
ประยุทธ์ลั่นฉันจะสู้ต่อ-แก้ปัญหา
ประยุทธ์แถลงปิดผลงานรัฐ ยันไม่บ้าสั่งผ่านประชามติ ลั่นไม่ผ่อนผัน-ไม่ขยายเวลาคดีจำนำข้าว ใครทำเจ๊งต้องรับผิดชอบ ประกาศ ฉันจะสู้ต่อ-แก้ปัญหา
เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 25 ธันวาคม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวปิดการแถลงสรุปผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 1 ปี โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟัง โดยกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า "การแถลงผลงานครั้งนี้อาจแตกต่างจากที่ผ่านๆ มา หลายคนวิจารณ์ว่าใช้เวลานานเกินไป หลายคนไม่เข้าใจ หาว่ามีแต่น้ำไม่มีเนื้อ พอถามกลับไปว่าเนื้อคืออะไร ก็บอกว่า อย่างเช่นการเขียนลอตเตอรี่ได้ในราคาฉบับละ 80 บาท ถ้าอย่างนี้ไม่ต้องปฏิรูป เพราะขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน สิ่งที่ทำวันนี้คือการเอาประวัติศาสตร์มาเรียนรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหนวันนี้จะแก้อย่างไร และจะเริ่มต้นที่จะทำต่อไปในรัฐบาลข้างหน้าอีก 4-5 รัฐบาล คิดอย่างนี้ถึงจะรู้ว่าความเชื่อมโยงคืออะไร บางอย่างต้องใช้เวลา ไม่ใช่อะไรก็มาตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ เศรษฐกิจทำไมไม่ดีขึ้น ถ้าอย่างนี้ผมเห็นว่ามันไม่มีความแตกต่าง
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะไม่ยอมให้คนทำงานต้องเสียกำลังใจ ทุกคนจะต้องรวมกันให้ได้ ต้องรู้ว่าอดีตประวัติศาสตร์ปัญหาอยู่ตรงไหน แล้วต้องแก้ตามความสำคัญ ที่ผ่านมาตนแก้ไปแล้ว 1 ปี กำลังแก้อีก 1 ปี 6 เดือน จะแก้ให้เสร็จโดยเร็ว อะไรที่ไม่เสร็จรัฐบาลหน้ารับผิดชอบไป วันนี้แค่รักษาสถานภาพเศรษฐกิจให้คนอยู่ได้ไม่อดตายก็เก่งแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในเรื่องของนโยบายเร่งด่วนที่ต้องแก้ทั้ง 6 ด้าน จะทำให้เห็น แล้วเวลาอีก 1 ปี 6 เดือนก็จะเห็นว่า ที่ผ่านมาสิ่งที่แก้ไข สิ่งที่กำลังทำ และสิ่งที่กำลังจะทำในอนาคตทั้งหมดคือแผนการปฏิรูป บางอย่างอาจจะจบภายใน 1 ปี แต่บางอย่างต้องใช้เวลา และที่วันนี้ต้องมียุทธศาสตร์ 20 ปี เพราะคนรุ่นใหม่ยังไม่เกิด เราจึงต้องคาดหวังในอนาคตข้างหน้า ทุกกระทรวงต้องเตรียมงานไว้ ต้องร่วมกันสร้างกลไกในการขับเคลื่อนในอีก 1 ปี 6 เดือน ถ้าไม่ทำมีเรื่องแน่
“เขาต้องบอกว่าจะปฏิรูปอย่างไร นี่คือสิ่งที่ต้องการให้ชัดเจน ถ้าจะเลือกตั้งต้องทำแบบนี้ ไม่เช่นนั้นผมจะเข้ามาทำไม เข้ามาให้โดนด่าทุกวัน เหมือนเป็นนนทุก โดนเขกหัวทุกวัน ผมไม่ใช่นนทุก แต่เข้ามาแบ่งเบาทุกข์สุขให้กับท่าน แต่ท่านก็ย้อนกลับมาทุกวัน มันเป็นธรรมกับผมและข้าราชการหรือไม่ รำคาญก็รำคาญ แถมยังโดนด่าข้างนอกอีก ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย” นายกรัฐมนตรีระบุ
ไม่บ้าสั่งผ่านประชามติ-อยู่ที่ปชช.
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องการเลือกตั้ง ทุกคนอยากเลือกตั้ง มันอาจเป็นพิธีกรรมอะไรสักอย่าง ที่ทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า ตนไม่รู้ ไม่ได้ขัดแย้ง แต่ท่านจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งได้คนดี มีธรรมาภิบาล ไม่ใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ต้องดีมากกว่าที่เคยมีมา คนที่เลือกเข้ามาต้องมีการกลั่นกรอง ไม่ใช่เลือกคนที่เคยเข้ามาทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ ต้องคิดให้ได้ ทำอย่างไร
“เลือกตั้งไปเลย ประชามติจะผ่านไหม ผมไม่ต้องการจะผ่านหรือไม่ผ่าน โดยผมสั่งหรือใครสั่ง ผมจะบ้าไปสั่งทำไมวะ แล้วถ้ารัฐธรรมนูญออกมาเหมือนเดิม ไม่ต้องทำแล้ว กลับบ้านวันนี้เลย กลับบ้านให้หมด ใครอยากทำก็ทำไป เอาอย่างนั้นไหม ในเมื่อเราต้องปฏิรูปประเทศ แก้ไขความขัดแย้ง ต้องว่าอนาคตประเทศ การเลือกตั้งอย่าเข้าใจว่ามีรัฐธรรมนูญแล้วจบ สื่อบางที่ไปพาดหัวประเทศเพื่อนบ้านมีการเลือกตั้ง มีคนออกมาใช้สิทธิ์ 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องที่น่ายินดีกับเขา แต่ประเทศไทยไม่รู้เลือกตั้งเมื่อไร เขียนอย่างนี้ ไม่รู้ได้อะไรขึ้นมา ถ้าจะเขียนอย่างนี้ ทำไมไม่เขียนก่อนผมเข้ามา ถ้าผมกาได้ทุกช่อง ผมกา แต่ผมไปทำอะไรเขาไม่ได้ เป็นพ่อผมทั้งนั้น แต่เวลาประเทศชาติเสียหายย่อยยับ ไม่รับผิดชอบ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้ง ไปบอกให้ประชาชนว่าทุกคนทั้ง 50 ล้านคน ต้องลงประชามติให้หมด อย่าบอกว่าไม่ชอบแล้วไม่มา” พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องรัฐธรรมนูญจะผ่านไม่ผ่านตนมีวิธีของตน และต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว เลือกตั้งได้ ไม่ได้ ก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่จะไปรับผิดชอบอย่างไร ก็อีกที ถ้าทะเลาะกันดีนัก เลือกตั้งแล้วตีกัน ท่านก็ให้ตนเลิก ตนก็กลับบ้าน ตีกันต่อไป การเลือกตั้งจะสงบเรียบร้อย และมีเสถียรภาพ ความเข้มแข็ง
ไม่ผ่อนผันคดีจำนำข้าวให้คนทำเจ๊งรับผิด
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในเรื่องคดีจำนำข้าวว่า คดีทั้งหมดไม่ผ่อนผันใดๆ ทั้งสิ้น จะมาขอยืดเวลาตนไม่ให้ เพราะให้มาพอเพียงแล้วไปว่ากันมา คดีอะไรบ้างตนไม่รู้ ในเรื่องของคดีจำนำข้าวเถียงกันมาจนหัวจะผุอยู่แล้ว ต่อไปนี้ขายเท่าไหร่ก็ได้เท่านั้น เป็นเรื่องอะไรที่ตนต้องรับผิดชอบ ขายข้าวจะได้ราคาหรือไม่ได้ราคา ใครทำไว้ ถ้าตนเอาข้าวมาขายเยอะจะเกิดอะไรขึ้น วงจรข้าวข้างนอกก็จะเสีย ข้าวฤดูใหม่ก็จะขายไม่ได้ ดังนั้นไม่ต้องกังวล เอาข้าวเสียขายให้หมด แล้วใครจะต่อต้านตน ถ้าตนให้อำนาจ เขาขายก็ต้องขาย ถ้าไม่ขายท่านก็ต้องมารับผิดชอบใช้หนี้แทนเขา ทำให้ชัดเจนขึ้น เสียเวลาไป 2 ปี แล้ว เพราะฉะนั้น ข้าวดีเก็บไว้ ข้าวเสียขายไป ถ้าขายได้น้อยเป็นความรับผิดชอบของเขา เพราะเขาเป็นคนทำ และถ้าข้าวเสียหายเพิ่มอีก ขายไม่ออกอีก ก็ประเมินไปว่ากี่เดือนก็บวกค่าความเสียหายเพิ่มเข้าไปอีก และไม่ใช่ตนรับผิดชอบ
ในส่วนของกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ต้องทำหน้าที่เป็น กสม.ทั้งไทยและเทศด้วย ไม่ใช่รักษาประโยชน์ให้ผู้ร้ายอยู่ตลอด ไม่ใช่เมื่อตัดสินไปทั้งๆที่มีหลักฐาน มีกฎหมาย ก็ยังหาว่ารังแก มันแทบจะฆ่าคนตายตรงหน้าแล้วยังไปป้องปกมันอีก ทำไมคนไทยถึงคิดแบบนี้ แล้วจะแก้ปัญหากันได้จบหรือไม่
อย่าแบ่งแยก-ปีใหม่เป็นปีร่วมมือปฏิรูป
“เราจะไม่แบ่งคนไทยให้เป็นซ้าย เป็นขวาอีกแล้ว เราต้องให้คนไทยมาอยู่ตรงกลางให้ได้ มากบ้าง น้อยบ้าง ช่างเขาเถอะ จะสีไหนๆ ก็เอากลับมา เพราะมันฆ่ากันไม่ได้ทั้งหมดให้กฎหมายทำงานไป จะเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ถ้าไปเร่งทุกอย่างก็กลับมาที่เดิม ขอเพียงแต่เอาเข้ากระบวนการให้มันถูกต้องตามขั้นตอน” นายกฯ กล่าวและว่า เหลือเวลาอีก 1 ปี 6 เดือน อยากให้ทุกอย่างมันเดินหน้าไปให้ได้ มีแผนปฏิรูป มีรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ มีการเลือกตั้งที่ปลอดภัย ประเทศชาติเข้มแข็ง มีรัฐบาลที่เป็นธรรมาภิบาล
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแห่งการเริ่มต้นของการที่เราจะเดินหน้าร่วมกันต่อไปในอนาคต ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา กระบวนการยุติธรรม กฎหมายและเรื่องที่จะต้องเป็นวาระในการแก้ไข เช่น ไอเคโอ ไอยูยู การทำประมงผิดกฎหมาย การบุกรุกป่า การจัดสรรที่ดิน ทั้งหมดต้องคิดใหม่ทำใหม่ทั้งหมด
"ขอให้ปีใหม่เป็นปีแห่งการร่วมมือ เป็นปีแห่งการร่วมรักสามัคคีไม่ขัดแย้ง เป็นปีแห่งการปฏิรูปอย่างแท้จริง เป็นปีแห่งการเริ่มต้นปฏิรูป เหลือเพียงอีก 1 ปี 6 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้นไม่มีโอกาสอีกแล้ว ขอบคุณทุกคน สวัสดีครับ ขอให้มีความสุข” นายกฯ กล่าว
นายกฯลั่นฉันจะสู้-แก้ปัญหาต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เวลา 15.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการผลงาน 1 ปี ที่จัดแสดง และเปิดให้ประชาชนเข้าชมที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล โดยนายกฯ กล่าวว่า พอใจกับผลงานที่นำมาแสดงแต่ไม่ที่สุด เพราะว่ายังไม่เสร็จ
จากนั้นเวลา 17.30 น. ภายหลังแล้วเสร็จการแถลงผลงาน 1 ปีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ พร้อม ครม.ได้รับประทานอาหารกับสื่อมวลชน และผู้ร่วมงาน โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ขึ้นเวทีนำรัฐมนตรีทหารและคสช.ร้องเพลง “คืนความสุขให้ประเทศไทย” และเพลง “เพราะเธอคือประเทศไทย”
จากนั้นนายกฯ ได้ลงมาทักทายข้าราชการและสื่อมวลชน โดยบอกว่า “ฉันจะสู้และแก้ปัญหาต่อไป” พร้อมร่วมยืนร้องเพลง “รางวัลแด่คนช่างฝัน” พร้อมยกมือประกอบจังหวะ ก่อนจะเดินทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า พร้อม ครม.
ทำเนียบแจกสมุดภาพรวมผลงาน1ปี
ขณะเดียวกันพบว่า สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้นำสมุดภาพอินโฟกราฟฟิกรัฐบาลเพื่อประชาชน พร้อมซีดี มาแจกจ่ายให้สื่อมวลชน และผู้ที่มาร่วมรับฟังการแถลงผลงานรัฐบาล ซึ่งเป็นการรวบรวมภาพผลงานและการทำงานในภารกิจต่างๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และข้อความคำพูดบางช่วงบางตอน อาทิ การสร้างความปรองดอง การจัดระเบียบสังคม การช่วยเหลือเกษตรกร ปัญหาความยากจน การสร้างความเชื่อมั่นในเวทีโลก มาตรการทางเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ การลดความเหลื่อมล้ำ การแก้ปัญหาภัยแล้ง การยกร่างรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปประเทศ และมาตรการสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล ทั้งนี้ หน้าปกของสมุดภาพดังกล่าวมีลายมือและข้อความจาก พล.อ.ประยุทธ์ เขียนไว้ว่า “สมุดภาพเล่มนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลการดำเนินงานของรัฐบาล ที่จะสะท้อนให้เห็นเจตนารมณ์ ความมุ่งมั่นตั้งใจ ให้ประชาชนได้รับทราบและร่วมมือกัน ด้วยพลังแรงใจ การสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน ส่วนราชการ และภาคประชาสังคม ตลอดจนภาคธุรกิจ เอกชน ได้ร่วมมือกันในลักษณะประชารัฐเพื่อเกื้อกูลกัน นำพาประเทศชาติและประชาชน ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สืบไป” และลงท้ายว่า ด้วยความรักและเคารพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือดังกล่าวใช้กระดาษอาร์ตมัน พิมพ์ 4 สี จำนวน 100 หน้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำรูปนายกฯและรัฐมนตรีมาเรียง แล้วใส่โค้ดคำพูดเด็ดๆ หน้าละ 2 รูป แต่พบว่าบางหน้าใช้รูปของบุคคลที่ไม่ใช่คนในรัฐบาล แต่เป็นบุคคลสำคัญในต่างประเทศที่พูดถึงประเทศไทย อาทิ รูปของนายปีเตอร์ โอนีล นายกรัฐมนตรีรัฐเอกราชปาปัวนิวกินี พูดว่า “เราเล็งเห็นถึงความสำคัญของสินค้าการเกษตรของไทยโดยเฉพาะข้าว และสนใจที่จะขอคำแนะนำในการปลูกข้าวเพื่อส่งเสริมการปลูกข้าว” และรูปของ นายฆวน มานูเอล ซานโตส ประธานาธิบดีสาธารณรัฐรัฐโคลัมเบีย พูดว่า “เราเล็งเห็นความสำคัญและศักยภาพของประเทศไทย ที่จะเหมือนประตู และสะพานเชื่อมโคลัมเบียกับอาเซียน”



