ข่าว

พม่าพันคนประท้วงคดีเกาะเต่าพระวีระธุแจม

พม่าพันคนประท้วงคดีเกาะเต่าพระวีระธุแจม

25 ธ.ค. 2558

พม่าพันคนประท้วงไทยตัดสินคดีเกาะเต่า ทูตเมียนมาร์พบ‘ปนัดดา’ยันไม่กระทบสัมพันธ์ ‘ดอน’ห่วงความปลอดภัยคนไทยแนะไม่ควรแสดงตน ขณะที่เฟซบุ๊กพระวีระธุโพสต์เหตุการณ์

             หลังจากศาลชั้นต้นศาลจังหวัดเกาะสมุยมีคำพิพากษาประหารชีวิตจำเลยซึ่เป็นแรงงานชาวพม่าทั้ง 2 คน คือนายซอ ลิน หรือโซเรน ไม่มีนามสกุล และนายเวพิว หรือวิน ไม่มีนามสกุล ชาวพม่า ในข้อหาฆ่านายเดวิด วิลเลียม มิลเลอ  และข่มขืนและฆ่าน.ส.อันน่าห์ วิคตอเรีย วิทเทอร์ริดจ์ หรือฮันน่าห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ ซึ่งนักท่องเที่ยวชายหญิงชาวอังกฤษ 2 คน บนชายหาดเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปีที่แล้ว ผ่านไป 14 เดือนที่ผ่านมา แม้จะท่ามกลางความพอใจของครอบครัวเหยื่อที่บินมาฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย อย่างไรก็ตามได้สร้างความไม่พอใจให้กับชาวพม่าและได้นัดกันชุมนุมประท้วงหน้าสถานทูตไทยที่กรุงย้างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้

พม่าพันคนประท้วงคดีเกาะเต่าพระวีระธุแจม

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีชาวพม่าเกือบ 1,000 คน ได้ชุมนุมด้านหน้าสถานทูตไทยในนครย่างกุ้งของพม่า เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินดังกล่าว โดยนายเย ทุต โฆษกรัฐบาลและรัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศของเมียนมาร์ โพสต์ข้อความเตือนให้ประชาชนแสดงออกอยู่ในขอบเขต และรัฐบาลพม่าจะให้ความช่วยเหลือจำเลยในการยื่นอุทธรณ์คดีต่อไป ขณะเดียวกันนายวิน หม่อง เอกอัครราชทูตพม่าประจำไทย ยืนยันว่าคดีนี้จะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

พม่าพันคนประท้วงคดีเกาะเต่าพระวีระธุแจม

             นายวิน หม่อง เอกอัครราชทูตเมียนมาร์ประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์หลังพบกับม.ล. ปนัดดา  ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลในเช้าวันนี้ว่า ทุกคนที่เป็นมนุษย์ ถ้าได้ยินคำว่าประหารชีวิต ก็ต้องเสียใจ แต่เราก็จะเคารพตามกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้เขาบอกว่าได้แจ้งกับ ม.ล.ปนัดดา ว่าขอให้คำนึงถึงรากฐานความสัมพันธ์ของสองประเทศ และหวังอย่างยิ่งว่าคดีนี้จะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมโดยรัฐบาลไทย

 

             ขณะเดียวกันเฟซบุ๊กของพระวีระธุ พระเมียนมาร์หัวรุนแรงได้โพสต์ภาพและข้อความผลการตัดสินและประท้วงด้วย

             ทั้งนี้เมื่อเวลา 10.45 น. นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า วันนี้ที่เมียนมาเป็นวันหยุดและสถานทูตฯก็หยุดทำงานด้วย เชื่อว่าชุมนุมดังกล่าวคงจะไม่มีผลอะไร เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ทางเมียนมาร์ได้เสริมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 20-30 นาย โดยตั้งสิ่งกีดขวางบริเวณหน้าสถานทูตฯ เพื่อให้การดูแลความสงบเรียบร้อย นอกจากนี้สำนักประธานาธิบดีของเมียนมาร์ ได้มีคำเตือนหากชุมนุมประท้วงต้องให้อยู่ในขอบเขต พร้อมกับรับปากกับประชาชนเมียนมาร์ว่า จะช่วยดูแลคดีที่ยังมีความต่อเนื่อง ขอให้ผู้ประท้วงเข้าใจ เพราะครั้งนี้เป็นการตัดสินของศาลชั้นต้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรม

             อย่างไรก็ตาม มีความห่วงใยคนไทยในเมียนมาร์ โดยได้กำชับให้สถานทูตฯ ได้ดูแล และออกคำเตือนเรื่องความปลอดภัยของคนไทยในช่วงนี้ หากไม่จำเป็นว่าไม่ควรแสดงตัวว่าเป็นคนไทย โดยคนไทยในกรุงย่างกุ้งจำนวน1,200-1,300 คน ส่วนใหญ่เดินทางกลับประเทศไทยในช่วงปีใหม่ และอีกส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวในเมียนมาในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวต่อเนื่อง

             “อย่าลืมว่าเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการของศาล สื่อจำนวนไม่น้อย ยังคงกลับมาติดตามขุดคุ้ยเรื่องเก่า เรื่องของการสอบสวน ประหนึ่งว่ายังมีข้อกังขา ก็อยากจะดึงกลับมาให้เข้ามาสู่กระบวนการศาล อย่าไปรื้อของเก่ามากนัก เพราะของเก่าก็ผ่านไปแล้ว เพราะมีตำรวจของหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ก็ได้ร่วมเข้ามาตรวจสอบและรับทราบการสอบสวนของไทย และพอใจถึงขั้นแสดงออกโดยการเดินทางไปแจ้งกับครอบครัวของผู้เสียหายชาวอังกฤษ ซึ่งครอบครัวผู้เสียหายเขาก็ฟังเจ้าหน้าที่ตำรวจของเขา และเมื่อวาน (24ธ.ค.) ครอบครัวผู้เสียหายก็ออกมาแสดงความยอมรับ และแสดงความพอใจต่อกระบวนการของประเทศไทย” นายดอนกล่าว


ตร.ไม่พบความเคลื่อนไหวชาวพม่าในไทย
       
             พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังศาลจังหวัดเกาะสมุย มีคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิต 2 แรงงานชาวเมียนมา จากการข่าวยังไม่พบความเคลื่อนไหวของชาวเมียนมาในประเทศไทย ซึ่งเป็นปกติที่สถานทูตไทยในต่างประเทศจะต้องมีการออกแถลงการณ์เตือนเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย โดยเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด ด้านกองบัญชาการตำรวจนครบาล มีความพร้อมในการรับมือหากเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น ทั้งนี้คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในขณะนั้น ซึ่งการรวบรวมพยานหลักฐานก็ทำตามมาตรฐานสากลเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ และศาลก็ได้พิพากษาตามพยานหลักฐานที่มี แม้ว่าจะมีบุคคลบางกลุ่มไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลก็ตาม โดยส่วนตัวไม่คิดว่ากรณีนี้จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว
           
             ส่วนกรณีที่เว็บไซต์หนังสือพิมพ์จาการ์ตา โกลบ รายางานว่า หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายอินโดนีเซียบุกจับชาวอุยกูร์ ที่เขตเบกาซี ชานกรุงจาการ์ตาด้านตะวันออก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา และอาจจะพัวพันกับเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เรื่องดังกล่าว พ.ต.อ.กฤษณะ ยังไม่ได้รับรายงาน และขอเวลาตรวจสอบก่อน