ข่าว

ความเสี่ยงที่ยังไม่หมด ต้องมีวินัยในปีหน้านี้อีกมาก

ความเสี่ยงที่ยังไม่หมด ต้องมีวินัยในปีหน้านี้อีกมาก

31 ธ.ค. 2558

สวัสดีเศรษฐกิจ : ความเสี่ยงที่ยังไม่หมด ต้องมีวินัยในปีหน้านี้อีกมาก : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                      แม้ว่าเราจะยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่มีหลายประการจากด้านต่างประเทศ เช่น การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางประเทศยักษ์ใหญ่ก็ตาม หากว่า เมื่อหันกลับมามองเศรษฐกิจไทยสิ่งที่ยังคงเป็นแสงในทางบวกคือ
 
                      1.แรงหนุนจากการลงทุนของภาครัฐ โดยเป็นที่คาดหมายว่า โครงการสำคัญๆ ในหลายโครงการจะทยอยมีความคืบหน้า มีการลงนามในสัญญา จึงจะส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้นในปีหน้า
 
                      2.การขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวต่อเนื่องจากปี 2558 แม้ว่าอัตราการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศคงจะชะลอลงไปบ้างจากปี 2558 เนื่องจากการแข่งขันที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน แต่หลายฝ่ายคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่เดินทางมาไทยในปี 2559 คงขยายตัวได้ดี
 
                      3.ส่วนเรื่องกำลังซื้อของครัวเรือนในประเทศในปี 2559 อาจต้องเจอกับแรงกดดัน ไม่ว่าจะมาจากปัญหาภัยแล้งที่กระทบต่อรายได้ของเกษตรกรและจากประเด็นหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงพอสมควร
 
                      สถานการณ์หนี้ครัวเรือนของไทย รายงานโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า มียอดคงค้าง 10.71 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 6.3 แสนล้านบาท หรือมีการขยายตัว 7.90% และได้เพิ่มสูงขึ้นเป็น 80% ของจีดีพี ซึ่งมีตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 13 ล้านล้านบาท
 
                      อย่างไรก็ตาม คาดกันว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตลอดจนมาตรการเสริมสภาพคล่องต่างๆ ที่ภาครัฐทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องจากทีมเศรษฐกิจ น่าจะประคับประคองกำลังซื้อของครัวเรือนไว้ได้ทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคในปี 2559 ไม่ควรน้อยกว่าปีที่กำลังจะจากไป
 
                      แล้วเราจะก้าวข้ามหนี้ในปีใหม่อย่างไรดี เราต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนครับ เราก่อหนี้ เราเอาหนี้มากินมาใช้ มาลงทุนแล้ว เราก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เราได้ทำลงไปด้วยตัวของเราเองครับ อย่าไปโทษสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัว มันไม่ทำให้หนี้เราลดลงแต่ประการใด อย่าคิดเอาหนี้ใหม่มาจ่ายหนี้เก่าหรือคิดแบบหมุนหนี้นะครับ มันอันตรายและอันตรายมากนะครับ
 
                      สูตรที่ต้องนำมาใช้ครับ 40 : 20 : 40 หมายความได้ดังนี้ครับ
 
                      ข้อ 1 ถ้าเรามีรายได้ 100 บาทต่อเดือน 40 บาทแรกเอาไว้ใช้จ่ายใน 30 วันครับ 20 บาทที่สองเก็บออมเอาไว้รองรัง เป็นฐานของความมั่นคงในอนาคต 40 บาทสุดท้าย คือ ยอดผ่อนหนี้ทุกอย่างต่อเดือนสูงสุดที่เราจะยอมให้เกิดกับชีวิตของเรา
 
                      ข้อ 2 ทีนี้ถ้ายอดผ่อนหนี้ต่อเดือนมันเกิน 40 บาท จาก 100 บาท ที่เป็นรายได้หรือว่ามันเกิน 40% ของรายได้แล้วละก็ เราต้องรีบไปเจรจายืดหนี้ออกไป เพื่อให้ยอดผ่อนมันลดลงมา ต้องพยายามกดดันตัวเอง วางแผนแก้ไขให้ตัวเลขสมการของ 40 : 20 : 40 เป็นไปให้ได้เร็วที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อให้สุขภาพทางการเงินของเรามีความแข็งแรง รองรับกับแรงกระแทกจากเภทภัยที่จะมาได้อย่างปลอดภัย
 
                      ในปี 2559 ที่กำลังจะก้าวเข้ามา คนที่อยู่ฐานราก ผู้มีรายได้น้อย ผู้มีรายได้ปานกลาง หรือคนชั้นกลางที่มีหนี้ครัวเรือน สินเชื่อ บ้าน บัตรเครดิต รถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล ภาระที่ต้องผ่อนจ่ายทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และผ่อนสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ที่ใช้ในการดำรงชีวิต จะเป็นปัจจัยหลักที่จะต้องคิดในเรื่องวินัยทางการเงิน...
 
 
 
 
--------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : ความเสี่ยงที่ยังไม่หมด ต้องมีวินัยในปีหน้านี้อีกมาก : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)