ข่าว

สมช.สาวลึกหาคนชักใย'ม็อบเกาะเต่า'

สมช.สาวลึกหาคนชักใย'ม็อบเกาะเต่า'

29 ธ.ค. 2558

ม็อบพม่ายื่นหนังสือสถานทูตไทยในหลายประเทศ ประท้วงคดีเกาะเต่า นายกฯ วอนสื่ออย่าเสนอข่าวกระทบความสัมพันธ์ ขณะเลขาฯ สมช.ประสานข่าวกรองพม่า หาข่าวเบื้องหลังม็อบฮือ

 
                      29 ธ.ค. 58  การประท้วงของชาวพม่าที่ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาลจังหวัดเกาะสมุย ที่ตัดสินลงโทษประหารชีวิต 2 จำเลยวัย 22 ปี ชาวพม่า ในคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาย-หญิงชาวอังกฤษบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากเคลื่อนไหวต่อเนื่องมา 3 วัน ในฝั่งประเทศพม่า ล่าสุด สถานการณ์ดูเหมือนกลับเป็นปกติแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมที่เคยประท้วงที่เมืองย่างกุ้ง และอีกหลายเมืองใกล้ชายแดนไทย ได้ยุติความเคลื่อนไหว มีเพียงชาวพม่าบนเกาะสอง ด้าน จ.ระนอง ประมาณ 100 คน รวมตัวกันที่ตลาดบนเกาะเมื่อช่วงสายวันนี้ (29 ธ.ค.) และสลายตัวไปในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง
 
                      ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลไทยมีคำชี้แจงจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกันอีกครั้งว่า การเคลื่อนไหวของชาวพม่าถือว่ายุติแล้ว เพราะทางการไทยได้ชี้แจงต่อทางการพม่าไปแล้วว่า คดีฆาตกรรมบนเกาะเต่า ที่จำเลยชาวพม่า 2 คนถูกศาลไทยพิพากษาประหารชีวิตนั้น เป็นเพียงการตัดสินของศาลชั้นต้น ซึ่งกระบวนการยุติธรรมของไทยยังมีขั้นตอนให้ยื่นอุทธรณ์ และฎีกา ได้อีก 2 ศาล ซึ่งฝ่ายพม่าก็เข้าใจ
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ ยังขอความร่วมมือสื่อมวลชนในประเทศไม่ให้นำเสนอข่าวในลักษณะวิเคราะห์วิจารณ์ที่จะส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย
 
                      "สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ เราอย่าไปตกในท่ามกลางความขัดแย้งเสียเองในเมื่อมันไม่ใช่ปัญหาของประเทศเราโดยตรง ฉะนั้นต้องขอร้องสื่อ ซึ่งมีหลายอย่างแล้วที่เห็นว่ามันบานปลายไปเรื่อย เพราะสื่อไม่เข้าใจแล้วเขียน วิจารณ์ ซึ่งเป็นสิทธิ์ท่าน แต่ต้องไม่ทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย ไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ ระหว่างผู้นำประเทศ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสำคัญที่สุดในเรื่องของการที่จะทำให้อาเซียนเข้มแข็ง"
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องกระบวนการยุติธรรม สื่อต้องไม่เสนอข่าวให้ประเทศเสียหาย แม้กระทั่งเรื่องคดีคงไม่ต้องพูดกันอีกแล้ว คดีที่เกิดขึ้นต้องไปเข้ากระบวนการยุติธรรม เหมือนกับคดีอื่นๆ ส่วนการเคลื่อนไหวของชาวพม่าเป็นเพราะเขาห่วงใยคนของเขา ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา พม่าไม่ได้จี้อะไร เพียงแต่ฝากให้ช่วยดูแล ซึ่งเราก็ตอบไปแล้วว่าโอเค ก็จบ
 
                      "อย่าไปให้เกิดการปลุกระดมอะไรต่างๆ แล้วทำให้ไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมไทย มันไม่ได้ มันเสียหาย ทั้งหมดอยู่ที่พยานหลักฐาน ซึ่งก็รู้อยู่แล้วว่า การตัดสินจากวัตถุพยานคืออะไร เป็นไปได้หรือไม่ อย่าไปเขียนคล้อยตามคนพูดไปเรื่อย ฟังเขาบ้างมันจะได้ชั่งน้ำหนักได้"
 
                      นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับ รมว.ต่างประเทศของพม่าแล้วว่าเป็นกระบวนการยุติธรรมของไทย ซึ่งเขารับทราบว่ายังมีกระบวนการอีก เพียงแต่ขณะนี้อารมณ์คนกำลังคุกรุ่น แต่เขาจะพยายามเต็มที่ไม่ให้เรื่องบานปลาย ทั้งนี้เรายังได้แจ้งว่า ให้เขามีที่ปรึกษากฎหมายเข้ามาช่วยเหลือคดีได้ตามที่เห็นสมควรต่อไป ขณะที่การชุมนุมหน้าสถานทูตไทยนั้น ถือเป็นเรื่องอารมณ์ของคนในเวลานี้ แต่จะผสมผสานกับการจัดตั้งหรืออะไรของกลุ่มใดเป็นเรื่องที่กำลังตรวจสอบกันอยู่ ถึงอย่างไรสิ่งที่ดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นในขณะนี้คือ ให้เรื่องคลี่คลายสงบลง แล้วกลับเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม หวังว่าเหตุการณ์จะไม่พัฒนาไปสู่ความรุนแรง เพราะไม่เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย
 
                      เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีการจัดตั้งม็อบในพม่า นายดอน กล่าวว่า ไม่ทราบมาจากอะไรบ้าง แต่หวังว่าเรื่องนี้จะไม่ถูกกระทำโดยใครก็ตามที่จะทำให้เรื่องบานปลาย เพราะไม่เป็นผลดี
 
                      ด้าน พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ตั้งข้อสังเกตว่า การชุมนุมของชาวพม่าที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่่สี่อาจเป็นการจัดตั้งมาหรือไม่
 
                      "เราสงสัยว่าทำไมยังมีชุมนุมต่อเนื่อง เพราะทั้งหมดเกี่ยวข้องความมั่นคงในประเทศเรา และเราชี้แจงแล้วว่า กระบวนการยุติธรรมของเราดำเนินการถูกต้อง และขั้นตอนยังไม่ได้จบที่ศาลชั้นต้น หากผู้ต้องหามีหลักฐานอื่นที่จะมาแย้งก็สามารถอุทธรณ์ ฎีกาได้ และยังไม่เห็นความจำเป็นใดๆที่จะมาประท้วง เพราะยังไม่สิ้นสุด แต่เราก็คอยติดตามดู"
 
                      พล.อ.ทวีป กล่าวด้วยว่า การประท้วงของชาวพม่ายังไม่ส่งผลกระทบการค้าชายแดน ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ได้ประชุมข่าวกรอง และได้ให้หัวข้อข่าวสารแก่หน่วยข่าวให้หาข้อมูลเพิ่มเติม และประสานหน่วยงานข่าวกรองระหว่างประเทศอยู่แล้ว ขณะนี้ไม่มีอะไรน่าห่วง ทางการพม่าได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารดูแลไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง และขณะนี้ยังไม่ได้ห้ามคนไทยเดินทางไปพม่า เพียงแต่ให้ระวังตัวไว้บ้างก็ดี เพราะถ้าเกิดเหตุอย่างนี้ในบ้านเราก็ต้องแจ้งเตือนเช่นเดียวกัน
 
                      นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้แปลคําพิพากษาฉบับย่อของคดีดังกล่าวเป็นภาษาพม่า เพื่อส่งมอบให้กระทรวงการต่างประเทศพม่า รวมถึงเผยแพร่ให้ชาวพม่าได้ทราบ และเข้าใจถึงข้อเท็จจริงจากการดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรมของไทยอีกด้วย
 
                      นายเสข กล่าวอีกว่า ในส่วนของสถานการณ์การชุมนุมในย่างกุ้ง ประเทศพม่านั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง แจ้งว่า วันนี้ (29 ธ.ค.) มีกลุ่มผู้ชุมนุมจํานวน 150 - 200 คน มายื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม และให้ปล่อยผู้ต้องหาชาวพม่าทั้ง 2 คน โดยผู้แทนของสถานทูตได้ออกมารับหนังสือดังกล่าว ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะสลายตัวไป ขณะนี้กระทรวงยังคงติดตามสถานการณ์และประสานงานกับทางการพม่าอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยในชั้นนี้ยังไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
 
                      นายเสข กล่าวด้วยว่า กระทรวงยังได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลียว่า ในวันเดียวกันนี้ เวลา 11.00 น. มีชาวพม่า 35 - 40 คน เดินทางมายื่นหนังสือต่อผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูต ก่อนจะสลายตัวไปในเวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นอกจากนี้ยังได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ว่า เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่ผ่านมา ได้มีผู้ชุมนุมชาวพม่าประมาณ 30 - 40 คน มารวมตัวกันบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูต อย่างไรก็ดี ตํารวจมาเลเซียได้ขอให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายไปชุมนุมบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตพม่าประจํามาเลเซียแทน ซึ่งไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวใดๆ หลังจากนั้น
 
 
 
--------------------
 
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)