ข่าว

รัฐจัดหนักมาตรการภาษี มอบเป็นขวัญปีใหม่คนไทย

รัฐจัดหนักมาตรการภาษี มอบเป็นขวัญปีใหม่คนไทย

30 ธ.ค. 2558

เล่าสู่กันฟัง : รัฐจัดหนักมาตรการภาษี มอบเป็นขวัญปีใหม่คนไทย : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์

 
                      การประกาศมาตรการภาษีของกระทรวงการคลังเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กำหนดรายได้ที่นำมาจ่ายค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และขอรับใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ระหว่างวันที่ 25-31 ธันวาคม 2558 ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2558 เพิ่มตัวเลขจีดีพีในปีนี้อีก 0.1-0.2% จากการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นนับเป็นของขวัญปีใหม่ที่ถูกใจคนไทยจริงๆ เพราะผู้บริโภคได้ประโยชน์เต็มๆ จากการหักภาษี ส่วนผู้ประกอบการ ร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งขณะนี้มีประมาณ 4 แสนร้านค้าก็สามารถทำยอดขายในช่วงปลายปีได้สูงขึ้น เศรษฐกิจก็จะเริ่มหมุนไปได้
 
                      คาดการณ์กันว่า ในช่วง 7 วัน (25-31 ธ.ค.58) มาตรการภาษีดังกล่าวจะทำให้มีเงินหมุนเวียนสูงถึง 1.5 แสนล้านบาท เพราะมาตรการในครั้งนี้เป็นการกระตุ้นกำลังซื้อในส่วนของคนที่มีรายได้ประจำ และเป็นผู้เสียภาษีให้อยากใช้เงิน แต่มาตรการที่ผ่านๆ มา เป็นเพียงการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งมีผลจำกัดต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งนี้จึงเชื่อว่าน่าจะมีดีต่อเศรษฐกิจพอสมควร
 
                      โดยผู้ที่ได้สิทธิหักลดหย่อนตามมาตรการนี้เป็นบุคคลธรรมดา ที่มีภาระภาษีตั้งแต่ 5-35% ไม่รวมคณะบุคคลและต้องซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่จดทะเบียนเสียภาษีถูกต้อง และขอใบกำกับภาษีอย่างเต็มจากร้านค้าเป็นหลักฐานในการขอลดหย่อนภาษี ซึ่งหลังจากประกาศมาตรฐานภาษีนี้ออกไปห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อต่างๆ ก็ออกมาขานรับนโยบาย จัดแคมเปญลดราคาสินค้าเอาใจลูกค้ากันอย่างคึกคัก จึงเป็นโอกาสของผู้ซื้อที่จะได้สินค้าราคาถูกและยังนำใบกำกับภาษีมาลดหย่อนภาษีได้ด้วย
 
                      การออกมาตรการทางภาษีของรัฐบาลในครั้งนี้ เท่ากับเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกถึง 2 ตัว เพราะนอกจากจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนแล้ว ยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น เพราะมาตรการนี้จะใช้ได้เฉพาะกับร้านค้าที่จดทะเบียนเป็นผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น เป็นการแก้ปัญหาของประเทศแบบตรงจุด เนื่องจากในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา การบริโภคไม่โต ไม่ได้เป็นเพราะคนไทยไม่มีเงิน แต่เป็นเพราะไม่มีอารมณ์ใช้จ่าย เนื่องจากไม่มีความมั่นใจในภาวะเศรษฐกิจ
 
                      อย่างไรก็ตาม สำหรับสินค้าและบริการที่นำมาหักลดหย่อนภาษี แม้รัฐบาลจะระบุว่าเป็นสินค้าทุกประเภทที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) รวมถึง การนวดหน้า สปา ทำศัลยกรรมหน้าอก หน้า หรือจมูก สามารถออกใบกำกับภาษีได้ก็ใช้ลดหย่อนได้ แต่ก็มีการยกเว้นในส่วนของสุรา เบียร์ ไวน์ บุหรี่ยาสูบ รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ เรือ น้ำมัน และก๊าซที่เป็นเชื้อเพลิง นอกจากนี้ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ก็ไม่สามารถนำมาเป็นรายจ่ายลดหย่อนภาษีได้
 
                      เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้ออกสำรวจตลาดทั้งตามห้างใหญ่ๆ และร้านค้าทั่วไป ในหลายพื้นที่ เห็นมากับสองตาคือ ความคึกคักของผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอยกันเนืองแน่น ได้ยินได้เห็นคนเข้าคิวรอใบเสร็จกันเป็นแถวๆ น่าชื่นใจแทนภาครัฐที่นโยบายได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
 
 
 
---------------------
 
(เล่าสู่กันฟัง : รัฐจัดหนักมาตรการภาษี มอบเป็นขวัญปีใหม่คนไทย : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์)