
หวิดดับ!หนุ่มซิ่งกระบะแหกโค้งชนเสาไฟฟ้า
28 ธ.ค. 2558
หวิดดับ! หนุ่มซิ่งกระบะแหกโค้งชนเสาไฟฟ้าเกิดเพลิงลุกท่วม พลเมืองดีเข้าช่วยชีวิตรอดตายหวุดหวิด
เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 28 ธันวาคม 2558 ร.ต.อ.ไพบูลย์ เลาหะนะวัฒน์ พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์กระบะ ริมถนนสุขุมวิท กม.182 เส้นทางสัตหีบ-กิโลเมตรที่ 10 บริเวณโค้งหน้าสถานีไฟฟ้าแรงสูงสัตหีบ 2 ม.6 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบเสาไฟฟ้าแรงสูงหักเอนเอียงพิงติดอยู่กับรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ 4 ประตู สีดำ ทะเบียน ขล-9875 ชลบุรี ที่พลิกคว่ำตะแคงข้าง สภาพถูกเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างหนัก จนไหม้วอดเสียหายทั้งคัน รถดับเพลิงของ อบต.พลูตาหลวง ได้ระดมฉีดน้ำอยู่นาน 20 นาที เพลิงจึงสงบลง ส่วนคนขับทราบชื่อคือ นายกิตติศักดิ์ ครุธงาม อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ขาทั้ง 2 ข้าง ถูกไฟลวกและมีอาการทางกระดูก ซึ่งพลเมืองดีได้ให้การช่วยเหลือนำตัวออกจากรถ ก่อนส่งรักษาที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังพบเสาไฟที่หักเอนเอียง ระโยงสายมายังอีกฟากถนน ซึ่งสายไฟได้ระโยงต่ำห่างจากพื้นถนนเพียง 3 เมตรเท่านั้น ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ประกอบกับเสาที่ล้มเป็นเมนหลัก ทำให้กระแสไฟฟ้าตั้งแต่พื้นที่ กม.6-กม.10 ดับทั้งหมด เจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าสัตหีบ ได้เร่งซ่อมแซมคาดว่า จะสามารถจ่ายกระแสไฟได้ในช่วงเช้า
ด้านร.ต.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า จากากรสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ได้เห็นรถคันดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็ว เมื่อถึงที่เกิดเหตุรถได้เสียหลักแหกโค้ง หมุนบนถนนก่อนฟาดเข้ากับเสาไฟฟ้าอย่างจัง จนเกิดไฟลุกไหม้ทันที โชคดีพลเมืองดีที่พบเห็น แล้วช่วยชีวิตไว้ได้ทัน ส่วนค่าความเสียหายมูลค่านับแสนบาท
ชัยภูมิ - กระบะซิ่งส่งผักชนคนยืนข้างถนนดับ
28 ธ.ค.58 ร.ต.ท.โอภาส บำรุงถิ่น พนักงานสอบสวนสภ.เมืองชัยภูมิ รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ191ว่า มีรถกระบะชนรถจักยานมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส บริเวณถนนสายชัยภูมิ-สีคิ้ว เส้น201ช่วงทางแยกเข้าหมู่บ้านห้วยหลัวและหมู่บ้านโนนหว่านไพร จึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิสว่างคุณธรรมชัยภูมิ และแพทย์เวร รพ.ชัยภูมิ
เมื่อไปถึงพบผู้ได้รับบาดเจ็บถูกรถจักยานทับร่างนอนร้องโอดโอยทราบชื่อต่อมาคือ นายประสิทธิ์พวงจัน อายุ45ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่34/3บ.ห้วยหลัว ต.หนองนาแซง อ.เมืองชัยภูมิ และห่างจากที่เกิดเหตุประมาณอีก50เมตรพบร่างผู้เสียชีวิตสวมเสื้อยืดกางเกงยีนนอนจมกองเลือดสภาพศพกะโหลกศีรษะเปิดเห็นเนื้อสมอง แขนและขาหักทั้ง2ข้าง ทราบชื่อคือ นายถาวรคงเพียร อายุ60ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่71ม.7บ้านห้วยหลัว ต.หนองนาแซง อ.เมืองชัยภูมิและรถกระบะนิสันบิ๊กเอ็ม สีเขียว หมายเลขทะเบียน ผท9011ขอนแก่น ซึ่งจอดห่างจากที่เกิดเหตุไปอีกประมาณ500เมตร สภาพหม้อน้ำด้านหน้าแตกไม่สามารถขับขี่ต่อไปได้
จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายและผู้บาดเจ็บไม่ได้มาด้วยกันแต่เป็นเคราะห์ร้ายของทั้งสองคน ช่วงที่นายถาวร คงเพียร ผู้ตาย ได้ขี่จักรยานข้ามถนนจากทางเข้าหมู่บ้านโนนหว่านไพรเพื่อมาซื้อของใช้ส่วนตัวที่ร้านค้าริมถนนสาย 201อีกฟาก เสร็จก็ปั่นกลับบ้านและรอข้ามถนนกลับอยู่นั้นขณะที่ นายประสิทธิ์ พวงจัน ผู้ได้รับบาดเจ็บอีกรายเดินอยู่ข้างถนนก็ได้พูดคุยทักทายกันกับผู้ตายอยู่นั้น ได้มีรถกระบะนิสัน บิ๊กเอ็ม สีเขียว หมายเลขทะเบียน ผท9011ขอนแก่น ซึ่งมีนายคะนองบุญทัน อายุ60ปี ขับขี่มาด้วยความเร็วได้เสียหลักและพุ่งเข้ามาชนนายถาวรซึ่งนั่งอยู่บนรถจักยานชนถูกร่างลอยกระเด็นไปไกลจากจุดเกิดเหตุกว่า50เมตร เสียชีวิตคาที่และจักยานได้กระเด็นไปทับ ร่างนาย ประสิทธิ์พวงจัน ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส
ก่อนที่ด้านนาย คะนอง บุญทัน ผู้ขับรถกระบะรายนี้ พยายามจะขับรถหลบหนีไปต่อแต่เครื่องยนต์เกิดขัดข้องไม่ต่อไม่ได้ จึงจอดรอเจ้าหน้าที่ตำรวจห่างจากที่เกิดเหตุไปประมาณ 500 เมตร พร้อมกล่าวว่า ตนและภรรยาได้ขับรถมาจากจังหวัดขอนแก่นตั้งแต่ช่วงเย็น เพื่อจะมารับผักที่ตลาดอำเภอจัตุรัสไปขายช่วงปีใหม่นี้ขณะมาถึงที่เกิดเหตุตนรู้สึกง่วงนอนบวกกับถนนช่วงนี้มีความมืดมากมีแสงสว่างไม่เพียงพอจนทำให้ตนไม่ทันเห็นรถและคนอยู่ข้างทางด้านซ้ายริมถนนจึงได้ชนเข้าอย่างจังตนรู้สึกตกใจมากจึงได้พยายามขับรถไปต่อแต่ก็ไปต่อไม่ได้เพราะรถได้รับความเสียหายมาโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวคนขับตีนผีรายนี้ส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองชัยภูมิดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ขณะที่บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงปีใหม่โดยเฉพาะสายประตูสู่อีสานทางหลวงหมายเลข201 ช่วงขาเข้าผ่านจ.ชัยภูมิคนเริ่มแห่กลับบ้านรถแน่นเริ่มติดยาวตลอดทั้งสาย ด้านพล.ต.ต.พงศ์ฤทธิ์บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ชัยภูมิ (ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ) แจงเตือนประชาชนควรขับขี่ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และชะลอความเร็ว ไม่ขับขี่กระชั้นชิดกัน เพราะเริ่มเกิดเหตุชนท้ายกันบ่อยครั้งบ้างแล้ว ซึ่งช่วงตลอดเส้นทางผ่านสายทางหลวง 201 ผ่านจ.ชัยภูมิ ตลอดทั้งสายขาเข้าจากสี่แยกหนองบัวโคกอ.จัตุรัส -ช่องสามหมอ อ.คอนสวรรค์และอ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ซึ่งจะไปต่อที่จ.ขอนแก่นและจ.เลย รถเริ่มมีปริมาณหนาแน่นตลอดทั้งสายซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและทำให้รถหนาแน่นยาวไปตลอดถึงวันที่ 31 ธ.ค.นี้และในช่วงขาเดินทางกลับไปจนถึง 4 ม.ค.59 นี้ ทางตำรวจจ.ชัยภูมิ ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการจัดจุดบริการประชาชน ตั้งด่านตรวจด่านสกัดผู้กระทำผิดกฏจราจาไว้ตลอดช่วงรวม 43 จุดหลักระหว่างช่วง 29 ธ.ค.-4 ม.ค.59 นี้ โดยเฉพาะผู้ที่ขับขี่เมาแล้วขับหากผ่านเข้าพื้นที่ตรวจพบก็จะต้องมีการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเด็ดขาดทุกรายด้วยเช่นกัน ซึ่งจะต้องถูกยึดรถไว้ก่อนจนกว่าผู้ขับขี่จะมีความพร้อมหรือหายเมาก่อนถึงจะปล่อยให้ขับขี่ต่อไปได้ เพื่อความปลอดภัยและช่วยลดอุบัติเหตุทางถนนปีนี้ให้น้อยลงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้เข้มงวดมากขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป



