
ทางหลวงแนะเส้นทางเลี่ยงจราจรเทศกาลปีใหม่
ทางหลวงแนะเส้นทางเลี่ยงจราจรเทศกาลปีใหม่ : แมรี่ แบรดลี่
ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ มีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ซึ่งจะมีผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้เส้นทางหลักของทุกภูมิภาคมีรถหนาแน่นและเคลื่อนตัวได้ช้าลง
พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผบก.ทล. ให้ข้อมูลว่า ปีนี้มีผู้ที่เดินทางออกจากกรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 8 แสนคัน ส่งผลทำให้รถเคลื่อนตัวได้ช้าลงประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประชาชนควรใช้เส้นทางเลี่ยง ขณะเดียวกันยังมีการก่อสร้างถนนอยู่ 2 เส้นทางหลัก คือ เส้นสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ เส้นทางสู่ภาคตะวันออก โดยจุดแรกที่มีการซ่อมแซมถนนคือ บริเวณถนนมิตรภาพ กม.20 ในจุดดังกล่าวมีการก่อสร้างสะพานจุดกลับรถอาจมีการชะลอตัว เนื่องจากมีอุปสรรคบนพื้นทาง ส่วนอีกจุดบนถนนเส้นบายพาส ชลบุรี-แกลง ในช่วง อ.บ้านบึง มีการก่อสร้าง ซึ่งไม่สามารถคืนพื้นที่ได้ทั้งหมด ทำให้จราจรมีความคับคั่งและหนาแน่นในการเดินทางสู่ภาคตะวันออก
จากการสำรวจเส้นทางของตำรวจทางหลวงพบว่า มีหลายเส้นทางที่เป็นจุดที่ชะลอรถหรือเป็นจุดที่มีความหนาแน่น ซึ่งตำรวจทางหลวงเตรียมจะเปิดเส้นทางพิเศษ โดยเฉพาะในถนนมิตรภาพ ถนนพหลโยธิน โดยในเส้นทางของพหลโยธินจะเปิดช่องทางเพิ่มที่ กม51. คือบริเวณต่างระดับบางปะอิน และกม.73 อ.วังน้อย ถึง อ.หนองแค อาจจะเปิดยาวไปถึงสระบุรี กม.92 หรือ กม.99 เพื่อเร่งระบายรถให้ออกจาก กทม.ให้มากที่สุด ขณะเดียวกัน ถนนมิตรภาพ กม.14 ที่เป็นทางขึ้นเนินครั้งแรก หรือเนินทัพกวาง จ.สระบุรี ซึ่งมีปริมาณการจราจรหนาแน่น จะเริ่มเปิดช่องทางพิเศษที่ กม.17 ต่อเนื่องไปถึง กม.20 ที่มีการก่อสร้างในพื้นที่ ส่วน กม.21-กม.35 ที่เป็นรอยต่อสู่ภาคอีสาน ประชาชนที่เดินทางในเส้นทางดังกล่าวควรระมัดระวังในการเดินทาง
สำหรับเส้นทางเลี่ยงภาคเหนือมี 4 เส้นทางคือ
เส้นทางที่ 1 ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 31) หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ถึงต่างระดับบางปะอิน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายเอเชีย(ทางหลวงหมายเลข 32) มุ่งหน้าจ.นครสวรรค์ ระยะทางประมาณ 241 กม. สู่ภาคเหนือ
เส้นทางที่ 2 ให้ใช้ทางด่วนอุดรรัถยา จนสุดทางด่วนปากเกร็ด–บางปะอิน เลี้ยวขวาเข้ากาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก : ทางหลวงหมายเลข 9) ถึงต่างระดับเชียงรากน้อย เลี้ยวซ้ายเข้าบางปะอิน–บางปะหัน (ทางหลวงหมายเลข 347) มุ่งหน้าสู่ จ.นครสวรรค์ ระยะทางประมาณ 238 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคเหนือ
เส้นทางที่ 3 ใช้ถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338) เลี้ยวขวาเข้าถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก : ทางหลวงหมายเลข 9) ถึงต่างระดับบางบัวทอง เลี้ยวซ้ายเข้าบางบัวทอง–สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340) ผ่านสุพรรณบุรีและชัยนาท เข้าถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ที่ อ.มโนรมย์ มุ่งหน้า จ.นครสวรรค์ ระยะทางประมาณ 227 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคเหนือ หรือใช้เส้นทางรัตนาธิเบศร์ (ทางหลวงหมายเลข 302) ถึงต่างระดับบางใหญ่เลี้ยวขวาเข้าถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก/ทางหลวงหมายเลข 9) ถึงต่างระดับบางบัวทองเลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี เข้าถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ที่ อ.มโนรมย์ มุ่งหน้า จ.นครสวรรค์ ระยะทางประมาณ 262 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคเหนือ
เส้นทางที่ 4 ใช้ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก : ทางหลวงหมายเลข 9) มุ่งหน้าพหลโยธิน(ทางหลวงหมายเลข 1) เลี้ยวซ้ายขึ้นต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) มุ่งหน้าจ.นครสวรรค์ ระยะทางประมาณ 259 กม. สู่ภาคเหนือ หรือใช้ถนนกาญจนาภิเษก(วงแหวนตะวันออก: ทางหลวงหมายเลข 9) ผ่านด่านธัญบุรีถึงต่างระดับคลองหลวง เลี้ยวซ้ายคลองหลวง-เชียงราก เลี้ยวขวาปทุมธานี-บางปะหัน(ทางหลวงหมายเลข 347) ถึง อ.บางปะหัน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายเอเชีย(ทางหลวงหมายเลข 32) มุ่งหน้า จ.นครสวรรค์ ระยะทางประมาณ 275 กม. มุ่งภาคเหนือ
เส้นทางเลี่ยงสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 7 เส้นทาง คือ
เส้นทางที่ 1 ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 31) หรือทางยกระดับโทลล์เวย์ เข้าพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ถึงสระบุรีเลี้ยวขวาใช้ถนนมิตรภาพ(ทางหลวงหมายเลข 2) มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 265 กม. มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เส้นทางที่ 2 ใช้ทางด่วนอุดรรัถยาจนสุดทางปากเกร็ด-บางปะอินที่อ.บางปะอิน เลี้ยวขวาเข้ากาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก : ทางหลวงหมายเลข 9) ถึงต่างระดับบางปะอิน เลี้ยวเข้าพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ผ่าน จ.สระบุรี เลี้ยวขวาใช้ถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 273 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เส้นทางที่ 3 ใช้ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก : ทางหลวงหมายเลข 9) สู่ต่างระดับบางปะอินเข้าพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ผ่านสระบุรีเลี้ยวขวาใช้ถนนมิตรภาพ(ทางหลวงหมายเลข 2) มุ่งหน้าจ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 280 กม. สู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เส้นทางที่ 4 ใช้ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก : ทางหลวงหมายเลข 9) มุ่งหน้าสู่ต่างระดับบางปะอิน เลี้ยวขวาเข้าพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ผ่านสระบุรีเลี้ยวขวาใช้ถนนมิตรภาพ(ทางหลวงหมายเลข 2) มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 286 กม. สู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เส้นทางที่ 5 ใช้ต่างระดับรังสิต–องครักษ์ (ทางหลวงหมายเลข 305) ตรงไปนครนายก เลี้ยวขวาเข้าถนนสุวรรณศร (ทางหลวงหมายเลข 33) มุ่งสู่สี่แยกกบินทร์บุรีเลี้ยวซ้ายเข้าถนนกบินทร์บุรี-ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 328 กม. สู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เส้นทางที่ 6 ใช้ถนนรามอินทรา–สุวินทวงศ์ (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านฉะเชิงเทรา อ.พนมสารคาม, อ.กบินทร์บุรี, อ.ปักธงชัย มุ่งหน้าจ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 324 กม. สู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือใช้มอเตอร์เวย์ (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7) เลี้ยวซ้ายถนนสิริโสธร(ทางหลวงหมายเลข 314) มุ่งฉะเชิงเทราเลี้ยวขวาเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา(ทางหลวงหมายเลข 365) ใช้ถนนฉะเชิงเทรา- กบินทร์บุรี(ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่าน อ.นาดี อ.วังน้ำเขียว อ.ปักธงชัย มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 313 กม. สู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เส้นทางที่ 7 ใช้มอเตอร์เวย์ (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7) เลี้ยวซ้ายถนนสิริโสธร (ทางหลวงหมายเลข 314) มุ่งสู่ จ.ฉะเชิงเทรา เลี้ยวขวาถนนเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา(ทางหลวงหมายเลข 365) ใช้ถนนฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 304) เลี้ยวขวาเข้าถนนเขาหินซ้อน-สระแก้ว(ทางหลวง 359) เข้าถนนสุวรรณศร(ทางหลวงหมายเลข 33) เลี้ยวซ้ายเข้าถนนตาพระยา-บุรีรัมย์(ทางหลวงหมายเลข 348) ผ่าน อ.ตาพระยา อ.ละหานทราย บรรจบทางหลวงหมายเลข 24 ที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ระยะทางประมาณ 385 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เส้นทางที่มุ่งสู่ภาคตะวันออก มี 3 เส้นทาง คือ
เส้นทางที่ 1 จาก กทม.ใช้ถนนศรีนครินทร์ ทางหลวงพิเศษกรุงเทพฯ–ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 7) มุ่งหน้า จ.ชลบุรี ระยะทางประมาณ 91 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออก
เส้นทางที่ 2 จาก กทม.ใช้ถนนบางนา–ตราด (ทางหลวงหมายเลข 34) มุ่งหน้า จ.ชลบุรี ระยะทางประมาณ 78 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกหรือใช้ทางด่วนบูรพาวิถี(ทางด่วนสายบางนา-ชลบุรี) ลงเชื่อมต่อถนนบางนา-ตราด (ทางหลวงหมายเลข34) ที่หลักกม.53 มุ่งหน้าชลบุรี ระยะทางประมาณ 78 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออก
เส้นทางที่ 3 จาก กทม.ใช้ถนนสุวินทวงศ์ (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านฉะเชิงเทรา ถนนสุขประยูร (ทางหลวงหมายเลข 315) ผ่าน อ.พนัสนิคม มุ่งหน้า จ.ชลบุรี ระยะทางประมาณ 116 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออก
เส้นทางที่มุ่งสู่ภาคใต้ มี 3 เส้นทาง คือ
เส้นทางที่ 1 ใช้ถนนพระราม 2 (ทางหลวงหมายเลข 35) ผ่าน จ.สมุทรสาคร ถึงแยกวังมะนาว เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) มุ่งหน้า จ.เพชรบุรี ระยะทางประมาณ 162 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคใต้
เส้นทางที่ 2 ใช้ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่าน จ.นครปฐม จ.ราชบุรี มุ่งหน้า จ.เพชรบุรี ระยะทางประมาณ 191 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคใต้
เส้นทางที่ 3 ใช้ถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338) เลี้ยวขวาเข้าถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่าน จ.นครปฐม จ.ราชบุรี มุ่งหน้า จ.เพชรบุรี ระยะทางประมาณ 196 กม. เดินทางสู่ภาคใต้
เส้นทางเลี่ยงจากภาคใต้สู่ภูมิภาค มี 2 เส้นทาง เส้นทางที่ 1 จากต่างระดับวังมะนาวใช้ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เลี้ยวซ้ายเข้าถนนมาลัยแมน (ทางหลวงหมายเลข 321) ผ่าน จ.สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340) มุ่งหน้า จ.ชัยนาท เข้าถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ที่ อ.มโนรมย์ มุ่งหน้า จ.นครสวรรค์ ระยะทางประมาณ 268 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคเหนือ
เส้นทางที่ 2 จากต่างระดับวังมะนาวใช้ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่าน จ.นครปฐม เลี้ยวซ้ายถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338) เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก/ทางหลวงหมายเลข 9) ถึงต่างระดับบางบัวทองเลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี(ทางหลวงหมายเลข 340) ผ่าน จ.สุพรรณบุรี จ.ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 32) ที่ อ.มโนรมย์ มุ่งหน้า จ.นครสวรรค์ ระยะทางประมาณ 293 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคเหนือ
เส้นทางจากภาคตะวันออกสู่ภูมิภาค มี 2 เส้นทาง เส้นทางที่ 1 จากแยกหนองปรือ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ใช้ถนน สัตหีบ-เขาหินซ้อน (ทางหลวงหมายเลข 331) เลี้ยวขวาเข้าถนนฉะเชิงเทรา-นครราชสีมา (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่าน อ.กบินทร์บุรี อ.นาดี และ อ.ปักธงชัย มุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 259 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เส้นทางที่ 2 จากแยกหนองปรือ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ใช้ถนนสัตหีบ-เขาหินซ้อน(ทางหลวงหมายเลข 331) เลี้ยวขวาเข้าถนนฉะเชิงเทรา-นครราชสีมา(ทางหลวงหมายเลข 304) ถึงแยกเขาหินซ้อน-สระแก้ว(ทางหลวงหมายเลข 359) เลี้ยวขวาถนนสุวรรณศร(ทางหลวงหมายเลข 33) มุ่งหน้า อ.อรัญประเทศ เลี้ยวซ้าย ถ.อรัญประเทศ-บุรีรัมย์(ทางหลวงหมายเลข 348) มุ่งหน้า จ.บุรีรัมย์ ระยะทางประมาณ 336 กม. เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นอกจากนี้ พล.ต.ต.สมชายยังบอกอีกว่า ประชาชนที่จะเดินทางควรศึกษาเส้นทางการเดินทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด รวมถึงควรศึกษาสภาพภูมิอากาศ และตรวจสภาพยานพาหนะก่อนออกเดินทาง หรือเข้าไปตรวจสอบเส้นทางเลี่ยงต่างๆ ได้ที่แอพพลิเคชั่นไลน์ ในโทรศัพท์มือถือ ไอดี highway1193 หรือโหลดแอพพลิเคชั่น Thai highway Police ที่สามารถใช้ได้ทั้งระบบแอนดรอยด์ และระบบไอโอเอส หรือโทรศัพท์สอบทางเส้นทางได้ที่ 1193
“อย่างภาคใต้มีการพยากรณ์อากาศว่า อาจมีฝนตกทำให้สภาพถนนมีการเปลี่ยนแปลงเกิดน้ำขัง ส่งผลให้ถนนลื่น ต้องระมัดระวังในการเดินทาง อย่างภาคเหนือมีอากาศหนาวจะมีปริมาณหมอกบางพื้นที่ ซึ่งจะมีความเปียกชื้นบนถนน ประชาชนจะต้องระมัดระวังในการเดินทาง และหากประชาชนมีความเมื่อยล้าจากการขับรถเป็นเวลานานสามารถแวะพักได้ที่จุดพักรถของตำรวจทางหลวงได้ทุกที่” พล.ต.ต.สมชาย ระบุ
สถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2557-5 มกราคม 2558 ในช่วง 7 วันอันตราย พบว่า ปี 2557 เกิดอุบัติเหตุ 227 ครั้ง ปี 2558 เกิดอุบัติเหตุ 146 ครั้ง ปี 2557 บาดเจ็บ 392 ราย ปี 2558 บาดเจ็บ 227 ราย ปี 2557 เสียชีวิต 91 ราย ปี 2558 เสียชีวิต 49 ราย สำหรับช่วงที่เกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสูงสุด คือ วันที่ 1 และวันที่ 2 ของเทศกาล ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนออกเดินทาง



