
รักหมดใจ คนให้ไม่หมดตัว
28 ธ.ค. 2558
เงินทองต้องรู้ : รักหมดใจ คนให้ไม่หมดตัว : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
ในที่สุด สัปดาห์สุดท้ายของปี 2558 ที่ทุกคนรอคอยก็เดินทางมาถึง ถ้ามองในภาพรวมๆ ก็ต้องบอกว่า ปีนี้ไม่ใช่ปีที่ดีนักสำหรับคนส่วนใหญ่ ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงเป็นผลที่เกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่กระทบปากท้องเป็นสำคัญ น้อยคนนักที่จะผ่านปีนี้ไปได้อย่างสวยหรู แต่ความสวยหรูที่ว่า ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ยั่งยืน เพียงพอที่จะให้ดำรงตนอยู่อย่างประมาทได้มากกว่าคนอื่น ดังนั้นแล้ว ปี 2558 ที่กำลังจะผ่านไป จึงเป็นปีของการตั้งการ์ดสูง และเป็นปีของการใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังจริงๆ
เรื่องที่เราคิดกันว่า เป็น “ข่าวดี” สำหรับเศรษฐกิจในปี 2558 ก็คือ การปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมัน
ที่ว่า “ดี” ก็เพราะประเทศไทยอยู่ในฐานะผู้นำเข้าน้ำมัน เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง ต้นทุนการนำเข้าก็ลดลง ประเทศไม่ต้องมีรายจ่ายเพิ่ม ต้นทุนการผลิต-ต้นทุนขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นหลักก็ควรจะลดลง แปลว่า “ค่าครองชีพก็น่าจะลดลงด้วย” แต่เอาเข้าจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น เพราะการลดลงสร้างสถิติต่ำสุดของราคาน้ำมันในตลาดโลก กลับไม่ได้เอื้ออำนวยให้ต้นทุนการผลิตหรือค่าขนส่งลดลง ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะโครงสร้างต้นทุนของผู้ผลิตซับซ้อน และไม่ได้มี “ราคาน้ำมัน” เป็นปัจจัยหลักประการเดียว หรือส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ “รายได้ยอดขาย” ไม่ขยับ ก็เลยทำให้ต้นทุนที่ลดลงไม่ได้เอื้อต่อผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตมากนัก
พอเห็นแบบนี้แล้ว ทำให้ต้องคิดย้อนถึงบัญชีครัวเรือน ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สำคัญที่สุด เพราะแม้หลายครั้งที่เราพยายามลดรายจ่ายให้มากที่สุด แต่หากรายได้ยังเท่าเดิมหรือรายได้ลดลง สถานการณ์ของเศรษฐกิจครัวเรือนก็จะอยู่ในภาวะเซื่องซึม เป็นภาวะที่ไม่ถึงกับเดือดร้อน แต่ก็ไม่ใช่ภาวะที่คึกคัก แตกต่างจากเวลาที่รายได้เพิ่มเติม แม้รายจ่ายจะเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ความคึกคักกระชุ่มกระชวยก็ยังมีให้เห็นมากกว่า
เงินเดือนปีหน้ากับโบนัสสิ้นปีนี้ จะทำให้คึกคักหรือขมขื่น ลองดูจากผลสำรวจของ “เฮย์ กรุ๊ป” ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารองค์กร ซึ่งเปิดเผยไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า โดยระบุว่า ในปี 2559 อัตราการขึ้นเงินเดือนโดยเฉลี่ยจะอยู่ในราว 5.85% ลดลงจากปี 2558 ซึ่งอยู่ที่ 5.94% ส่วนการจ่ายโบนัสในปี 2558 เฉลี่ยอยู่ที่ 2.86 เดือน ขณะที่ปี 2559 อยู่ที่ 2.95 เดือน พอเห็นค่าเฉลี่ยแบบนี้แล้ว บางคนถึงกับเอามือซุกกระเป๋า หยุดการใช้จ่ายแบบเฉียบพลัน ทั้งๆ ที่จริงๆ เราต่างผ่านวันหนักๆ มาถึง 1 ปีเต็ม ในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่แบบนี้ เราควรที่จะให้ “รางวัลแก่ตัวเอง” หรือให้ “ของขวัญแก่คนที่เรารัก” บ้าง แต่แน่นอนว่า เมื่อความกระชุ่มกระชวยในชีวิตมันเหือดหายไปพร้อมกับเงินในกระเป๋า ‘รางวัล’ หรือ ‘ของขวัญ’ จึงควรเลือกสรรแบบคุ้มค่าที่สุด
เป็นความ ‘คุ้มค่า’ ในความหมายที่ว่า เป็นของขวัญที่ใช้งานได้จริง ในราคาที่พอเหมาะกับเงินในกระเป๋า และถูกใจผู้รับ
มีบทความแนะนำการเลือกของขวัญให้ถูกใจผู้รับของ บมจ.ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตและจำหน่ายสมาร์ทโฟนแบรนด์ TWZ ซึ่งน่าสนใจและสามารถนำมาประยุกต์ใช้ภายใต้หลักคิด “ซื้อ (ของขวัญ) ให้คุ้มค่า-ให้แบบหมดใจ แต่คนให้ไม่หมดตัว”
“ทีดับบลิวแซด” แนะนำให้เริ่มดูที่ “ไลฟ์สไตล์” หรือความชอบของผู้รับว่า มีรูปแบบการใช้ชีวิตแบบไหนก่อนจะตัดสินใจเลือกของขวัญให้ หากผู้รับมีไลฟ์สไตล์แบบ “แอ็กทีฟ” ต้องอัพเดทชีวิตการทำงานหรือธุรกิจตลอดเวลา ชอบเรียนรู้และชอบติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักชอบสิ่งของที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น แต่ไม่จำเป็นต้องมีราคาสูงมากนัก และมักจะชอบสิ่งของที่มีขนาดเล็กพกพาง่าย ดังนั้น ของขวัญในกลุ่มไอที จึงอาจจะเป็นสมาร์ทโฟนที่มีลูกเล่นหรือดีไซน์ไม่ซ้ำใคร (ที่เดี๋ยวนี้หาซื้อได้ในราคา 2-3 พันบาท)
ส่วนผู้รับที่มีไลฟ์สไตล์แบบ “โฮมสวีทโฮม” ชอบอยู่บ้าน ชอบทำกิจกรรมกับครอบครัว หรือมีญาติเพื่อนฝูงมาปาร์ตี้ที่บ้าน เพราะการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัวคือ ความสุข ถ้าเป็นสินค้าในกลุ่มไอที อาจจะเลือกอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในบ้านเป็นของขวัญ เช่น แอร์เพลย์ ที่สามารถเปลี่ยนมือถือเป็นสมาร์ททีวี แล้วส่งภาพขึ้นหน้าจอทีวีด้วยไวไฟ หรืออาจจะเป็นอุปกรณ์สั่งเปิดปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน
แต่หากอุปกรณ์พวกนี้ไฮเทคโนโลยีเกินไป สำหรับคนรักบ้านและชอบปาร์ตี้ในบ้าน การซื้ออุปกรณ์เครื่องครัว หรือแม้แต่เตาบาร์บีคิวให้ ก็น่าจะถูกใจผู้รับได้ไม่น้อย ขณะที่คนรักบ้านที่ชอบจัดสวน ก็คงเต็มใจรับต้นไม้มงคลหรืออุปกรณ์ทำสวนเพิ่มอย่างแน่นอน
สำหรับบรรดาผู้รับที่มีไลฟ์สไตล์สาย “ปาร์ตี้จ๋า” ผู้ให้อาจจะเลือกลำโพงบลูทูธสเตอริโอให้เป็นของขวัญ เพราะได้ใช้งานจริงแน่ๆ เช่นเดียวกับผู้รับที่เป็นสาย “ท่องเที่ยว” ที่ไฟฉาย (สำหรับการเดินทาง) หรือแบตเตอรี่สำรอง น่าจะเป็นของขวัญที่ถูกใจไม่น้อย ทีดับบลิวแซดย้ำว่า แน่นอนว่า การเลือกของขวัญในปัจจุบันไม่ได้ดูแค่ประโยชน์การใช้งาน แต่ยังต้องดูความคุ้มค่าของราคา ที่สำคัญคือ ดูที่ “ดีไซน์” ที่เดี๋ยวนี้กลายเป็นปัจจัยสุดท้ายที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ ผู้ผลิตสินค้าจึงต้องเน้นองค์ประกอบเหล่านี้ให้ครบ โดยเฉพาะในภาวะที่ผู้บริโภครัดเข็มขัดประหยัดขั้นเทพแบบนี้
แม้ว่า ระยะหลังสินค้าไอทีหรือแก็ดเจ็ตต่างๆ จะกลายเป็นของขวัญยอดฮิต แต่จริงๆ แล้ว ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับผู้รับ ก็คือ ของขวัญที่ผู้ให้ตั้งใจมอบให้ อาจจะเป็นของที่ทำขึ้นเองเป็นงานแฮนด์เมดที่มีเพียงแค่ชิ้นเดียว มีคุณค่าทางใจ แถมประหยัดอีกต่างหาก หรือบางครั้งอาจจะเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น พันธบัตรออมทรัพย์กระทรวงการคลัง ที่ตอนหลังๆ ก็มีการรณรงค์ให้มอบเป็นของขวัญปีใหม่ กับการลงทุนที่มั่นคง อัตราผลตอบแทน 3% ต่อปี ระยะเวลาลงทุน 3 ปี ก็น่าสนใจไม่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นของขวัญที่ซื้อหามาให้ หรือของขวัญที่ทำเอง รวมถึงของขวัญที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ก็ล้วนต้องอยู่บน “หลักคิด” ที่สำคัญในการมอบของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า ควรจะเน้นคุ้มค่า หมายถึงใช้งานได้จริง ในราคาที่เหมาะสม และตรงใจหรือตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้รับ จะได้ไม่เป็นการสูญเปล่า เหมือนที่หน้าเพจเฟซบุ๊กของศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำว่า อย่าให้คำว่า “รัก” หรือ “เลิฟ” ในภาษาอังกฤษที่สะกดด้วยตัวอักษร “แอล-โอ-วี-อี” (L-O-V-E) หมายถึง Low Saving (ออมน้อย) Overspend (จ่ายหนัก) Very Poor (ขัดสน) Empty Wallet (หมดกระเป๋า)
อย่าปล่อยให้ ‘รักหมดใจ’ กลายเป็นสุดท้ายต้อง ‘หมดตัว’
-------------------
(เงินทองต้องรู้ : รักหมดใจ คนให้ไม่หมดตัว : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])



