
บุรีรัมย์ไล่อัด'กิเลน'3-1แชมป์เอฟเอคัพปีเดียวซิว5ถ้วย
26 ธ.ค. 2558
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ครองเบอร์ 1 ลูกหนังเมืองไทย ไล่อัด เอสซีจี เมืองทองฯ 3-1 คว้าแชมป์ช้างเอฟเอ คัพ ไปครอง ถือเป็นใบที่ 5 ของปี 58
ศึกลูกหนังช้าง เอฟเอ คัพ 2015 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม เป็นเกมนัดชิงชนะเลิศ ที่สนามศุภชลาศัย “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์ 3 สมัย พบ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เกมนี้ บุรีรัมย์ ส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม นำโดย ดิโอโก ซานโต กองหน้าตัวเก่งที่ยิงรวมทุกรายการในปีนี้ 45 ลูก ขณะที่เอสซีจี เมืองทองฯ ไม่มี สารัช อยู่เย็น ที่โดนแบน ส่วน ดัสกร ทองเหลา กัปตันทีมหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรอง แต่ คลีตัน ซิลวา ดาวซัลโวรายการนี้ 6 ประตู ยืนล่าตาข่ายเหมือนเดิม โดยแฟนบอลทั้ง 2 ทีมแห่เข้ามาชมเกมเต็มความจุของสนามร่วม 2 หมื่นคน ซึ่งฝ่ายจัดการจัดการแข่งขัน ได้จัดจอขนาดใหญ่ให้แฟนบอลที่ไม่มีบัตรได้ชมบริเวณหน้าสนามด้วย
เขี่ยเล่นมานาทีเดียว บุรีรัมย์เกือบขึ้นนำจากการโหม่งเต็มๆ ศีรษะของ ดิโอโก ซานโต แต่ไม่ผ่านมือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่บินปัดออกหลังไปได้ปลายมือ จากนั้นเกมเป็นของ “ปราสาทสายฟ้า” ที่ครองบอลบุกเข้าใส่ได้มากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายไม่เฉียบคม ส่วนเอสซีจี เมืองทองฯ แทบไม่มีโอกาสยิง ก่อนหมดครึ่งแรก 2 นาที บุรีรัมย์ มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อผู้ตัดสินมองว่า ปิยพล ผานิชกุล เตะ ดิโอโก ซานโต ล้มลงในเขตโทษ ท่ามกลางการประท้วงของผู้เล่นเอสซีจี เมืองทองฯ แต่ก็ไม่เป็นผล และเป็น อันเดรส ตูเนซ ที่รับหน้าที่สังหารไปทางซ้ายมือ กวินทร์ ซึ่งพุ่งผิดทางเข้าไป บุรีรัมย์ นำ 1-0 ก่อนหมดครึ่งแรกที่สกอร์นี้
ครึ่งหลังเล่นมาได้ 6 นาที แฟนบอลบุรีรัมย์ ได้เฮกันลั่นอีกครั้งจากจังหวะที่ ดิโอโก ซานโต ตักบอลด้วยซ้ายจากริมเส้นฝั่งขวามาเสาแรกให้ โก ซุล กิ โหม่งเช็ดบอลย้อยเสียบใต้คาน แม้ กวินทร์ จะปัดได้ปลายมือแต่บอลยังแรงพอที่จะเข้าไปซุกก้นตาข่าย บุรีรัมย์นำห่าง 2-0 จากนั้นบุรีรัมย์เล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น และนาที 71 มาได้ประตูนำห่าง 3-0 จักรพันธ์ แก้วพรม เก็บตกบอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนตั้งป้อมบอลโค้งเสียบหน้าต่างเข้าไปอย่างสุดสวย เวลาที่เหลือ เอสซีจี เมืองทองฯ บุกหนัก และนาที 81 มาริโอ ยูรอฟสกี ได้แปเน้นๆ ในกรอบเขตโทษ บอลเสียบเสาเข้าไปอย่างเด็ดขาด ไล่มา 1-3
อย่างไรก็ตามนาทีสุดท้าย เอสซีจี เมืองทองฯ เหลือผู้เล่น 10 คน มาริโอ ยูรอฟสกี โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ก่อนครบ 90 นาที บุรีรัมย์ ชนะ 3-1 คว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 4 รับถ้วยชนะเลิศพร้อมเงินรางวัล 5 ล้านบาท นอกจากนั้นยังคว้าถ้วยแชมป์ใบที่ 5 ของปี ประกอบไปด้วย ถ้วยพระราชทาน ประเภท ก, โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก, โตโยต้า ลีกคัพ, โตโยต้า แม่โขง คลับ และช้าง เอฟเอ คัพ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ได้แชมป์ต่อปีมากถึง 5 รายการ ขณะเดียวกันยังทำสถิติไม่แพ้ทีมใดตลอดฤดูกาล 2558 และเพิ่มสถิติในการเจอกับเอสซีจี เมืองทองฯ เป็น 19 ครั้ง ชนะ 10 เสมอ 9 ไม่เคยแพ้แม้แต่ครั้งเดียว
ด้านเอสซีจี เมืองทองฯ ได้รองแชมป์ รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท ซึ่ง “กิเลน” เข้าชิงชนะเลิศ รายการนี้ 3 ครั้ง ได้รองแชมป์ทั้งหมด ขณะที่รางวัล “ดาวซัลโว” คือ คลีตัน ซิลวา ของเอสซีจี เมืองทองฯ ยิงได้ 6 ประตู รับเงินรางวัลจากกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ 1 แสนบาท และ “นักเตะยอดเยี่ยม” คือ โก ซุน กิ กองกลางชาวเกาหลีใต้ของบุรีรัมย์ รับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ 150 มูลค่า 8 หมื่นบาท
“บีจี”จ่อฮุบเชียงใหม่ลุยศึกด.2
ภายหลังจากที่ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ ต้องตกชั้นจากฟุตบอลดิวิชั่น 1 ไปเล่นดิวิชั่น 2 ในฤดูกาล 2016 พร้อมกับมีข่าวว่า “พ่อเลี้ยงอี๊ด” ดร.อุดรพันธ์ จันทรวิโรจน์ ประธานสโมสร เตรียมวางมือจากการทำทีม ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า “บีจี” บางกอกกล๊าส ทีมยักษ์ใหญ่ในไทยพรีเมียร์ลีกเตรียมเข้าไปเทกโอเวอร์เพื่อทำทีมต่อ
ปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรบางกอกกล๊าส เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะเข้าไปคุยกับพ่อเลี้ยงอี้ด เพื่อสรุปรายละเอียด มีความเป็นไปได้สูงที่บีจีจะเทกโอเวอร์เชียงใหม่ เพราะทีมต้องการทำธุรกิจกีฬาแบบเต็มตัว เมื่อทุกอย่างสรุปแล้วจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการต่อไป
ด้าน “เสี่ยเหน่ง” ศุภสิน ลีลาฤทธิ์ รองประธานสโมสรบางกอกกล๊าสเปิดเผยว่าหากบีจีจะไปเข้าไปทำเชียงใหม่ก็จะต้องเป็นการเทกโอเวอร์เอามาทำเองหมด นั่นหมายความว่าต้องเข้าไปบริหารจัดการทุกอย่าง ตรงนี้บีจีมีบุคลากรอยู่แล้วทุกด้าน อย่างผู้ฝึกสอนก็วางตัวให้ พยงค์ ขุนเณร ผู้ฝึกสอนทีมเยาวชนไทยอายุไม่เกิน 19 ปีไปทำทีมแล้ว ทั้งนี้ทุกอย่างจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้าแน่นอน



