ข่าว

มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ความต่าง

มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ความต่าง

29 ธ.ค. 2558

มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ความต่าง : โดย...สำนักข่าวเนชั่น

 
                      แม้หลายคนจะมองกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นเพียงละครหนึ่งฉาก เพื่อร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศเพื่อให้เป็นไปตามผู้มีอำนาจต้องการ  แต่พวกเขาก็ยังยินดีที่จะเสนอแนะความเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาที่ต้องการให้ปรากฏในรัฐธรรมนูญ  ด้วยความคาดหวังว่า ในหลากแบบ ไม่ว่าจะเป็นความต้องการให้นำไปบรรจุจริงๆ หรือเพียงต้องการสะท้อนความเห็นเพื่อสร้างกระแสในสังคม 
 
                      เช่นเดียวกับที่สภาพัฒนาการเมืองนำเสนอความเห็นต่อการร่างรัฐธรรมนูญ มีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งต่างจากความต้องการของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ  นั่นคือเรื่อง “ที่มานายกรัฐมนตรี” 
 
                      ดังที่ทราบกันว่า เจตนาและความต้องการของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะไม่เขียนกำหนดลงไปว่า “นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.” และหาวิธีการที่สลับซับซ้อนมาเพื่อรองรับความชอบธรรมจากการที่นายกฯ จะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง โดยกำหนดให้พรรคการเมืองที่จะสมัครรับเลือกตั้งต้องเสนอบัญชีผู้ที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกฯ รัฐมนตรีขึ้นมา 5 คน เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่ามีใครบ้าง
 
                      และเมื่อได้รับเลือกตั้งเข้าสภาด้วยจำนวนที่มากพอ (เบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 5% ของสภาผู้แทนราษฎร) ก็มีสิทธิที่จะเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมจะเป็นนายกฯ จากชื่อใดก็ได้ในบัญชีที่ตัวเองทำขึ้น เพื่อให้สภาเป็นผู้ลงมติคัดเลือก
 
                      แต่สิ่งที่สภาพัฒนาการเมืองเสนอนั้น ต่างไปอย่างสิ้นเชิง โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วข้อเสนอนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตอนที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดที่มี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน พวกเขาก็เคยเสนอในทำนองเดียวกัน  และไม่เพียงพวกเขาเท่านั้น ยังมีโพลล์ของสถาบันพระปกเกล้า ที่เหมือนเป็นมือไม้ของกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ชี้ให้เห็นว่าประชาชนต้องการเลือกตั้งนายกฯโดยตรง หรือแม้แต่นักวิชาการหลายๆ คนก็เรียกร้องการเลือกตั้งนายกฯ แต่สุดท้ายความเห็นนี้ก็ตกไป เช่นเดียวกับครั้งนี้เช่นกัน 
 
                      หรืออย่างเรื่อง “ที่มาของ ส.ว.” ที่เหล่าผู้เขียนรัฐธรรมนูญทั้งสองชุดพยายามหลีกเลี่ยงการเลือกตั้ง ส.ว.โดยตรงของประชาชน โดยกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันออกแบบวิธีสลับซับซ้อนและตั้งชื่อว่าระบบ “เลือกกันเอง” เป็นการเลือกตั้งภายในกลุ่มผู้สมัครและเลือกไขว้กลุ่ม สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าไปไม่น้อย
 
                      แต่สภาพัฒนาการเมืองกลับเสนอให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับเสียงเรียกร้องโดยมากที่ต้องการให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 
 
                      “ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์” ประธานสภาพัฒนาการเมือง ระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้ออกมาลอยๆ หากแต่อยู่บนพื้นฐานความคิดเห็นของประชาชน 
 
                      ดังนั้นจึงน่าสนใจว่า หากมีกระแสเช่นนี้ออกมาเรื่อยๆ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะทำอย่างไร จะเขียนกฎหมายเพื่อตามใจใครบางคนหรือตามใจเสียงเรียกร้องของประชาชน  เพราะที่สุดแล้วการทำงานครั้งนี้จะเหนื่อยฟรีหรือไม่ก็ต้องขึ้นกับประชาชนที่เป็นผู้ลงประชามติในชั้นสุดท้าย
 
                      ครั้นจะคิดว่าอย่างไรก็ผ่าน เพราะประชาชนคงอยากให้มีการเลือกตั้งเร็วๆ ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะหากรีบเลือกตั้งภายใต้กติกาที่มีปัญหา คนจำนวนหนึ่งก็อาจเลือกวิธีเรียกร้องกติกาอันเป็นที่ยอมรับก่อนที่จะเริ่มเดินหน้าเลือกตั้งกันอีกครั้ง
 
 
 
---------------------
 
(มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ความต่าง : โดย...สำนักข่าวเนชั่น)