
จับต่างด้าวล้วงกระเป๋าฉกมือถือขายเขมร
สน.ปทุมวัน จับต่างด้าวล้วงกระเป๋าฉกมือถือขายเขมร ตระเวรตามห้างดังเขตปทุมวัน
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 25 ธ.ค.2558 พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน, พ.ต.ท.ภูเมศ อั๊งสุวรรณกูล สว.สส. พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เสียงใส สว.สส.สน.ปทุมวัน พร้อมฝ่ายสืบสวนสน.ปทุมวัน ร่วมกันจับกุมนายจัน โบนา อายุ 22 ปี สัญชาติกัมพูชา ถือหนังสือเดินทางเลขที่ 00258753 ในฐานความผิด “ลักทรัพย์หรือรับของโจร” พร้อมของกลาง 1) โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ SAMSUNG รุ่น NOTE 5 จำนวน 1 เครื่อง 2)โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ SAMSUNG รุ่น GRAND 2 จำนวน 1 เครื่อง 3)โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ SAMSUNG รุ่น DUO จำนวน 1 เครื่อง 4)โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ AIS LAVA จำนวน 1 เครื่อง 5) โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ SONY รุ่น XPERIA จำนวน 1 เครื่อง
พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เปิดเผยว่า ด้วยทาง สน.ปทุมวัน ได้ตรวจสอบพบว่า ในบริเวณย่านศูนย์การค้าในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้มีกลุ่มคนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ (ล้วงกระเป๋า) นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ สร้างความเดือดร้อนให้กับนักท่องเที่ยว และประชาชนชาวไทยที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จึงได้มีการวางมาตรการในการบูรณการกำลังทุกส่วนในสังกัด เข้าดำเนินการตรวจตราเพื่อจับกุมคนร้ายที่จะก่อเหตุและกดดันไม่ให้มีการเกิดเหตุขึ้น
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 258 เวลาประมาณ 22.00 น. ได้ออกตรวจไปถึงบริเวณทางเดินเท้าหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ พบ นายจัน โบนา สัญชาติ กัมพูชา ลักษณะท่าทางมีพิรุธต้องสงสัย จึงเข้าทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่า นายจัน ไม่มีหนังสือเดินทางมาแสดง น่าเชื่อว่าจะหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้ทำการจับกุมตัวส่ง พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ จากการตรวจค้นตัวนายจัน ยังพบโทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง อยู่ในความครอบครองของนายจัน ซึ่งนายจันไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาของโทรศัพท์มือถือดังกล่าวได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบหาเจ้าของที่แท้จริง
พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ต่อมา ในวันที่ 25 ธันวาคม 2558 เวลาประมาณ 16.00 น. ญาติของนายจันฯ ได้นำหนังสือเดินทางของนายจัน มาแสดงต่อเต้าหน้าที่ตำรวจ ให้ตรวจสอบพบว่า นายจัน ได้เดินทางข้ามาในราชอาณาจักรอย่างถูกกฎหมาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงได้เชิญตัวนายจัน มาเพื่อซักถามเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือทั้ง 5 เครื่องดังกล่าว ปรากฏว่า ได้มี นางดุดดาว จิ้มลิ้ม (ผู้เสียหาย) มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน พร้อมยืนยันว่า โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ AIS รุ่น LAVA สีดำ ที่ตรวจพบอยู่ในความครอบครองของนายจันเป็นของตนเอง ที่ถูกคนร้ายล้วงกระเป๋าลักเอาไปในระหว่างเดินอยู่ที่ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2558 เวลาประมาณ 08.00 น. เมื่อสอบถามนายจัน ก็ให้การยอมรับว่า ได้ก่อเหตุล้วงกระเป๋าลักเอาโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวมาจากนางดุดดาว และโทรศัพท์มือถืออีก 4 เครื่อง ก็ได้มาจากการก่อเหตุล้วงกระเป๋าที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และห้างเซ็นทรัลเวิร์ลเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2558
นอกจากนี้ จากการซักถาม นายจันให้การยอมรับว่า ได้ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวกับชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามห้างสรรพสินค้าและร้านค้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน เช่น สุขุมวิท ปทุมวัน และพญาไท มานานประมาณ 2 ปีแล้ว ได้โทรศัพท์มือถือไปจำนวนมากกว่า 100 เครื่อง โดยทุกครั้งจะนำเอาโทรศัพท์มือถือที่ได้ ไปขายให้กับนายโมม ชาวกัมพูชา ที่ตลาดปอยเปี๊ยะ จังหวัดพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงได้จับกุมตัวนายจันพร้อมของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



