
สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เกมสูญเสียที่ไม่....เสียของ?
30 ธ.ค. 2558
10 ข่าวเด่น 2558 : สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เกมสูญเสียที่ไม่....เสียของ?
สกรีนพื้นสี: ปรากฏการณ์ทางการเมืองเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่ออนาคตประเทศไทยอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง จะเป็นเรื่องอะไรไปไม่ได้นอกจากกรณีที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญไปด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น ส่งผลให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนเวลาออกไปอีกถึง 20 เดือน
การเมืองยุคคสช.(คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) ยังคงร้อนแรงท้าทายกับการดำรงอยู่ของขุนทหารภายใต้การนำของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ที่ขึ้นมาบริหารประเทศในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่เข้ามาด้วยวิธีพิเศษเพื่อคลี่คลายวิกฤติการเมืองไทยเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 รัฐนาวาที่ถูกขนานนามว่า “เรือแป๊ะ” ต้องพบกับคลื่นลมแรงเสียดทานทั้งบนน้ำและใต้น้ำโหมกระหน่ำเป็นระยะๆ ทั้งที่ตั้งปณิธานในการสร้างความ “ปรองดอง” เงื่อนไขหนึ่งของการเข้ามา
หลายปัญหาที่หมักหมมและเป็นวาระซ่อนเร้น ถูกจับเป็นวาระแห่งชาติแสวงหาพันธมิตรเพื่อเข้ามาแก้ไขให้เป็นรูปธรรมด้วยหวังลดความเหลื่อมล้ำให้เกิดความเสมอภาคอย่างเท่าเทียม
เงื่อนเวลาถูกหยิบยกขึ้นมาในหลายกรณีเพื่อเร่งสร้างประชาธิปไตยให้กลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว...!!!
หนึ่งในนั้นก็คือร่างรัฐธรรมนูญภายใต้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) ที่ใช้เวลากว่า 9 เดือนจัดทำร่างขึ้นมาและส่งให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2558 ก่อนที่จะบรรจุในวาระการพิจารณาของสปช.ในอีก 16 วัน
เช้าวันที่ 6 กันยายน 2558 สปช.ทำการโหวตแบบเปิดเผยรายคน ซึ่งจะต้องได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด 247 เสียง หรือต้องมากกว่า 124 เสียง จึงจะถือว่า สปช.รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
แต่ผลการลงมติอย่างเป็นทางการปรากฏว่า สปช.มีมติ ไม่เห็นชอบ 135 เสียง, เห็นชอบ 105 เสียง และงดออกเสียง 7 เสียง ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. … ที่กมธ.ยกร่างฯ เสนอเป็นอันตกไป...????
โดยฝ่ายที่ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 135 เสียง มาจาก เสียงของ สปช.สายจังหวัด 60 เสียง, สปช.ด้านกฎหมายและการเมือง 40 เสียง, สายทหารและตำรวจ 35 เสียง
ฝ่ายที่ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ 105 เสียง มาจาก สปช.ด้านสังคม 9 เสียง, ด้านการศึกษา 12 เสียง, ด้านการเมืองและกฎหมาย 10 เสียง, ด้านเศรษฐกิจ 12 เสียง, สายจังหวัด 17 เสียง, สายนักวิชาการและเอ็นจีโอ 25 เสียง และสาย กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 20 เสียง
ส่วนกลุ่มที่งดออกเสียง 7 เสียง เป็น สปช.ด้านสังคม แบ่งเป็นสังคมทั่วไป 3 เสียง ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 1 เสียง ด้านอื่นๆ 3 เสียง
ไม่เพียงเท่านี้ ผลจากการลงมติยังจะทำให้ กมธ.ยกร่างฯ ทั้ง 36 คนที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ต้องพ้นจากตำแหน่งไปพร้อมกับสมาชิก สปช. ทั้ง 247 คนด้วย...!!
ด้วยเหตุนี้...สปอตไลท์ทางการเมืองจึงฉายแสงกลับไปยัง “คสช.-พล.อ. ประยุทธ์” ที่จะต้องกุมบังเหียนเรือแป๊ะต่อไป จากการที่โรดแม็พสู่การเลือกตั้งต้องขยายออกไปอีก...!
จากเดิมที่กำหนดไว้ว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบจาก สปช. และผ่านการทำประชามติ น่าจะจัดการเลือกตั้งได้ภายในเดือนสิงหาคม 2559 อาจต้องเลื่อนไปเป็นอย่างเร็วที่สุด คือต้นปี 2560
ตามร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 39/1 กำหนดว่า ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ กมธ.ยกร่างฯ พ้นจากตำแหน่ง หรือนับจากวันที่ร่างรัฐธรรมนูญตกไป ให้คสช. แต่งตั้ง “คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” ขึ้นมาชุดหนึ่ง ประกอบด้วยประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอีกไม่เกิน 20 คน เพื่อทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ก่อนนำไปจัดทำประชามติต่อไป ภายใน 45-60 วัน
9 เดือนของการจัดทำรัฐธรรมนูญถูกคว่ำลงภายใน 30 นาทีในการลงมติของสปช. สูญเสียเม็ดเงินไปราว 500 ล้านบาท ได้ถูกตั้งถามและข้อสงสัย ใครที่กล้าหักดิบกับอำนาจของกองทัพ ณ ขณะนั้น...????
ต้องยอมรับว่าการเมืองในโค้งสุดท้ายของกมธ.ยกร่างฯ สังคมได้มีการถกเถียงถึงปัญหาใหญ่ของร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ ที่มานายกรัฐมนตรีที่เปิดช่องให้ “คนนอก” เข้ามานั่งเก้าอี้ได้ และที่มา ส.ว. ที่ให้มาจากการ "แต่งตั้ง" 123 คน เมื่อรัฐธรรมนูญบังคับใช้คณะรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเลือกกรรมการสรรหาฯ ให้เฟ้น ส.ว.แต่งตั้ง 123 คน โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปีอีกด้วย
ที่สำคัญคือการจัดตั้ง “คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ(คปป.)” ที่ค้านสายตาอย่างยิ่ง ทั้งจาก สปช.เอง หรือฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะ 2 พรรคใหญ่ ประชาธิปัตย์และเพื่อไทย ที่เห็นพ้องต้องกันด้วย...!!!
เนื่องเพราะเห็นว่า เป็นการให้อำนาจ คปป. เหนือคณะรัฐมนตรี จะทำให้การปกครองในภายภาคหน้าเกิดความยุ่งเหยิงในลักษณ์ “รัฐซ้อนรัฐ” ...!
เค้าลางของความวุ่นวายเริ่มมีให้เห็น และหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านการลงมติของสปช. ก็ไม่มีหลักประกันในเรื่องขั้นตอนการทำประชามติ ที่ต้องยึดหลักเสียงส่วนใหญ่ของผู้มีสิทธิ ดังนั้น มั่นใจได้ว่าจะไม่มีเสียงประชาชนเห็นชอบหรือรับร่างรัฐธรรมนูญถึง 23 ล้านเสียงขึ้นไปเป็นแน่...????
ประกอบกับ สปช.บางส่วน เริ่มออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เห็นได้จากช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนลงมติรับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ มี สปช.หลายราย ออกมาแถลงข่าวขู่คว่ำกันแบบรายวัน
ท่ามกลางกระแสข่าวที่สะพัดกันในหมู่ สปช.ว่า ที่ปรึกษาของแม่น้ำห้าสายหารือกันนอกรอบแล้ว เตรียมเสนอผู้มีอำนาจสั่งพับแผนทำประชามติที่ต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา โดยหันมาใช้วิธีให้ สปช. โหวตตีตกร่างรัฐธรรมนูญให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป...????
สอดรับกับแมลงหวี่ที่แว่วเสียงมาว่า “สายสีเขียว” ระดับพลเอกในคณะรัฐมนตรีลุงตู่อยู่เบื้องหลังการ “ล็อบบี้” ผ่าน สปช.สายทหาร ให้โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการให้ คสช.ทำการปฏิรูปประเทศต่อ
เนื่องจากเห็นว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านออกไปจนถึงขั้นประชามติ ประชาชนจำนวนมากย่อมไม่เอาด้วยแน่ และหากเป็นอย่างนั้น เท่ากับว่า สถานะของ คสช. ย่อมสั่นคลอนได้...!!!!
ในทางกลับกัน การเข้ามาทำงานของคสช.ท่ามกลางวิกฤติการณ์ทางการเมือง ด้วยท่าทีดุดันเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาชาติ เรียกเสียงเชียร์จากแฟนคลับลุงตู่ได้ในระดับหนึ่ง
ฟ้า...รู้...ดิน...รู้...และคสช.เองก็รับรู้ได้จากเสียงกรี๊ดของประชาชนที่ยังรับได้กับรัฐบาลบิ๊กตู่ และอยากให้มีรัฐบาลที่มั่นคงในช่วงนี้เพื่อมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจและดูแลด้านต่างๆ มากกว่าที่จะเสี่ยงเกิดความขัดแย้งที่รุนแรงจากการเลือกตั้งเหมือนดังช่วงที่ผ่านมา
ที่สำคัญเสียงสนับสนุนเหล่านี้ยังเป็นเกราะกำบังป้องกันไม่ให้ คสช.ล้ม ก่อนที่จะลงจากหลังเสืออีกด้วย...!!
สัญญาณที่ส่งออกมาให้เห็นเป็นการเอาใจแฟนคลับลุงตู่ก็เมื่อหัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวฯ ถอดยศ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ก่อนหน้าวันโหวตร่างรัฐธรรมนูญเพียง 1 วัน
ย่อมแสดงให้เห็นนัยทางการเมืองอย่างชัดเจนในการซื้อใจสร้างฐานเสียงให้ คสช. ในกลุ่มที่ไม่เอา “ทักษิณ” ให้ชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย...???
ที่สำคัญคสช.และรัฐบาล ก็มีเวลามากขึ้นในการสร้างผลงาน และจัดการกับฝ่ายการเมืองในอดีตที่มีปัญหา เช่น คุมให้การทำคดีทุจริตคอร์รัปชั่นของนักการเมืองดำเนินไปอย่างคงเส้นคงวา อย่างคดีทุจริตการจำนำข้าว คดีการชุมนุมทางการเมือง คดีลอบทำร้าย คดีวางระเบิด เป็นต้น
แน่นอนว่า ความกดดันทางการเมืองที่พุ่งสู่ คสช.และรัฐบาล ที่ยังคงถืออำนาจเผด็จการอยู่นานกว่าโรดแม็พเดิมย่อมประเมินได้ว่าจะมีมากขึ้น แต่ก็สามารถผ่อนคลายได้ ถ้าทำให้ประชาชนยอมรับในฝีมือการแก้ปัญหาก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง
คงต้องจับตาโรดแม็พใหม่ภายใต้สูตร 6:4:6:4 ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ว่าจะนำพารัฐนาวา "เรือแป๊ะ" ที่มีการตั้ง “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” หรือ สปท. ทำหน้าที่แทนสปช. ไปถึงฝั่งฝันได้อย่างไร...???
เงื่อนเวลาหรือไทม์ไลน์ที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ประกาศ 6 เดือนสำหรับการร่างรัฐธรรมนูญ 4 เดือนของกระบวนการทำประชามติ 6 เดือนของการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และ 4 เดือนสุดท้ายของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง จะเป็นไปด้วยความราบรื่นหรือไม่...???
ดังนั้น หากไม่มีเหตุการณ์ใดมาสะดุดอำนาจของ คสช.และรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้ว เราจะว่างเว้นจากการเลือกตั้งไปจนถึงกลางปี 2560 กระแสความพอใจหรือไม่พอใจของประชาชนส่วนใหญ่จะเป็นตัวชี้วัดและอนุญาตให้ คสช.ถืออำนาจไปได้นานแค่ไหน คำตอบอยู่ที่เสียงประชาชนแน่นอน...!!!



