
ผียังไว้ใจรูนีย์ชี้ชะตาฟานกัล
25 ธ.ค. 2558
แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไว้ใจให้ เวย์น รูนีย์ ยืนหัวหอกเยือน สโตค ซิตี ในเกมชี้ชะตา หลุยส์ ฟาน กัล ศึกพรีเมียร์ลีกนัดบ็อกซิ่งเดย์ วันที่ 26 ธ.ค.
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันบ็อกซิ่งเดย์ หรือวันเกะกล่องของขวัญ วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม จะแข่งขันครบทั้ง 10 คู่ โดยคู่แรกเวลา 19.45 น. “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มี 29 แต้มจาก 17 นัด จะออกไปเยือน “ช่างปั้นหม้อ” สโตค ซิตี ที่มี 23 แต้ม ซึ่งเกมนี้ถือเป็น 1 ในเกมที่ชี้ชาตะ หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทำทีมแพ้ติดต่อกันมา 3 นัด หากแพ้อีกครั้งจะถูกปลดจากตำแหน่งทันที หลังจากที่ล่าสุดบรรดาร้านรับพนันถูกกฎหมายของอังกฤษปิดรับแทงเรื่องการเด้งจากตำแหน่งไปเรียบร้อยแล้ว
ในส่วนของตัวผู้เล่นล่าสุดสภาพทีมเยือนดีขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากที่นักเตะบาดเจ็บหลายคนฟิตกลับมาได้ แนวรับอาจจะยังไม่มี ลุค ชอว์ กับ มาร์กอส โรโฮ ที่พักยาว แต่มีลุ้นได้ มัตเตโอ ดาร์เมียน กลับมาหากผ่านการทดสอบความฟิต น่าจะเป็น ฟิล โจนส์ กับ คริส สมอลลิง ที่เป็นหัวใจในแนวรับต่อไป
แดนกลาง บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ยังติดโทษแบนเป็นนัดสุดท้าย และ เจสซี ลินการ์ด กับ อันโตนิโอ บาเลนเซีย ยังเจ็บ แต่ก็มี มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ฟิตกลับมาเป็นตัวเลือกในตำแหน่งมิดฟิลด์คู่กลางซึ่งมีตัวเลือกทั้ง มารูยาน เฟลไลนี, อันเดร์ เอร์เรรา และไมเคิล คาร์ริค ส่วนแนวรุกแม้ว่า เวย์น รูนีย์ จะฟอร์มไม่ดีมาหลายนัด ยังคงได้รับโอกาสเป็นกองหน้าตัวเป้า ทำให้ อองโตนี มาร์กซิยัล ต้องไปเล่นเป็นตัวริมเส้นร่วมกับ เมมฟิส เดปาย และมี ฆวน มาตา กับ แอชลีย์ ยัง เป็นตัวสอดแทรก
ฝั่งเจ้าถิ่นของกุนซือ มาร์ค ฮิวจ์ส มีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บอยู่บ้าง แนวรับจะไม่มี เชย์ กิฟเวน นายทวารมือ 1 กับ มาร์ค มูเนียซา กองหลัง ขณะที่แดนกลาง สตีเฟน ไอร์แลนด์ กับ เจฟฟ์ คาเมรอน ยังลงไม่ได้เช่นเดียวกันแนวรุกที่ขาด ปีเตอร์ เคราช์ ที่เจ็บกล้ามเนื้อหลังเข่า
ขณะที่ในเวลา 22.00 น. “จิ้งจอก” เลสเตอร์ จ่าฝูงที่มี 38 แต้ม ต้องไปเยือนเมอร์ซีย์ไซด์อีกครั้งหลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วเพิ่งบุกไปชนะเอฟเวอร์ตัน 3-2 โดยสัปดาห์นี้จะไปเยือนถิ่นแอนฟิลด์ของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งไปแพ้ วัตฟอร์ด แบบหมดรูป 0-3 มี 24 แต้ม ซึ่งทีมเยือนของกุนซือ เคลาดิโอ รานิเอรี ต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ เจมี วาร์ดี กองหน้าตัวเก่งที่เจ็บกล้ามเนื้อหลังเข่า หากผ่านการทดสอบความฟิตจะใช้ทีมที่เล่นกับเอฟเวอร์ตัน ทั้งชุด
ส่วนลิเวอร์พูล เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือของทีม ต้องเจอกับปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บเต็มทีม โดยเฉพาะแนวรับต้องลุ้นทดสอบความฟิต ซิมง มิโญเลต์ นายทวารมือ 1 และเดยัน ลอฟเรน แต่จะไม่มี มาร์ติน สเคอร์เทล ที่เจ็บกล้ามเนื้อหลังเข่าแน่นอน แดนกลางจะไม่มี เจมส์ มิลเนอร์ และแนวรุกยังขาดทั้ง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ และแดนนี อิงค์ส
ขณะเดียวกัน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ที่ฟอร์มดีเอาชนะแมนฯ ซิตี 2-1 เมื่อวันจันทร์มี 36 แต้ม มีโอกาสแซงขึ้นนำจ่าฝูงตั้งแต่นัดนี้ หากว่า เลสเตอร์ ได้แค่เสมอหรือแพ้ลิเวอร์พูล และสามารถบุกไปเอาชนะ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ได้ในเวลา 00.30 น. ซึ่งทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ มีโอกาสจะไม่เปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากเกมล่าสุด โดยแนวรุกเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะไม่มี อเลกซิส ซานเชซ ที่พักไปอีกครั้ง ทำให้แนวรุกจะเป็น ธีโอ วัลคอตต์, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และโจเอล แคมป์เบลล์ เป็น 3 ประสาน และมี เมซุต โอซิล เป็นคนจ่ายบอลให้ทำประตู
ด้านเซาแธมป์ตัน ยังไม่มี เฟรเซอร์ ฟอสเตอร์ นายทวารมือ 1 ที่เจ็บ รวมทั้งต้องลุ้นทดสอบความฟิต มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก นายทวารมือ 2 ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆ ยังขาด ฟลอริน การ์ดอส กับ เจย์ โรดริเกซ ที่ยังต้องพักต่อไป
โปรแกรมคู่อื่นๆ ในเวลา 22.00 น. แอสตัน วิลลา พบ เวสต์แฮม, บอร์นมัธ พบ คริสตัล พาเลซ, เชลซี พบ วัตฟอร์ด, แมนฯ ซิตี พบ ซันเดอร์แลนด์, สวอนซี พบ เวสต์บรอมวิช, สเปอร์ส พบ นอริช และนิวคาสเซิล พบ เอฟเวอร์ตัน
-----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



