เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 ธันวาคม ที่ลานน้ำพุ ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ถ.พระราม 1 เขตปทุมวัน กทม. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ. และ พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด ร่วมกับตรวจเยี่ยมพบปะประชาชนและนักท่องเที่ยวตามโครงการ 191 พบประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ “You Will Never Walk Alone” โดยจะพบปะกับประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในจุดที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยว ออกมาจับจ่ายใช่สอยในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดูแลปกป้องคุ้มครองให้เกิดความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้จัดให้มีการแสดง สุนัขตำรวจ ที่มีความสามารถในการดมวัตถุระเบิดและยาเสพติด ,ชมความสามารถของหน่วยต่อต้านการก่อการร้าย และการโชว์ม้าตำรวจ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่สามารถ ดูแลและปกป้องคุ้มความปลอดภัยได้
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า การที่จะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศเยอะๆนั้น ต้องมีการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจนเกินความมั่นใจ จนอยากจะมาเที่ยว ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงาน อาทิ เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะเข้ามาช่วยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และให้ความปลอดภัยกับประชาชนและนักท่องเที่ยว นอกจากนี้เรายังมีมาตรการตัวช่วยในด้านของเทคโนโลยี ที่จะอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในทุกๆด้านได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งฝากไปยังนักท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยมาเที่ยวให้หันมาเที่ยวในประเทศไทย ยืนยันว่ามีความปลอดภัยแน่นอน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการเมาแล้วขับและยึดรถในช่างเทศกาลปีใหม่เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน พล.ต.ท.ศานิตย์ ตอบว่า มาตราการดังกล่าวได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่มาเป็นกระแสตอนนี้เพราะอาจจะอยู่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จำเป็นที่จะต้องทำเพื่อปกป้องคุ้มครองประชาชนเอง จากผลสำรวจจะเห็นได้ว่าอุบัติเหตุที่เกิดบนท้องถนน กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เกิดจากคนที่เมาแล้วขับ ดังนั้นในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้จึงจะต้องเพิ่มการตรวจเข้ม และเพิ่มกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย ส่วนประชาชนเองก็ไม่ต้องกังวล ก่อนจะขับรถออกไปก็ให้เตรียมสภาพรถและร่างกายให้พร้อม ถ้ารู้ว่าเมาก็อย่าขับ เพราะถ้าหากตรวจวัดมีแอลกอฮอล์มากกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที มีโทษจำคุก 1 ปี
“แต่ถ้าหากทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ บาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต โทษก็ขะเพิ่มสูงขึ้น สูงสุดถึงจำคุก 10 ปี ตอนนี้ในพื้นที่ กทม. ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการยึดไปแล้วจำนวนเท่าไหร่ แต่ขอให้ประชาชนวางใจ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะปฏิบัติงานอยู่ในกรอบของกฎหมายแน่นอน” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว
เขาใหญ่ออกกฎเข้มรับนักท่องเที่ยว
นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาพอากาศในผืนป่าดงพญาเย็น เขาใหญ่ มรดกโลกแห่งที่ 5 บริเวณพื้นที่บนยอดภูเขา จะหนาวเย็นและมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิเฉลี่ย 8- 15 องศาเซลเซียส จึงเหมาะกับการท่องเที่ยวบนเขาใหญ่ คาดจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวนับหมื่นคน มาร่วมนับถอยหลังต้อนรับพุทธศักราช 2559 บนเขาใหญ่ อุทยาน ฯ จึงจัดกิจกรรมคืนความสุข โดยงดเก็บค่าบริการ 2 วัน พร้อมขอความร่วมมือทุกคนได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด จะทำให้โปรแกรมการท่องเที่ยวมีความสุขและสิ่งแวดล้อมไม่ถูกทำลาย
โดยร่วมกับเยาวชนรอบผืนป่า ภายใต้การนำของกลุ่มนักอนุรักษ์ ออกรณรงค์ไม่ทิ้งขยะไว้ให้เป็นภาระ นำขยะกลับบ้าน ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ขับรถเร็ว และไม่ส่งเสียงดัง โดยตรวจวัดความดังของเสียงจากเครื่องยนต์ หากมีความดังเกิน 95 เดซิเบล จะไม่อนุญาตให้เข้าใช้เส้นทางอุทยาน ฯ อย่างเด็ดขาด ส่วนมาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัย ภายใต้การประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังช้างป่าและควบคุมผลักดันให้ช้างป่ากลับเข้าสู่ป่า โดยไม่ให้ใช้พื้นที่ในโซนบริการนักท่องเที่ยว
ล่าสุดยอดจองบ้านพักตากอากาศ ที่อยู่ในการบริการ จัดการของสำนักอุทยานแห่งชาติ รองรับได้จำนวน 545 คน ต่อคืน ถูกจองล่วงหน้าเต็มยาว คงเหลือเพียงจุดกางเต้นท์ ที่ผากล้วยไม้ และ ลานลำตะคอง สามารถรองรับได้ประมาณ 2.5 พันคน แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต้องการพักค้างคืนมีอย่างต่อเนื่อง จึงเตรียมเปิดจุดกางเต็นท์สำรอง ใช้พื้นที่ผาร่ม ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของผืนป่าเขาใหญ่ ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไของค์กรยูเนสโก ระบุให้จัดระบบการจัดผืนป่าทั้งหมดแบบบูรณาการ
เตรียมแบริเออร์ปิดยูเทิร์นจุดเสี่ยงรับปีใหม่
ที่บริเวณถนนมิตรภาพสายบายพาส เลี่ยงตัวเมืองนครราชสีมา มุ่งหน้าสู่จังหวัดขอนแก่น ช่วงบริเวณจุดกลับรถต่างๆ เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่1 ได้มีการนำแท่งแบลิเออร์ มาจัดเตรียมเพื่อทำการปิดจุดกลับรถที่เป็นจุดเลี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในช่วงที่ประชาชนใช้เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่ โดยในปีนี้มีจุดกลับรถและจุดที่เป็นทางร่วมทางแยกที่เป็นจุดเสี่ยงและที่จะต้องมีการปิดกั้นอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ มีอยู่กว่า 50 จุด
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองลกระทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้มีการตั้งเต็นท์ผ้าใบ เพื่อทำเป็นจุดบริการประชาชนร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่กู้ภัย สำหรับประชาชนที่ใช้เส้นทาง ถนนสายบายพาสเลี่ยงตัวเมืองนครราชสีมา มุ่งหน้าสู่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอื่นๆในภาคอีสาน โดยจุดบริการประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีทั้งสิ้น 98 จุด และจุดตรวจบูรณาการ มีอยู่ทั้งสิ้น 89 จุด
บุรีรัมย์เข้มชายแดนป้องกันลักลอบเข้าเหล้าบุหรี่
นางทวีติยาภรณ์ ดวงจินดา สรรพสามิตพื้นที่บุรีรัมย์พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจสรรพสามิตพื้นที่จังหวัดและเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่สาขา อ.ประโคนชัย ได้ลงพื้นที่ตรวจเข้มบริเวณจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด เพื่อป้องกันการลักลอบนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ไวน์ สุรา เบียร์ รวมถึงบุหรี่ต่างประเทศ เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการค้าหรือจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่
พร้อมกันนี้ยังได้มีการติดป้ายประกาศเกี่ยวกับเงื่อนไขและจำกัดในการนำสุราเบียร์ ยาสูบ หรือไพ่ ทั้งทางเข้า-ออก และบริเวณจุดผ่อนปรน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้รับทราบด้วย เช่น สุรา เบียร์ และไวน์ สามารถนำเข้ามาได้ไม่เกินคนละ 1 ลิตรหรือ(อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น) , บุหรี่ไม่เกินคนละ 1 ห่อ หรือ 10 ซอง, ยาสูบปลอมลอกเลียนฉลาก ยาสูบที่ผลิตในประเทศไทยไม่อนุญาตให้นำเข้ามาโดยเด็ดขาด, ไพ่ป๊อก หรือไพ่อื่นๆ สามารถนำเข้ามาได้ไม่เกิน 120 ใบ หรือ 2 สำรับหากพบว่ามีการนำเข้ามาเกินกว่าที่กำหนดจะมีโทษปรับสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดไว้
จากข้อมูลสถิติที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ลักลอบนำสุรา บุหรี่เข้ามาเกินกว่าที่กำหนดกว่า 40 ราย เจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการเปรียบเทียบปรับและดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
สรรพามิตพื้นที่บุรีรัมย์ ระบุว่าเนื่องจากช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางข้ามไปมาที่จุดผ่อนปรนช่องสายตะกูเพื่อไปจับจ่ายซื้อสินค้าอย่างคึกคัก ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบเข้มข้น เพื่อป้องปราบไม่ให้ลักลอบนำเหล้า บุหรี่หรือสิ่งของต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดไว้พร้อมกันนี้ยังได้ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความเรียบร้อยประจำจุดผ่อนปรนดังกล่าวทั้งฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชา ให้ช่วยตรวจตราสอดส่องผู้ที่ผ่านเข้า-ออกจุดผ่อนปรนดังกล่าวอย่างเข้มงวดด้วย อย่างไรก็ตามจากสถิติที่ผ่านมาพบว่าสรรพสามิตพื้นที่บุรีรัมย์มียอดการตรวจจับปราบปรามผู้ที่ฝ่าฝืนกระทำผิดได้มากเป็นอันดับหนึ่งของภาค และเชื่อว่าหากมีการปราบปรามอย่างต่อเนื่องผู้กระทำผิดก็จะลดลง
รถไฟเพิ่มโบกี้โดยสารรองรับปชช.ช่วงปีใหม่
บรรยากาศที่สถานีรถไฟตรังเป็นไปอย่างคึกคักต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งมีประชาชนเดินทางเป็นจำนวนมาก ทำให้การรถไฟฯ ต้องเพิ่มโบกี้โดยสารอีก 1 โบกี้ มาตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา และหากไม่เพียงพออาจต้องเพิ่มอีก 1 โบกี้ เป็น 2 โบกี้ในขบวนรถด่วน โดยตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2558 -5 มกราคม 2559 รถไฟได้ถูกจองเต็มทุกที่นั่ง โดยเฉพาะขาลงคือกรุงเทพฯ ไปยังจ.ตรัง ซึ่งนายวิรัตน์ คงดี นายสถานีรถไฟตรัง กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ รถไฟถูกจองเต็มจนถึงวันที่ 5 มกราคมปีหน้า และอาจต้องเพิ่มโบกี้เป็น 2 โบกี้ซึ่งทั้ง 2 ขบวนมีผู้โดยสารขบวนละกว่า 500 คน เตือนผู้โดยสารห้ามใช้บันไดทางขึ้นลงเป็นที่นั่ง ไม่รับสิ่งของจากคนแปลกหน้าหรือของฝากใด ๆ และต้องเก็บสิ่งของมีค่าไว้ให้มิดชิด ซึ่งมั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัย เพราะนอกจากมีตำรวจรถไฟแล้ว ยังมีหน่วยพิเศษตรวจค้นตามสถานีต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร