ข่าว

'ตกท่อ'ขอเยียวยาเพิ่ม10เท่าให้ฟ้องเอา

'ตกท่อ'ขอเยียวยาเพิ่ม10เท่าให้ฟ้องเอา

29 ธ.ค. 2558

ปลัดกทม.ยันไร้กฎหมายรองรับจ่ายเยียวยา 'หนุ่มตกท่อ' โอดลงขันน้ำใจช่วยเบื้องต้นแล้ว แย้มขอเพิ่มสูง 10 เท่า อยากได้ให้ไปฟ้องเอา

 
                      29 ธ.ค. 58  นายพีระพงษ์ สายเชื้อ ปลัดกทม. กล่าวถึงกรณีที่ นายวัชชิระ สวัสดี ผู้ประสบอุบัติเหตุขาตกท่อระบายน้ำเย็บ 100 เข็ม ที่ ซ.รัชดาภิเษก 26 หลังมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา แล้วเตรียมฟ้องร้อง กทม.เพื่อเรียกค่าเสียหาย ว่า ทาง กทม.ได้ให้ทาง ผอ.เขตจตุจักร ไปเยี่ยมดูแลในเบื้องต้นตั้งแต่วันแรกที่ได้รับทราบข่าว เราได้มอบเงินให้ไปจำนวนหนึ่ง แล้วก็บอกเขาไว้ว่า เราจะช่วยดูแลในเรื่องของค่ารักษา ขณะเดียวกันท่อที่ชำรุด ในวันรุ่งขึ้น กทม.ได้เข้าไปแก้ไขดูแลซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็ทราบว่า นายวัชชิระ ได้ไปโพสต์เฟซบุ๊กเรี่ยไรเงินเพื่อจะฟ้องทาง กทม. เรื่องนี้คนที่เขาเป็นผู้เสียหายย่อมมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจในตรงนั้น ซึ่งทาง กทม.คงทำได้ในระเบียบกติกาที่เป็นปัจจุบันเท่านั้น ในส่วนของระเบียบของการช่วยเหลือเยียวยานั้น ต้องเรียนว่า กทม.ไม่มีกฎระเบียบรองรับในการช่วยเหลือเรื่องนี้ แล้วตนเองก็ไม่เคยไปบอกไปท้าให้ไปฟ้องร้อง เพียงแต่บอกว่า เรื่องนี้เราอยากให้ลงเอยจบกันด้วยดี ยอมรับในน้ำใจที่เรามอบให้
 
                      "ผมเรียนว่า ระเบียบการให้ความช่วยเหลือของ กทม.ยังไม่มี เราเคยประชุมกันจะออกระเบียบ กทม. ผลคือมันไม่ได้ เพราะกฎหมายที่มีก็ไม่รองรับให้เราไปออกระเบียบได้ หลายฝ่ายก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งการฟ้องร้องในอดีตก็มี เช่น ต้นไม้ล้มไปทับรถของชาวบ้านประชาชน ทางประกันก็ไปจ่าย แล้วบริษัทประกันติดใจกับทาง กทม. ก็มาฟ้องเอากับ กทม. ถ้ามีคำสั่งศาลท่านสั่งออกมา เราไม่มีการอุทธรณ์หรอก สั่งมาก็ไปจ่ายเลย อย่างไรก็ดี ตอนนี้ท่านผู้ว่าฯ ได้อนุมัติงบฉุกเฉินไปยังทุกสำนักงานเขต จำนวนเขตละ 5 ล้านบาท เพื่อไปแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ในอดีตถ้ามีปัญหาต้องไปขอจัดสรรงบประมาณ กว่าจะได้ก็มีระยะเวลาเป็นเดือน อย่างรายปัญหาที่เกิดขึ้นรายนี้ เหตุที่เกิดประมาณ 1 ทุ่ม เช้ามาเราก็ได้ไปดำเนินการซ่อมฝาเรียบร้อยรวดเร็วเลย" 
 
                      ปลัดกทม. กล่าวว่า ล่าสุด นายวัชชิระได้มีการติดต่อเรียกร้องมาเพื่อขอค่าเยียวยาจำนวนหนึ่งที่มีเม็ดเงินสูงพอสมควร ซึ่งมากกว่าคำว่า 'น้ำใจ' ที่ทุกคนร่วมใจกันควักกระเป๋ากันเอง ไม่ใช่เงินทางราชการ เรื่องนี้ตนไม่สามารถที่จะบอกได้จำนวนเท่าไหร่ บอกได้แต่เพียงว่า มีจำนวนมากกว่าที่เราเคยมอบให้เป็น 10 เท่า เรื่องนี้เราคงให้ไม่ได้ แล้วถ้าไปพูดตรงๆ ถ้าจะเอาเงินจำนวนนี้ ก็คงต้องไปฟ้องกันเอาเอง เพราะว่ามันไม่มีระเบียบรองรับเอาไว้