ข่าว

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : เกษตรสองขา

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : เกษตรสองขา

29 ธ.ค. 2558

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : เกษตรสองขา : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 
                      เกษตรกรไทยทุกวันนี้ตกอยู่ในภาวะน้ำตานองหน้า เพราะราคาพืชผลทุกอย่างตกต่ำ ถึงขั้นที่ผลผลิตหลายอย่างขายขาดทุน ทั้งที่ปริมาณพืชผลที่ออกสู่ตลาดมีน้อยลงกว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งขัดกับหลักอุปสงค์และอุปทานเป็นอย่างยิ่ง
 
                      แม้ว่าตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา จะมีผู้กล่าวอ้างว่า ประเทศไทยได้ส่งเสริมการเกษตรให้เติบโตไปมากแล้วก็ตาม แต่หากย้อนลงไปดูถึงรายละเอียดจะพบว่า มีแต่การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เข้มแข็ง ส่วนเกษตรกรรายย่อยกลับอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ จนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
 
                      สาเหตุหลักเป็นเพราะการวางรากฐานที่ผิดพลาด เริ่มกันตั้งแต่ระบบการศึกษาด้านการเกษตรที่ถูกทำจนบิดเบี้ยวเสียหลักการไปหมดสิ้น จากเดิมที่เคยมีวิทยาลัยเกษตรกรรมกระจายไปทั่วประเทศ เปิดสอนวิชาการด้านเกษตรให้นักศึกษาที่จบออกไปสามารถทำการเกษตรเลี้ยงชีพตนเองได้ ก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นการสอนเพื่อให้เด็กจบออกไปรับจ้างวางระบบงาน ให้เกษตรพันธะสัญญาและเกษตรอุตสาหกรรมรายใหญ่มากกว่า
 
                      อีกทั้งระบบการซื้อขายสินค้าการเกษตรที่เคยเป็นห่วงโซ่หลายชั้น กลับถูกทำลายให้เกษตรกรต้องเดินหน้าเข้าหาโซ่ข้อปลายสุดคือผู้ผลิตรายใหญ่ ด้วยข้ออ้างว่า เพื่อตัดตอนพ่อค้าคนกลางออกไปจากระบบเพื่อไม่ให้ถูกกดราคา โดยแกล้งลืมไปว่า ถึงอย่างไรพ่อค้าคนกลางส่วนใหญ่ก็คือคนในพื้นที่เดียวกันกับเกษตรกร ซึ่งยังพอมีการต่อรองราคากันได้บ้าง ต่างกับผู้ค้ารายใหญ่ระดับชาติ ที่ใช้พนักงานลูกจ้างมาเป็นผู้เจรจาซื้อขาย ทำให้ขั้นตอนการซื้อขายต้องเป็นไปตามชั้นเชิงทางการค้าเท่านั้น ไม่มีการเห็นแก่หน้าของความเป็นคนรู้จักกัน
 
                      ดังนั้น หากเชื่อกันว่าสินค้าเกษตรมีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์และโลกมากกว่าสินค้าอุตสาหกรรม รัฐบาลไทยก็ต้องหันมาแก้ไขหรือปรับปรุงระบบเกษตรกรรมของประเทศครั้งใหญ่ โดยอย่างน้อยต้องให้เกษตรกรทั้งหลายแม้จะไม่ร่ำรวยมากนัก แต่ก็พอที่จะพึ่งพาอาศัยเลี้ยงชีพได้
 
                      หลักการที่เคยใช้ได้ผลมาก่อนก็คือ ต้องส่งเสริมให้มีการกินและการใช้ภายในพื้นที่ให้มาก หรือจัดระบบสหกรณ์ของแต่ละท้องถิ่นให้เข้มแข็ง ให้เกษตรกรลดการพึ่งพาอุปกรณ์การเกษตรและสารเคมีให้น้อยลง หน่วยงานด้านวิชาการเกษตรต้องทำหน้าที่เพื่อเกษตรกร มากกว่าทำหน้าที่เพื่ออุตสาหกรรมการเกษตรทั้งหลาย
 
                      ให้ความสำคัญและสนใจกับเกษตรกรรายย่อยให้มากขึ้น ส่วนเกษตรรายใหญ่หรือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการเกษตรทั้งหลายนั้น ล้วนแล้วแต่ช่วยเหลือตนเองได้เพียงพออยู่แล้ว ภาครัฐจึงสมควรที่จะลดความช่วยเหลือให้น้อยลง
 
                      ส่วนใครหรือพื้นที่ใดที่ผลิตเพื่อการส่งออกก็ต้องจำกัดหรือควบคุมเอาไว้ไม่ให้เข้ามาแย่งตลาดภายในประเทศ ซึ่งการแบ่งการผลิตสินค้าเกษตรกรเพื่อวัตถุประสงค์ที่ต่างกันอย่างชัดเจนเช่นนี้ จะทำให้เกษตรกรของไทยสามารถยืนอยู่บนลำแข้งของตนเองได้ไม่ยาก หรือเท่ากับว่าแบ่งการเกษตรของประเทศออกเป็นสองขา ขาหนึ่งยืนอยู่บนลำแข้งของตนเองด้วยการบริโภคภายในประเทศ ส่วนอีกขาหนึ่งก็มุ่งหน้าเดินไปที่การส่งออกไปขายยังต่างประเทศนั่นเองครับ
 
 
 
 
-------------------
 
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : เกษตรสองขา : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)