะทำได้ เพราะทราบว่าเรื่องนี้อยู่ในความสนใจของสังคม แต่ด้วยข้อจำกัด และในอำนาจหน้าที่ของ คกก. ส่วนที่นอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ของ คกก. ถ้าหากหน่วยงานภายนอกของกลาโหม ที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องนี้พบว่า มีการดำเนินการใดไม่ถูกต้อง ก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานนั้น สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้กำหนดเอาไว้” พล.อ.ชาญชัย กล่าว 
 
      เมื่อถามว่า ข้อสังเกตุที่ไปถึง คกก. เรื่องโรงหล่อนั้น พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า จากที่ตรวจสอบ บางท่านก็ไม่ให้ข้อมูล บางท่านก็ตามตัวไม่ได้ ประเด็นนี้ อยู่นอกเหนืออำนาจของ คกก. แต่ให้ข้อสังเกตุว่าให้หน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการ 
 
      เมื่อถามว่า สรุปแล้วการตรวจสอบทุกอย่างโปร่งใส พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า ทุกประเด็นในการสอบข้อเท็จจริงที่นำเรียน รมว.กลาโหม จะมีข้อสังเกตุในแต่ละประเด็นขึ้นไป ทั้งการหล่อพระบรมฯ
 
      เมื่อถามว่า พูดชัด ๆ ว่า การตรวจสอบทั้ง กลาโหม และ ทบ. แสดงว่าไม่ผิด พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า คกก. ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ รมว.กลาโหม ในเรื่องงบประมาณ โดยแต่ละเรื่องมีข้อสังเกตุอยู่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะต้องไปตรวจสอบจะบอกว่าแผนงานโครงการได้ดำเนินการตามหรือไม่ 
 
      เมื่อถามว่า ข้อสังเกตุที่ส่งไปยัง รมว.กลาโหม มีอะไรบ้าง พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า ในเรื่องงบประมาณ ก็พูดถึงระเบียบต่าง ๆ ที่ใช้ โดยมีการตั้งข้อสังเกตุในเรื่อง กิจกรรมไบร์คอนเสิร์ต มีรายรับจ่าย ที่ชัดเจนตามแผนการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมเรื่องของการดำเนินการวิธีจัดหา ข้อสังเกตุมีในการจัดหาจำกัด ส่วนประเด็น การหล่อฯ ก็เป็นไปตามที่ได้เรียนให้ทราบ 
 
      เมื่อถามว่า สังคมยังสงสัย และพุ่งเป้าไปที่ตัวของ พล.อ.อุดมเดช และตัวบุคคลไม่ได้นำมาพิจารณา แสดงว่า พิจารณาในเรื่องงบประมาณ ดังนั้น พล.อ.อุดมเดช บริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า เราไม่สามารถชี้ได้ว่าตรงไหนผิดถูก เพียงแต่ดูประเด็นอะไรที่ตั้งข้อสังเกตุให้หน่วยงานที่่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป 
 
      เมื่อถามว่า พล.อ.อุดมเดช ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แม้ว่าสังคมจะตั้งข้อสงสัย พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า ในประเด็นเรื่องนี้ ตัวบุคคล โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการหล่อพระบรมฯ ก็ได้มีข้อสังเกตุ และได้ข้อกำหนดในชุดนี้มีการสอบข้อเท็จจริง ไม่ได้วินิฉัยได้ว่าอันไหนถูกผิด เพราะมีอำนาจขอบเขตในการสอบข้อมูลในส่วนของกลาโหม ดังนั้นประเด็นที่สอบไม่สามารถชี้ถูกผิดได้อย่างไร เพียงให้ข้อสังเกตุก็ให้อยู่ในอำนาจของหน่วยงานที่มีอำนาจทางกฎหมายดำเนินการต่อไป 
 
      เมื่อถามว่า พล.อ.อุดมเดช และ คนใกล้ตัว ไม่มีการทุจริต แต่ทำไมคนใกล้ตัว ลาออก หนีออกต่างประเทศ ที่สังคมอยากทราบ พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า ตนขอความร่วมมือมาสอบข้อเท็จจริง แต่ก็ไม่ได้มา ไม่สามารถตามตัวได้ ดังนั้นสิ่งนั้นมีเหตุผลอย่างไรที่จะสรุปได้ คนที่ตามไม่ได้ หรือคนที่หนีไป เป็นคดีอื่น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งเป็นคดีตามหมายศาลทหารกรุงเทพทหารออกหมายจับ
 
      เมื่อถามว่า พล.อ.อุดมเดช ไม่ต้องลาออกเพื่อแสดงสปิริต พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ เมื่อนายมานะ นิมิตรมงตล เลขาองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น ที่เข้าร่วมรับฟังได้ลุกขึ้นถามว่า เรื่องนี้จะเปิดเผยรายชื่อคู่สัญญาณได้หรือไม่ พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า พร้อมเปิดเผยรายชื่อคู่สัญญา 
 
      เมื่อถามว่า การขออนุมัติงบประมาณกลางไปตรวจสอบ พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตุไป 
 
      เมื่อถามว่า การหักหัวคิด และ โรงหล่อ ผลการตรวจสอบได้ผลอย่างไร พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า เรื่องนี้ การเชิญบุคคลคนหนึ่งมาให้ข้อเท็จจริง ไม่ได้มาให้ข้อเท็จจริง และบุคคลทีี่เกี่ยวข้องก็ไม่สามารถตามตัวมาได้ ก็ไม่สามารถวินิจฉัยได้ ก็เสนอขึ้นไป อยู่ในอำนาจของหน่วยงานที่จะต้องดำเนินการต่อไป ทั้งนี้จะทำให้ดีที่สุดให้เคลียร์ในทุกประเด็น อย่างเช่นงบประมาณน่าจะชี้แจงได้ตามการดำเนินการ
 
      เมื่อถามว่า ผลสอบเหมือนเป็นการซื้อเวลาให้กับ พล.อ.อุดมเดช นั้น พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า อำนาจของเจ้าหน้าที่ให้ รมว.กลาโหม และให้อำนาจหน้าที่ตรวจสอบไปดำเนินการ
 
 
      ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คณะกรรมการยังได้รวบรวมรายชื่อ / บริษัท ที่เชิญมาให้ข้อเท็จจริงกรณีการหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์โครงการดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.58 โดยมีทั้งหมด 6 บริษัท คือ1. บริษัท ช.ประติมากรรมอินดัสตรี จำกัด หล่อพระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหง วงเงิน 43 ล้านบาท โดยบริจาคให้โครงการ 3 ล้านบาท 2.บริษัท ร็อคคลา ไฟน์ อาร์ท จำกัด หล่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราช วงเงิน 45.5 ล้านบาท มีวงเงินบริจาค 3.8663 ล้านบาท 3. ห้างหุ้นส่วน ประติมา ไฟน์อาร์ท หล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเงิน 44.5 ล้านบาท มีวงเงินบริจาค 3 ล้านบาท 4.บริษัท พุทธปฏิมา พรหมรังสี จำกัด หล่อพระบาทสมเด็จยอดฟ้าจุฬาโลก 43 ล้านบาท เงินบริจาค 4.788 ล้านบาท 5. บริษัท โผนประติมากรรม สากลจำกัด หล่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วงเงิน 42 ล้านบาท มีวงเงินบริจาค 5.3449 ล้านบาท 6. บริษัท เอเชียไฟน์อาร์ท หล่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 45 ล้านบาท และพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 45 ล้านบาท ไม่มีเงินบริจาค
 
      ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ในเอกสารของคณะกรรมการ ได้ระบุถึงชื่อที่เชิญมาในลำดับที่ 7 คือ นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือ เซียนพระชื่อดัง ในประเด็นค่าที่ปรึกษา โดยมีเฉพาะช่องเงินบริจาคคืน 20 ล้านบาท ซึ่งหากนำเงินบริจาคของ 6 บริษัทรวมกันทั้งหมดก็ตรงกับข่าวที่ก่อนหน้านี้ว่า ได้เรียกค่าหัวคิวและได้บริจาคคืนให้กองทัพบกวงเงิน 20 ล้านบาท ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตุวงเงินที่ถูกเรียกค่าหัวคิวและนำกลับมาบริจาคนั้น เป็นจุดทศนิยม ซึ่งเป็นการคำนวณจากเปอร์เซ็นต์ของวงเงินการหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์แต่ละพระองค์ อย่างไรก็ตาม เอกสารดังกล่าวเป็นรายละเอียดส่วนหนึ่งที่คณะกรรมการได้รวบรวมก่อนสรุปเป็นผลสอบและข้อสังเกตุส่งให้ พล.อ.อประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จำนวน 16 หน้า