
ย้อนรอย465วันคดีฆ่าโหดเกาะเต่า
ย้อนรอย465วันคดีฆ่าโหดเกาะเต่า : ทีมข่าวอาชญากรรม
คำพิพากษาประหารชีวิต 2 ฆาตกรโหดคดีฆ่าข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบริเวณชายหาดเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ถือเป็นอีกหนึ่งคดีสะเทือนขวัญที่สื่อทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก เพราะตั้งแต่เกิดเหตุจนไปถึงการจับกุม “ซอ” และ “วิน” แรงงานชาวพม่านั้น คดีฆ่าโหดเกาะเต่ามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะข้อสงสัยเรื่องการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในทำนองว่า “โซ” และ “วิน” คือ “ฆาตกรตัวจริง” หรือเป็น “แพะ” รับบาปกันแน่
มาถึงวันนี้คดีฆ่าโหดนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษมาถึงจุดหมายปลายทาง โดยศาลมีคำพิพากษาตัดสินให้ประหารชีวิต 2 แรงงานชาวพม่าตามพยานหลักฐาน และคำรับสารภาพ แต่หากย้อนรอยเรื่องราวดังกล่าว นับว่า คดีเกาะเต่าเป็นเหตุสะเทือนขวัญที่สร้างผลกระทบต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง
คดีนี้เริ่มเมื่อเวลา “เช้าตรู่วันที่ 15 กันยายน 2557” โดยพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุพบศพนักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิตบริเวณโขดหินชายหาดทรายรี (หาด จปร.) หมู่ 1 ต.เกาะเต่า จึงเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร่างชาย-หญิงถูกฆ่าเปลือยอย่างโหดเหี้ยม โดยทั้งคู่มีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งที่ใบหน้าหลายแผล
หลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุเบื้องต้น คือ กองเสื้อผ้าของผู้ตายทั้ง 2 คน พร้อมรอยลากจากกองเสื้อผ้าไปยังจุดพบศพ โดยศพผู้หญิงมีรอยถูกลากเป็นแนวขนานกับน้ำทะเลห่างจากกองเสื้อผ้าไป 15 เมตร ขณะที่ศพผู้ชายมีรอยลากในแนวทแยงลงไปในทะเลห่างจากกองเสื้อผ้า 12 เมตร นอกจากนี้ยังพบเอกสารหนังสือเดินทางที่ระบุตัวตนของผู้ตาย “ฮันนาห์ วิคตอเรีย” และ “เดวิด วิลเลียม” ทั้งคู่เป็นชาวอังกฤษ
ภายหลังเกิดเหตุไม่นาน ศพของนักท่องเที่ยวทั้งสองถูกส่งไปผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โดยตำรวจสรุปสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากของแข็งไม่มีคมกระทบกระแทกอย่างรุนแรง ร่วมกับการจมน้ำทะเล
ขณะที่ “ฮันนาห์” พบร่องรอยถูกทำร้ายทางเพศ นอกจากนี้ผลตรวจทางชีวเคมีพบดีเอ็นเอของบุคคลอื่น 2 คน บริเวณหน้าอกขวา และพบอสุจิบุคคลอื่น 1 คนในช่องคลอด พบอสุจิและดีเอ็นเอของบุคคลอื่น 2 คน ในทวารหนัก ในอุ้งมือยังพบเส้นขนสีทองมีลักษณะกัดสีผม โดยดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยที่พบถูกส่งให้ผู้เชี่ยวชาญด้านดีเอ็นเอตรวจสอบได้รับการยืนยันว่าเป็นของ “ชาวเอเชีย”
คดีดังกล่าวนับเป็นเหตุสะเทือนขวัญที่ถูกกล่าวขานไปทั่วทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยหลังเกิดเหตุไม่นานเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สืบสวนเรื่องราว พร้อมมีคำสั่งปิดเกาะห้ามใครเดินทางเข้าออกในเวลาต่อมา โดย “พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” ผบ.ตร.ขณะนั้น ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง หลังจากการทำงานของตำรวจถูกโจมตีอย่างหนักในเรื่องความล่าช้า โดยประเด็นการปิดเกาะห้ามเข้า-ออกที่ล่าช้า ซึ่งอาจทำให้คนร้ายหลบหนีขึ้นเรือเร็วออกไปได้
ขณะที่การเก็บหลักฐานดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยมี พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) ลงพื้นที่ไปอำนวยการทำงานของทีมพิสูจน์หลักฐานด้วยตนเอง โดยตำรวจพบหลักฐานห่างจากจุดพบศพออกมาตามแนวชายหาด 65 เมตร ซึ่งเป็นบริเวณขอนไม้ริมหาด พบหลักฐานสำคัญทางคดีคือ “จอบ” ขุดดินด้ามไม้เปื้อนคราบเลือด ถุงบรรจุข้าวสารสีแดง ถุงยางอนามัย 1 ชิ้นมีคราบเลือดติดอยู่ รอยเท้า รองเท้าแตะ และยังพบ “ก้นบุหรี่” ตกอยู่ 3 มวน มวนแรกสีขาวมีลิปสติกติดอยู่ ส่วนอีก 2 มวนเป็นสีแดง ซึ่งวัตถุพยานเหล่านี้ถูกส่งตรวจหาดีเอ็นเอจากคราบเลือดที่เปื้อนอยู่ โดยพบว่า “ดีเอ็นเอ” ที่พบจากคราบเลือดที่เปื้อนจอบตรงกันกับของเดวิด และ ฮันนาห์ จึงเชื่อว่าจอบที่พบเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้สังหารผู้ตายทั้งสองคน
ขณะที่ก้นบุหรี่ที่พบถูกส่งตรวจสอบหาดีเอ็นเอพบว่า อันแรกเป็นบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร สีขาว ไม่พบดีเอ็นเอ มีเพียงคราบลิปสติกสีแดงติดอยู่ อันที่ 2 เป็นบุหรี่ยี่ห้อแอลเอ็มแดง พบดีเอ็นเอ 1 คน และอันที่ 3 เป็นบุหรี่ยี่ห้อแอลเอ็มแดง พบดีเอ็นเอของ 2 คน ทับซ้อนกันอยู่ โดย 1 ใน 2 คนนั้นตรงกันกับที่พบในร่างของ น.ส.ฮันนาห์
จากหลักฐานดีเอ็นเอที่พบบนร่างของ น.ส.ฮันนาห์ บ่งชี้ได้ว่า เธอถูกชาย 2 คนล่วงละเมิดทางเพศ และ 1 ใน 2 นั้นพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันที่ทิ้งก้นบุหรี่ไว้ในจุดที่พบจอบ เนื่องจากตรวจดีเอ็นเอจากก้นบุหรี่ทั้ง 3 มวนแล้ว พบว่าหนึ่งในนั้นมีดีเอ็นเอตรงกันกับดีเอ็นเอที่พบในร่างของ น.ส.ฮันนาห์
เมื่อได้หลักฐานตำรวจระดมกำลังสอบปากคำพยานในละแวกที่เกิดเหตุหลายๆ ปาก โดยเบาะแสสำคัญที่ได้คือการยืนยันสอดคล้องกันจากบุคคลที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นจำนวนหนึ่งว่า ในห้วงเวลาเกิดเหตุพบเห็นชายจำนวนหนึ่งล้อมวงเล่นกีตาร์และร้องเพลงด้วยภาษาต่างประเทศอยู่บริเวณขอนไม้ตรงจุดที่พบก้นบุหรี่ และวัตถุพยานอื่นๆ โดยเบาะแสดังกล่าวกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้การล่าตัวคนร้ายจำกัดวงแคบขึ้น
หลังได้เบาะแสจากพยานแวดล้อม ตำรวจได้ตรวจสอบภาพถ่ายจาก กล้องวงจรปิดที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุและใกล้เคียงที่มีอยู่ 360 ตัว รวมทั้งตรวจสอบบุคคลที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุจำนวนหลายร้อยคนทั้งคนไทย ชาวต่างชาติ และแรงงานต่างด้าว มาสอบถามพร้อมจัดเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอเพื่อใช้ตรวจเทียบกับดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะดีเอ็นเอที่เก็บได้จากศพ “ฮันนาห์”
นอกจากนี้การตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดพบภาพบุคคลต้องสงสัย โดยบุคคลรายนี้เป็นเครือญาติของผู้กว้างขวางในพื้นที่รายหนึ่ง แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบหลักฐานยืนยันได้ว่า ห้วงเวลาเกิดเหตุผู้ต้องสงสัยรายนี้พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร
ต่อมาตำรวจได้ไล่ตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดอีกครั้ง พบภาพชายต้องสงสัยรายหนึ่งถอดเสื้อวิ่งผ่านในห้วงเวลาที่คนร้ายลงมือสังหารนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เบาะแสดังกล่าวนำมาสู่การขยายผล โดยพยานหลายรายให้การสอดคล้องว่า ในคืนวันเกิดเหตุเห็นชาย 3 คน ล้อมวงเล่นกีตาร์อยู่บริเวณขอนไม้
จากนั้นเจ้าหน้าที่ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งหมดอย่างละเอียด กระทั่งพบชายต้องสงสัยรายนี้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากับชายอีก 2 คน ผ่านไปในย่านที่เกิดเหตุ โดยเข้าไปเลือกซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อในละแวกที่เกิดเหตุ ในจำนวนสินค้าที่ซื้อไปมีบุหรี่ยี่ห้อเดียวกันกับก้นบุหรี่ หนึ่งในวัตถุพยานทางคดีรวมอยู่ด้วย
ทั้งนี้ชายทั้ง 3 คนมีลักษณะคล้ายแรงงานต่างด้าว เมื่อนำภาพถ่ายที่ได้จากกล้องวงจรปิดนี้ไปเทียบเคียงกับภาพถ่ายของบุคคลที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยที่ตำรวจเชิญตัวมาทำประวัติก่อนหน้านี้พบว่า 1 ในจำนวนนั้นตรงกันกับนายเมา วัย 23 ปี พนักงานสถานบันเทิงในละแวกที่เกิดเหตุ จึงเชิญตัวมาสอบถาม ทราบว่าชายอีก 2 คนที่ปรากฏในภาพคือ “ซอ และวิน” วัย 21 ปี โดยภาพชายถอดเสื้อที่วิ่งผ่านกล้องและสงสัยว่าจะรู้เห็นกับการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษนั้นคือนายวิน
ตำรวจเชิญตัวนายเมามาสอบถาม อ้างว่า วันเกิดเหตุไปล้อมวงเล่นกีตาร์ที่ขอนไม้จุดที่ตำรวจพบหลักฐานจริง แต่ออกจากจุดที่เกิดเหตุก่อน เพราะนัดภรรยาไว้ จึงทิ้งให้ซอและวินเล่นกีตาร์กันต่อ จากนั้นตำรวจติดตามตัวซอไปที่แคมป์คนงานก่อสร้าง ส่วนวินเดินทางไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี แล้ว ตำรวจจึงไปดักรอที่ท่าเรือใน จ.สุราษฎร์ธานี และเชิญตัวมาสอบสวน พร้อมจัดเก็บดีเอ็นเอในทันที
ระหว่างรอผลดีเอ็นเอ วิน สารภาพว่า ร่วมกับซอก่อเหตุฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษจริง เพราะต้องการล่วงละเมิดฝ่ายหญิงหลังจากเห็นผู้ตายทั้งสองพลอดรักกัน ซึ่งสอดคล้องกับคำสารภาพของซอเช่นกัน นอกจากนี้เมื่อผลตรวจดีเอ็นเอออกมาพบว่า ดีเอ็นเอของทั้งสองยังตรงกันกับดีเอ็นเออสุจิที่พบในร่างของ “ฮันนาห์”
จากนั้นตำรวจไปตรวจสอบยังห้องพักที่วินอ้างถึง และได้พบกับริน เพื่อนของวิน โดยรินยอมรับว่า คืนวันเกิดเหตุได้รับการบอกเล่าจากวินว่าไปฆ่านักท่องเที่ยวมาจริง
คำให้การของผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน สอดคล้องกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คือดีเอ็นเอที่พบจากอสุจิในตัวผู้ตาย รวมถึงก้นบุหรี่ที่พบในละแวกที่เกิดเหตุ ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่สอดคล้องกับคำให้การของพยานและตัวผู้ต้องหา ตำรวจเชื่อได้ว่า “ซอ และวิน” ร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษอย่างแน่นอน
คดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะในสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของตำรวจอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเรื่องของพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ถึงขั้นมีการเรียกร้องให้ต่างชาติเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ แต่สุดท้ายพนักงานอัยการได้สรุปสำนวนส่งฟ้องต่อศาล โดยการพิจารณาคดีได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
จนถึงวันที่เวลาผ่านไป 465 วัน กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 24 ธันวาคม 2558 ศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิต วิน และซอ จำเลยทั้งสอง ซึ่งถือเป็นการปิดฉากคดีสะเทือนขวัญที่สร้างความเสื่อมเสียให้แก่ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง...



