ขนาดซีไอเอยังทำนายอนาคตผิดๆถูกๆ
26 ธ.ค. 2558
เวิลด์วาไรตี้ : ขนาดซีไอเอยังทำนายอนาคตผิดๆ ถูกๆ : โดย...วัจน พรหโมบล
ขึ้นชื่อว่าซีไอเอ หรือสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ สหรัฐอเมริกาแล้ว ไม่น่าจะทำอะไรผิดพลาดไปได้ เพราะหน่วยข่าวกรองชั้นนำระดับโลกแห่งนี้มีเครือข่ายข้อมูล สายลับ และนักวิเคราะห์ชั้นหัวกะทิอยู่ในองค์กรเป็นจำนวนมาก พร้อมที่จะทำงานด้านมืดหรือด้านสว่างตามแต่ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐอเมริกาอยู่เสมอ
แต่แม้จะมีข้อมูลจำนวนมหาศาลป้อนให้แก่นักวิเคราะห์ แต่ซีไอเอก็ยังทำนายอนาคตผิดพลาดไปหลายเรื่องราวเลยทีเดียว โดยเมื่อเร็วๆ นี้หนังสือพิมพ์เดอะเทเลกราฟ แห่งอังกฤษทำรายงานผลการวิเคราะห์และทำนายอนาคตของซีไอเอที่จัดทำออกมาเมื่อปี 2543 ที่คาดว่าอีก 15 ปีข้างหน้า (ซึ่งตรงกับปี 2558 นี้) โลกจะมีสถานการณ์เช่นใดบ้าง ซึ่งเป็นการยืนยันว่าสี่เท้ายังรู้พลาด ขนาดซีไอเอยังรู้พลั้งเลยทีเดียว
ซีไอเอเคยแสดงความกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงกว่าเหตุจี้เครื่องบินพุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2554 โดยจะเป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่านั้น
ทั้งยังทำนายว่าจะเกิดการรวมตัวกันระหว่างกลุ่มหัวรุนแรง แก๊งค้ายาเสพติด และแก๊งอาชญากรรม ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกก่อให้เกิดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่มีเส้นสายโยงใยกันราวกับใยแมงมุม
และเชื่อว่าจะมีการลักลอบค้าอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธชีวภาพ และอาวุธเคมีกันอย่างโจ่งแจ้ง เพื่อใช้ในการระดมโจมตีต่อต้านประเทศตะวันตก ทั้งยังวาดภาพว่าจะเกิดสงครามเย็นอุบัติขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติที่มีเครือข่ายโยงใยกันซับซ้อนหากินได้เป็นล่ำเป็นสัน จากการเปิดประมูลอาวุธร้ายแรงให้แก่รัฐบาลประเทศที่ยื่นเสนอราคาสูงที่สุด...ราวกับในหนังฮอลลีวู้ด
ซึ่งในจุดนี้ ซีไอเอทำนายถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะในโลกทุกวันนี้มีกลุ่มหัวรุนแรงรายใหญ่เพียงรายเดียวเหลืออยู่ นั่นคือกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่มีรายได้เป็นล่่ำเป็นสันจากการขายน้ำมันจากแหล่งผลิตในอิรักและซีเรีย ค้าวัตถุโบราณจากทั้งสองประเทศ และจับตัวประกันเรียกค่าไถ่ เพื่อนำเงินที่ได้มาซื้ออาวุธ บำรุงหล่อเลี้ยงองค์กร...เพื่อต่อต้านประเทศตะวันตก
การกลับมาของรัสเซีย : ผิด
ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปเป็นเช่นใด สหรัฐอเมริกาก็ยังมองว่ารัสเซียเป็นประเทศขั้วอำนาจที่ต้องถือว่าเป็นศัตรู เป็นคู่แข่งสำคัญอยู่เสมอ และซีไอเอก็ประเมินว่าในช่วง 15 ปีนับจากปี 2543 รัสเซียจะกลับคืนชีพมีพลังหมีขาวเต็มเปี่ยมอย่างที่เคยเยขับเคี่ยวกับสหรัฐอเมริกาในยุคสงครามเย็นได้อีกครั้ง
ซึ่งเป็นการประเมินที่ผิดพลาดอย่างสิ้นเชิง เพราะรัสเซียหันมาใช้นโยบายเลี่ยงการปะทะกับสหรัฐอเมริกาโดยตรง ไม่แสดงตนเป็นขั้วอำนาจโลกดังเช่นที่เคยเป็นมาในอดีต
รัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน (อดีตเคจีบีและนายกรัฐมนตรีเงาที่มีอำนาจเหนือประธานาธิบดีรัสเซีย) กลับใช้วิธีการโตแบบเงียบๆ แผ่อิทธิพลผ่านกรีซไปยังซีเรีย ใช้วิธีแทรกเข้าไปขัดขวางอเมริกาอย่างไม่น่าเกลียดในสงครามซีเรีย ผนวกดินแดนในอดีตของประเทศกลับคืนมา และพยายามลดความทะเยอทะยานของประเทศตะวันตกไปเรื่อยๆ
นอกจากนั้นซีไอเอยังทำนายว่าเกาหลีเหนือ-ใต้จะผนึกรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกันในช่วง 15 ปีหลังช่วงเปลี่ยนสหัสวรรษ แต่จนถึงทุกวันนี้ ทั้งโสมแดงและโสมขาวยังหันหลังให้กัน แต่เอาปลายกระบอกปืนหันใส่กันอยู่เลย
วิกฤติการเงินโลก : ผิด
ในรายงานของซีไอเอเมื่อปี 2543 ชี้ว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวอย่างมั่นคงในช่วง 15 ปีข้างหน้า และจะเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูของเศราฐกิจโลกดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในทศวรรษ 2503 และ 2513
แม้จะแย้มๆ ไว้ด้วยว่ามีทางเป็นไปได้ที่ประเทศกำลังพัฒนาจะมีความเสี่ยงต่อความล้มเหลวต่อการปฏิรูประบบการเงิน เพื่อสร้างเสรีภาพทางการเงินภายในประเทศ
แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นสหรัฐอเมริกาเองต่างหากที่เข้าสู่ภาวะล้มเหลวทางการเงิน เนื่องจากความอ่อนแอในการควบคุมการปล่อยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศ ส่งผลให้เกิดคลื่นแห่งความล้มเหลวทางการเงินแผ่ไปทั่วโลก จนทำให้เกิดกระแสการหารือเพื่อจำกัดขอบเขตของเสรีภาพของระบบการเงินภายใต้ระบอบทุนนิยมที่สหรัฐอเมริกาเป็นผู้เผยแพร่ไปทั่วโลก
ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) ในปัจจุบันมีเสถียรภาพทางด้านการเงินมากกว่าสหรัฐอเมริกา และยังคงอยู่กันได้ด้วยความสงบ เป็นผลจากการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอย่างสมบูรณ์
เทคโนโลยีชีวภาพเป็นผู้นำโลก : ถูกครึ่งผิดครึ่ง
ซีไอเอเคยมีความหวังอย่างมากกับเทคโนโลยีชีวภาพ ถึงกับคาดว่าพืชและสัตว์ที่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรมจะได้รับความนิยมจนเข้ามาแทนที่พืชและสัตว์ทั่วไป ทั้งยังเชื่อว่าจะมีอุตสาหกรรมการโคลนนิ่งสัตว์เพื่อนำมารับประทานเนื้อ และมองว่ากลุ่มก่อการร้ายจะใช้ผลงานทางด้านวิศวพันธุกรรมเป็นอาวุธ โดยสร้างโรคร้ายสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาใช้ต่อสู้กับศัตรู
ทั้งยังเชื่อว่าเทคโนโลยีชีวภาพจะทำให้มหาเศรษฐีของโลกที่ร่ำรวยสุดๆ นั้นมีชีวิตอยู่ยั้งยืนยง
แต่ในส่วนนี้ซีไอเอก็มีคำทำนายที่ถูกต้องอยู่บ้าง ในส่วนของต้นทุนการทำงานด้านวิศวพันธุกรรมนั้นลดลงอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอเมริกากำลังสกัดสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ของกลุ่มตัวอย่าง 125,000 คน เพื่อใช้ในการต่อสู้กับโรคมะเร็งร้าย
ทั้งยังให้ความเห็นที่ถูกต้องเกี่ยวกับพืชตัดแต่งพันธุกรรม (จีเอ็ม) ที่แม้จะมีแรงต่อต้านจากสังคมโลก แต่พื้นที่ปลูกถั่วเหลือง 82% แหล่งปลูกฝ้าย 68% และข้าวโพด 30% ในโลกกลมๆ ใบนี้มีการใช้พืชจีเอ็มเป็นหลัก
การปฏิวัติอินเทอร์เน็ต : ถูกต้องที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญของซีไอเอทำนายเกี่ยวกับการแผ่กระจายขยายวงของเทคโนโลยีดิจิทัล และ เทคโนโลยีอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ว่าจะเป็นปัจจัยในการเปลี่ยนแปลงโลกที่เราอาศัยอยู่อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ
ซีไอเอระบุในรายงานว่าการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจะทำให้การเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านอุปกรณ์มือถือเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง และทำให้เกิดการส่งดาวเทียมราคาประหยัดในวงโคจรต่ำเพื่อส่งเสริมการสื่อสารแบบไร้สายในวงกว้าง
ทั้งยังกล่าวด้วยว่าการสื่อสารแบบไร้สายผ่านเครือข่ายเซลลูลาร์จะเป็นการปฏิวัติโลกอย่างที่เคยเกิดขึ้นในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม
มีการประเมินกันว่าถ้านำโทรศัพท์ไร้สายทั่วโลกมารวมพลังการประมวลผลกันแล้ว จะมีพลังในการประมวลผลมากกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ต่อกรกับแกรี่ คาสปารอฟ แชมป์โลกหมากรุกถึง 7 เท่า
นอกจากนั้นการปฏิวัติไอที ยังส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ดังเช่นที่ปรากฏในตะวันออกกลาง ที่ประชาชนอาศัยช่องทางการติดต่อสื่อสารทางเว็บไซต์ก่อเป็นกระแสคลื่นมนุษย์โค่นล้มผู้นำเผด็จการที่ปกครองประเทศมาอย่างยาวนานได้ในที่สุด จนโลกต้องบันทึกไว้ว่าในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “อาหรับ สปริง” นั่นเอง
---------------------------------------
(ภาพ : AFP)



