
หนาวกายแต่อุ่นใจผู้อพยพซีเรียในสกอตแลนด์
26 ธ.ค. 2558
เวิลด์วาไรตี้ : หนาวกายแต่อุ่นใจ ผู้อพยพซีเรียในสกอตแลนด์ : โดย...วัจน พรหโมบล
“ขอบคุณสกอตแลนด์ ขอบคุณนิโคลา สเตอร์เจียน” ถ้อยคำที่หลั่งไหลออกมาจากปากผู้อพยพชาวซีเรียที่เพิ่งเดินทางมาถึงสกอตแลนด์เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน ที่ได้นายอาเมอร์ มาสรี หนึ่งในอดีตผู้อพยพชาวซีเรียที่ลี้ภัยมาถึงสกอตแลนด์เป็นผู้แปลความ
ความรู้สึกปลื้มปริ่มที่ถั่งท้นในจิตใจของผู้อพยพรายนี้หลั่งไหลออกมาเป็นคำขอบคุณชาวสกอตแลนด์และผู้นำสกอตที่ต้อนรับตนเองที่เดินทางอย่างไม่รู้ชะตากรรมจากทะเลทรายในซีเรียมายังยุโรป
สถานะในปัจจุบันของนายมาสรีดีขึ้นกว่าการเป็นผู้อพยพชาวซีเรียเมื่อปี 2554 เขาได้รับเข้าทำงานเป็นนักวิจัยวิทยาศาสตร์ในเมืองเอดินเบอระ เมืองที่เขาใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบกับรรยาและลูก 2 คน ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานายมาสรีและกลุ่มชาวซีเรียอีกหลายคนร่วมกันให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวซีเรียที่เดินทางมาถึงสกอตแลนด์ ช่วยให้ผู้มาใหม่ผ่อนคลายความเครียดจากการเดินทางและทำให้พวกเขารู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาบ้างเมื่อมีเพื่อนร่วมชาติที่พูดภาษาเดียวกันคอยต้อนรับเมื่ออยู่ในต่างแดน หลังจากที่มีประสบการณ์อันเลวร้ายจากการอพยพย้ายถิ่นหนีภัยสงครามอย่างไม่รู้ชะตากรรม
ผู้อพยพที่เพิ่งเดินทางมาถึงสกอตแลนด์ในเวลานี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเพื่อนร่วมชาติ ที่ทำให้หัวใจของผู้มาให้อุ่นขึ้นท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น ความหวาดกลัว ความรู้สึกไร้หนทาง และความรู้สึกอื่นๆ ที่ประดังประเดเข้ามาที่ผู้อพยพเท่านั้นที่จะรู้ได้
มาสรีพยายามบอกเพื่อนร่วมชาติที่เพิ่งเดินทางมาถึงว่าตำรวจสกอตแลนด์นั้นแตกต่างไปจากตำรวจในบ้านเกิดของพวกตน มนุษย์ที่อยู่ในเครื่องแบบตำรวจในดินแดนแห่งนี้จะคอยช่วยเหลือพวกตน ไม่ได้เป็นคนที่ทำร้าย หรือจับผิด ประชาชนดังที่ปรากฏอยู่ในซีเรีย
ทั้งยังบอกเล่าด้วยว่าดินแดนแห่งนี้ยังเป็นดินแดนแห่งเสรี และเท่าเทียม ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้มีการศึกษาหรือไม่ได้เข้าเรียนในระดับมัธยม
เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน สกอตแลนด์ต้อนรับผู้อพยพชาวซีเรียที่เดินทางมาด้วยเที่ยวบินเหมาลำจากแคมป์ผู้อพยพบริเวณชายแดนซีเรีย มาลงยังสนามบินกลาสโกว์ ผู้อพยพชุดนี้อยู่ด้วยกันกว่า 300 คน ทั้งชาย หญิง และเด็ก ทางการสกอตแลนด์กระจายผู้อพยพกลุ่มนี้ไปยังศูนย์แรกรับผู้อพยพ 16 แห่งทั่วประเทศ
สกอตแลนด์ต้อนรับผู้อพยพ 1 ใน 3 ของผู้อพยพราว 1,000 คน ที่นายเดวิด คาเมรอน แห่งอังกฤษประกาศไว้ว่าอังกฤษจะให้การรับรองผู้อพยพจากซีเรีย ในฐานะดินแดนส่วนหนึ่งของบริเตน แม้ว่ารัฐบาลสกอตแลนด์จะให้คำมั่นว่าจะรับผู้อพยพราว 10% ของจำนวนที่ผู้นำอังกฤษประกาศไว้ ในช่วงระยะเวลา 5 ปี
ผู้อพยพกลุ่มนี้เดินทางมาถึงสกอตแลนด์ในช่วงไม่กี่วันหลังจากเกิดเหตุการโจมตีในกรุงปารีส ทำให้ชาวสกอตมีความรู้สึกเช่นเดียวกับชาวยุโรป ว่ากลุ่มผู้อพยพจากซีเรียจะเป็นภัยคุกคามที่เพิ่งมาถึงดินแดนบ้านเกิดของตนเองหรือไม่ และหลังจากนั้นก็เกิดเหตุโจมตีเผามัสยิดในทางตอนเหนือของเมืองกลาสโกว์ ที่ตำรวจสกอตระบุว่าสาเหตุมาจากความเกลียดชังชาวมุสลิมและต้องการแก้แค้นต่อเหตุการโจมตีในกรุงปารีส
แต่เมื่อเวลาผ่านไปราว 1 เดือน ความรู้สึกของผู้อพยพก็เปลี่ยนไปเป็นความอบอุ่นใจที่เกิดจากการต้อนรับที่ดีของสังคมสกอต ดังที่สะท้อนออกมาจากคำพูดของนายฮัมซา ยูซาฟ หัวหน้าหน่วยให้ความช่วยเหลือผู้อพยพที่ทำหน้าที่ประสานงานเตรียมการรับผู้อพยพเพื่อตั้งถิ่นฐานใหม่ และเป็นรัฐมนตรีที่นับถือศาสนาอิสลามเพียงคนเดียวในรัฐบาลสกอต ที่กล่าวยกย่องสังคมสกอตว่า “ผมรู้สึกภูมิใจอย่างที่สุดต่อความเอื้อเฟื้อของชาวสกอตที่ให้การต้อนรับผู้อพยพอย่างอบอุ่นและให้ความเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้านกลุ่มใหม่นี้อย่างดี”
ทั้งยังกล่าวด้วยว่า ตนได้ยินมาว่าชาวสกอตเดินเคียงข้างกับผู้อพยพไปตามท้องถนนและต้อนรับด้วยการกอด ให้ความรู้สึกที่เป็นมิตร ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือ ตั้งแต่การจัดหาภาพยนตร์มาฉายเพื่อเป็นของขวัญต้อนรับเพื่อนบ้านจากดินแดนห่างไกล บางคนถึงกับยื่นอาหาร เสื้อผ้าอุ่นๆ น้ำร้อนเพื่อบรรเทาความหนาวเหน็บให้แก่ผู้อพยพ
นอกจากนั้นยังมีการแสดงออกของสังคมชาวสกอตที่ต้อนรับผู้อพยพอย่างเต็มใจกระทั่งการประท้วงต่อต้านผู้อพยพของกลุ่มนักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาก็ถูกกลุ่มชาวสกอตประท้วงกลับเพื่อแสดงความมีไมตรีจิตต่อผู้มาใหม่จากดินแดนทะเลทราย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นถึงกับพาดหัวโจมตีกลุ่มนักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาว่ามีพฤติกรรม “น่ารังเกียจ”
อย่างไรก็ตามภาษา และสภาพอากาศก็เป็นอุปสรรคสำคัญของชาวซีเรียผู้อพยพ ดังนั้นนายมาสรี และอาสาสมัครที่ชท่วยเหลือชาวซีเรียกลุ่มนี้ จึงพยายามสอนภาษา และให้ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมในสกอตแลนด์ ในภาษาอาราบิกและอังกฤษควบคู่กัน เพื่อให้ชาวซีเรียได้ใช้ชีวิตอย่างมีอิสระไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น
ขณะที่การใช้ชีวิตในซีเรียนั้นแตกต่างไปจากชีวิตที่สกอตแลนด์อย่างมาก ในดินแดนแอฟริกาเหนือนั้นมีร้านกาแฟที่เปิดให้บริการถึงดึกดื่น ขณะที่สกอตแลนด์นั้นมีผับและบาร์เท่านั้นที่เปิดให้บริการจนถึงเช้า
-------------------------------------
(ภาพ : AFP)



