ข่าว

‘ไพบูลย์’แจงยธ.เดินหน้านำความยุติธรรมสู่หมู่บ้าน

‘ไพบูลย์’แจงยธ.เดินหน้านำความยุติธรรมสู่หมู่บ้าน

25 ธ.ค. 2558

“พล.อ.ไพบูลย์”แจงยธ.เดินหน้า นำความยุติธรรมสู่หมู่บ้าน สร้างมาตรฐานสู่สากล ยอมรับภายในยังไม่สามารถบูรณาการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ-เป็นผลเท่าไหร่

 
          วันที่ 25 ธ.ค.58 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวแถลงผลงานของกระทรวงยุติธรรมว่า  กระทรวงยุติธรรมเป็นกระทรวงที่ไม่มีหน่วยงานอยู่ในระดับตำบล อำเภอ อยู่ในจังหวัดก็เป็นหน่วยงานเฉพะกลุ่ม ในขณะที่งานยุติธรรมนั้นต้องทำให้กับคนทุกกลุ่ม คนยากจน คนชายขอบ ต้องให้ความยุติธรรมกับคนทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง ซึ่งตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของความจำกัดของงานกระทรวงยุติธรรม ตนเข้ามาบริหารงานจึงเน้นเรื่องการให้ความยุติธรรมกระจายสู่ประชาชน เพราะเดิมนั้นงานส่วนใหญ่เป็นการรวมศูนย์ประชาชนเข้าไปถึงได้ยากมาก 
 
          กระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบส่วนงานหลักของรัฐบาลแก้ปัญหาไปหลายเรื่อง แต่ยอมรับว่ายังไม่สามารถบูรณาการงานให้เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นผลสำริดเท่าใดนัก และหน่วยงานใหม่ที่จะตั้งก็ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน อีกประการคืองานปัญหาภายในหน่วยงานของตัวเอง จึงขาดความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่น เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ราชทัณฑ์ ทำให้เกิดความรู้สึกเหลื่อมล้ำ  ไม่มีทิศทางที่ชัดเจนและขาดความเชื่อมั่นจากประชาชน ประชาชนไม่ยอมรับผลการดำเนินงาน ตนจึงได้แบ่งงานของกระทรวงยุติธรรมออกเป็น 6 กลุ่ม คือ การอำนวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมปลอดภัย ป้องกันยาเสพติด ป้องกันการทุจริต การปราบปรามอาชญากรรม และการพัฒนากฎหมาย เป็นสิ่งที่ตนอยากดำเนินการ ซึ่งจะทำงานให้มีความเชื่อมโยงกัน
 
          พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า จากสภาพปัญหาความไม่เท่าเทียมกันของโอกาสในสังคมส่งผลให้ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิที่พึงได้รับ โดยเฉพาะในกระบวนการยุติธรรม ยังมีประชาชนที่ไม่ได้รับบริการจากหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ซึ่งเป็นปัญหาสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างในสังคมไทย ตนได้มุ่งเน้นสร้างความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้สามารถเข้าถึงบริการของรัฐได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง เป็นธรรม โดยเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการเข้าถึงในระดับหมู่บ้าน ตำบล เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรม การแก้ปัญหาสังคมที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชน
 
          รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมได้ขับเคลื่อนผลงานที่สำคัญตอบสนองนโยบายรัฐบาลภายใต้แนวคิด”ยุติธรรมสู่หมู่บ้าน สร้างมาตรฐานสู่สากล” มุ่งเน้นดำเนินงาน 6 ด้าน ได้แก่ การอำนวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างสังคมแห่งความปลอดภัย การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ การพัฒนากฎหมายของประเทศ ทั้งนี้กระทรวงยุติธรรมก้าวย่างต่อจากนี้โดยจะพัฒนาการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานตามภารกิจให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน สร้างความเป็นธรรมและความสงบสุขในสังคม และขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายรัฐบาล นำไปสู่การสร้างบรรทัดฐานสังคมให้ยึดหลักความยุติธรรมตกผลึกเป็นหลักประกันความยุติธรรมตามมาตรฐานสากล
 
          พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับพ.ร.บ.กองทุนยุติธรรมจะมีผลในเดือนเม.ย. 59 นี้ ดังนั้นจะทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั่งหัวโต๊ะแล้วพิจารณาได้ โดยได้อบรมฝ่ายปกครอง นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้รู้เรื่องและสามารถรับเรื่องส่งให้ผู้ว่าฯได้ และต่อไปจะตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนขึ้นมา ดังนั้นตรงนี้คือการแก้ไขปัญหาเรื่องการเข้าถึงประชาชนได้แล้ว โดยร่วมกับ มหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อัยการ ซึ่งจะสามารถดำเนินงานในพื้นที่ได้เลย ทำให้พ.ร.บ.เยียวยา คดีอาญา เช่นข่มขืน ละเมิดสิทธิ นั้นแก้ปัญหาเข้าถึงประชาชนได้เร็วขึ้นไม่ต้องเข้ามาที่ส่วนกลางในกรุงเทพ ซึ่งขณะนี้ได้ตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนไปแล้ว 1,556 แห่ง เชื่อว่าปี 2560 น่าจะครบ 7,826 แห่งได้
 
          รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ปีที่ผ่านมานั้นได้มีนโยบาย 5 ก้าวย่างการเปลี่ยนแปลงราชทัณฑ์ เรื่องการปราบปรามยาเสพติด ไม่มีโทรศัพท์ ฝึกวินัย พัฒนานิสัย การยอมรับจากสังคม วันนี้ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มียาเสพติด มีระเบียบวินัย การจัดระเบียบความสะอาดในเรือนจำอาจจะดีกว่าบ้านบางท่านก็ได้ตนมั่นใจ  และสิ่งที่ราชทัณฑ์จะแก้ปัญหาในปีต่อไปคือปัญหาคนล้นคุก แต่ตนได้บอกคนกระทรวงยุติธรรมว่าไม่ใช่ปัญหาที่เราจะมาคิดเพราะเราแก้ไม่ได้ที่ตัวของเราเองเพราะองค์ประกอบมากมาย แต่จะทำอย่างไรให้คนล้นคุกนั้นกลับสู่สังคมอย่างเป็นคนดี ไม่ผิดซ้ำ สังคมปลอดภัย
 
          พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า นอกจากนี้จะดำเนินการการจัดระดับเรือนจำเป็น 3 ระดับคือ เรือนจำความมั่นคง 5 แห่ง ประกอบด้วย เรือนจำเขาบิน จ.ราชบุรี เรือนจำระยอง เรือนจำพิษณุโลก เรือนจำนครราชสีมา และเรือนจำนครศรีธรรมราช เพื่อปรับปรุงตัวอย่างที่มีการพูดว่าบางคนเข้าไปแล้วกลับออกมาเป็นมหาโจร ซึ่งเราต้องขจัดตรงนี้ออกไปให้ได้ อีกส่วนคือ เรือนจำปกติ ส่วนที่จะเพิ่มมาคือ เรือนจำโทษเบา ซึ่งจะมีการตั้ง 17 แห่ง เอาคนที่ประพฤติดีมาไว้รวมกัน รวมถึงจะมีการพัฒนาการควบคุมประพฤติให้มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น
 
          นอกจากนี้ ตนยังได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาเรื่องร้านเหล้าบริเวณรอบสถานศึกษา และเด็กแว้น โดยปีใหม่นี้จะมีการปรับการกำกับดูแล เพราะวันนี้ยังคงมีการแข่งรถกันอยู่ ซึ่งตนได้เรียกเจ้าหน้าที่มาแล้วว่าจะมีการปรับการกำกับดูแล ตนขอเตือนเจ้าหน้าที่ว่าท่านต้องรับผิดชอบ ตนเสนอใช้มาตรา 44 รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแน่ เพราะส่วนนี้เกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ทั้งนั้น เราพูดกันไปแล้วก่อนที่จะออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 22/2558