
เลือกไขว้ ส.ว.-กัน'ฮั้ว'ไม่ได้
เลือกไขว้ ส.ว.-กัน'ฮั้ว'ไม่ได้ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เคาะออกมาแล้วว่า ส.ว. มีจำนวน 200 คน มาจาก 20 กลุ่ม ได้แก่ 1.การบริหาร 2.กฎหมาย 3.การเงิน การคลัง 4.การศึกษา 5.การสาธารณสุข 6.วิทยาศาสตร์ 7.ศิลปวัฒนธรรม 8.กสิกรรม 9.ปศุสัตว์ 10. แรงงาน 11.ผู้บริโภค-สื่อ 12.การค้า-ธนาคาร 13.อุตสาหกรรม 14.ผู้ประกอบวิชาชีพ 15.สิ่งแวดล้อม 16.ทรัพยากรธรรมชาติ 17.องค์กรชุมชน 18.ผู้สูงอายุ-ผู้พิการ 19.อาชีพอิสระ 20. ประชาสังคม มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี แต่เป็นได้ครั้งเดียวตลอดชีวิต และไม่ได้ทำหน้าที่เป็น “สภาพี่เลี้ยง” เหมือนในอดีตที่ผ่านมา แต่ให้ทำหน้าที่โดยให้นำความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์มาช่วยในการบริหารบ้านเมือง
ทั้งนี้ ส.ว. จำนวน 200 คน จะใช้วิธีเลือก ส.ว.ทางอ้อม โดยจะใช้วิธีการเลือก 3 ระดับ คือ ระดับอำเภอ-ระดับจังหวัด-ระดับประเทศ
“มีชัย ฤชุพันธุ์ ” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ บอกว่า วิธีการเลือก ส.ว. ที่มี 3 ระดับ นั้น จะใช้วิธีเลือกแบบเดียวเท่านั้น คือ ให้เลือกแบบไขว้กลุ่ม หรือให้ผู้สมัครกลุ่มต่างๆ เป็นผู้เลือกผู้สมัครกลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่มของตน ทั้งนี้ได้เลิกการเลือกกันเองภายในกลุ่มออก โดยเหตุผลสำคัญที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ใช้วิธีเลือกไขว้กลุ่มแบบเดียวเท่านั้น เพราะเชื่อว่าจะป้องกันการฮั้วกันเอง และเป็นกลไกที่ทำให้การล็อบบี้ทำได้ยากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดให้เลือกไขว้ เพราะเชื่อว่าจะป้องกันการ “ฮั้ว” ได้...ไม่น่าจะจริง
เพราะว่าบ้านเรามี “ระบบอุปถัมภ์” หรือ “ระบบพรรคพวก” รุนแรง “ผู้มีอำนาจ” ก็ยังสามารถกำหนดได้ว่าจะ “ล็อบบี้” ให้ใครได้เป็น ส.ว. ก็ได้ และถ้าดูให้ดี คนจากส่วนกลางเป็นคนคัด ส.ว.เหมือนเดิม และท้ายที่สุดเมื่อเข้าสู่สภา พรรคที่ชนะการเลือกตั้ง เขาก็สามารถเข้าไปจัดตั้งล็อบบี้บรรดา ส.ว.ได้อยู่ดี
การเลือกตั้งแบบไขว้ จึงเป็นเพียง “พิธีกรรม” การเลือก เพื่อให้สังคมยอมรับว่า ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง เพราะสังคมไม่เอา ส.ว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จึงพยายามหาช่องทางที่ผู้คนรับได้โดยใช้วิธีการเลือกแบบไขว้ แต่เอาเข้าจริงส่วนกลาง ก็ยังมีอำนาจในการเลือกอยู่ดี ทั้งที่ส่วนกลาง ก็ไม่ได้มีความชอบธรรมที่จะมาเลือกแทนประชาชน ผลสุดท้ายคนที่เข้ามาเป็น ส.ว. ก็จะเป็นคนที่รัฐกำหนดได้ เป็นหน้าเดิมๆ ของผู้มีอิทธิพล กลุ่มทหารก็เยอะ กลุ่มธุรกิจก็แฝงเข้ามาได้
อีกทั้งการเลือก ส.ว.ทางอ้อมและแบบไขว้ ในทางปฏิบัติเราไม่สามารถ “การันตี” ได้เลยว่าจะได้ตัวแทนครบทุกสาขาวิชาชีพและครบทุกจังหวัด
นอกจากนี้ วิธีการได้มาซึ่ง ส.ว. แบบนี้ ซับซ้อนมาก อาจสร้างความสับสนให้แก่ประชาชน เนื่องจากที่ผ่านมาเราคุ้นชินกับการเลือกตั้งปกติ
การร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่มีการยึดหลักธรรมชาติและหลักสากล หากกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มี “ธง” ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือมีเจตนาแอบแฝง เพื่อจะป้องกันกลุ่มคนเพียงบางกลุ่ม ก็มีแต่จะสร้างปัญหาตามมา
คิดให้รอบคอบ ก็ยังเปลี่ยนใหม่ได้ทัน อย่าลืมว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องผ่าน “ประชามติ” ได้รับความเห็นชอบจากประชาชน



