
ปรับโฉมใหม่ด้านไอทีรฟท.ก้าวสู่มาตรฐานสากล
ปรับโฉมใหม่ด้านไอทีรฟท.ก้าวสู่มาตรฐานสากล
หลายคนคงคิดว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เป็นหน่วยงานที่โบราณเก่าแก่ คร่ำครึ ไม่ทันสมัย และไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไร และมีปัญหาต่างๆ ที่หมักหมมมานาน และมีมากมาย เช่น ปัญหาด้านแรงงานสัมพันธ์ รถจักร และรถพ่วง ทั้งด้านการโดยสารและสินค้าที่ไม่เพียงพอไม่สมบูรณ์และเก่าแก่ การขาดทุนสะสม ภาระดอกเบี้ย การจ่ายบำนาญ ที่ดินที่ถูกบุกรุกและใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า ฯลฯ ผศ.พิเศษ ดร.ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการเทคโนโลยีสารสนเทศ การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อาจเป็นเพราะการทำงานยังคงทำงานแบบเดิมๆ จริงๆ การรถไฟแห่งประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในแต่ละสมัยของรัฐบาล การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็น 1 ใน 56 รัฐวิสาหกิจ มีอายุก้าวเข้าสู่ 119 ปี และเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่มีพันธกิจในการให้บริการด้านการคมนาคมและขนส่ง ครอบคลุมทั่วภูมิภาคของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการเพื่อสร้างรายได้ และผลกำไรให้แก่องค์กร รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางเลือกในการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ และดำเนินการขนส่งในเชิงสังคม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและประเทศ และตอบสนองนโยบายในการให้บริการขนส่งราคาต่ำ และมีประสิทธิภาพของภาครัฐ นอกจากนี้ยังต้องตอบสนองนโยบายภาครัฐในการพัฒนา ขยายและเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่ง
“ระบบหนึ่งที่สำคัญมาก และใช้ในการตัดสินใจของผู้บริหาร คือ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ปัจจุบันระบบเทคโนโลยีสารสารสนเทศมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงด้านไอทีของการรถไฟแห่งประเทศไทยจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาการดำเนินงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อให้มีศักยภาพในด้านการแข่งขัน การให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านการเดินรถและขนส่งผู้โดยสาร และสินค้าที่รวดเร็วทันต่อความต้องการของประชาชน” ผู้อำนวยการเทคโนโลยีสารสนเทศ รฟท.กล่าว
เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีในปัจจุบัน การรถไฟฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรในหลายๆ ส่วนงาน โดยเฉพาะจากหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านไอที ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมคือ ฝ่ายระบบข้อมูล ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนงาน โครงการวางระบบสารสนเทศ เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ให้ล้อตามระบบเดิมที่ทำ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องเร่งยกกระบวนการทำงานให้เข้าสู่มาตรฐานให้มากขึ้นจากระบบงานดั้งเดิม มาเป็นหน่วยงานใหม่ ในนาม “ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ” เพื่อแก้ไขปัญหาระบบสารสนเทศเก่า ไม่ทันสมัย ไม่คุ้มค่าการลงทุน แพง คนไม่ยอมรับระบบสารสนเทศ
"ทุกระบบ เวลาจะเปลี่ยนใหม่ ย่อมมีคนไม่ชอบ เพราะนิสัยคนเรา ไม่ชอบเปลี่ยนที่ เปลี่ยนทาง หรือชอบอะไรแบบเดิมๆ คุ้นเคยกับของเก่ามากกว่าของใหม่ แต่ถ้าโน้มน้าวให้เห็นว่า ของใหม่ดีกว่าของเก่า ระบบจะเปลี่ยนได้ง่ายกว่า เช่น มีโทรศัพท์แบบอนาล็อก พอมาเป็นดิจิทัลสบายขึ้น เร็วขึ้นและสะดวกขึ้น เช่นเดียวกับระบบงานจัดการด้านการเงินการบัญชีของการรถไฟฯ ที่ระบบเดิมเป็น Client Server ให้ก้าวไปสู่ระบบใหม่ที่เป็นระบบแบบบูรณาการ (Enterprise Resource Planning : ERP) ซึ่งถ้าเรายังไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง เราจะไม่ได้ข้อมูลที่ถูกต้องไปใช้ในการตัดสินใจ" ผศ.พิเศษ ดร.ศิริพงศ์ กล่าว
ปัจจุบันข้อมูลที่ได้มา นอกจากยังไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน แถมยังล่าช้ามากกว่า 3 เดือน ดังนั้น การตัดสินใจของผู้บริหารจึงใช้จากประสบการณ์มากกว่าข้อมูลที่ถูกต้อง นอกจากนั้น หากจะตัดสินใจเดินขบวนรถสักขบวน ยังไม่มีข้อมูลที่สามารถบอกได้ว่า มีต้นทุนที่แท้จริงเท่าไร สมควรงดเดิน หรือจะให้เดินขบวนรถ หรือควรพ่วงตู้เพิ่มหรือไม่ ดังนั้น ระบบงานไอทีจะต้องประมวลผลข้อมูลที่สามารถตอบสนองการตัดสินใจของผู้บริหารได้ รวมถึงต้องสามารถให้บริการงานต่างๆ ได้ตลอดเวลา และมีประสิทธิภาพ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศ เพื่อให้การบริการ และการสนับสนุนการปฏิบัติงานต่างๆ ภายในการรถไฟฯ
ผศ.พิเศษ ดร.ศิริพงศ์ กล่าวถึงหน่วยงานไอทีใหม่ว่า จะเน้นการแบ่งโครงสร้างตามภารกิจของงาน และกำหนดผู้ที่รับผิดชอบในส่วนงานต่างๆ ที่ชัดเจน เพื่อให้เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนการทำงานของหน่วยงานหลักของการถไฟฯ การดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น โดยมีกองที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์การพัฒนาสารสนเทศของการรถไฟฯ ให้สอดคล้องกับแผนงบประมาณ และแผนปฏิบัติงานโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการบริหารงานโครงการต่างๆ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของการรถไฟฯ การบริหารจัดการเว็บไซต์ และระบบอินทราเน็ตของการรถไฟฯ บริหารศูนย์คอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่าย ให้บรรลุตามเป้าหมาย และทำการศึกษาข้อมูล การกำหนดมาตรฐานวิชาการและความปลอดภัยเพื่อสนับสนุนงานสารสนเทศด้านมาตรฐานวิชาการ และความปลอดภัย
"สิ่งที่สำคัญยิ่ง จะเน้นการพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรด้านไอซีที และพัฒนาความรู้ความสามารถอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่จำเป็นในยุคศตวรรษ ในอนาคตการนำไอทีมาใช้ของการรถไฟฯ จะมุ่งเน้นงานด้านไอทีให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน เช่น วางแนวทางในการดำเนินงาน แผนกลยุทธ์อย่างเป็นรูปธรรม และมีลักษณะ Enterprise Architecture จัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ของการรถไฟฯ ปี 2560-2564 จัดทำระบบสารสนเทศแบบบูรณาการ (Enterprise Resource Planning : ERP) โดยในระยะที่ 1 การรถไฟฯ จะเริ่มดำเนินโครงการ 2 โมเดลหลัก ได้แก่ ระบบสารสนเทศการเงินและการบัญชี (Financial Management Information System : FMIS) และระบบบริหารงานทรัพยากรบุคคล (Human Resources Management System : HRMS) รวมทั้งนำแนวคิดด้านไอที อย่าง Computing Everywhere & The Internet of Things, Big Data และ Cloud-Client Architecture และในแง่ของด้านการรักษาความปลอดภัย ซึ่งก็คือนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ มาใช้พัฒนาไอทีของการรถไฟฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิได้มากยิ่งขึ้น เป็นต้น" ผศ.พิเศษ ดร.ศิริพงศ์ กล่าว



