ข่าว

‘รัสเซีย’ถล่ม’ซีเรีย’อาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม

‘รัสเซีย’ถล่ม’ซีเรีย’อาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม

24 ธ.ค. 2558

กลุ่มจับตาสงครามซีเรียเผยการโจมตีทางอากาศของรัสเซียเกือบ3เดือนคร่าแล้วกว่า2,000ชีวิตหนึ่งในสามเป็นพลเรือน“แอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนล”ชี้เข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม

        
          วันที่ 24 ธ.ค.58 กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนซีเรีย เผยว่าการโจมตีทางอากาศของรัสเซียในซีเรียนับจากเปิดฉากเมื่อ 30 กันยายน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต  2,132 คน แยกเป็นนักรบกลุ่มไอเอส 598 คน กลุ่มอัล-นุสรา ฟรอนต์ ที่โยงใยอัลไกดา และกลุ่มกบฎอื่นๆ 824 คน ที่เหลืออีก 710 คนเป็นพลเรือน โดยในจำนวนนี้เป็นเด็ก 161 คน สตรี 104 คน
 
          กลุ่มสังเกตการณ์ฯ ซึ่งสำนักงานในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีเครือข่ายสายข่าวกว้างขวางในซีเรีย และตัวเลขเหยื่อถล่มทางอากาศของรัสเซีย เป็นการรวบรวมจากการโจมตีโดยชนิดเครื่องบินและกระสุนที่ใช้
       
          ด้าน นายฟิลิป ลูเธอร์ ผู้อำนวยการองค์การแอมเนสตี ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ออกแถลงการณ์ระบุว่า การโจมตีของรัสเซีย หลายครั้งดูเหมือนเป็นการโจมตีโดยตรงต่อพลเรือนหรือพื้นที่ชุมชนที่ไม่มีหลักฐานว่าเป็นเป้าหมายทางทหาร และแม้กระทั่งเป็นสถานพยาบาล จึงส่งผลให้พลเรือนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก การโจมตีลักษณะนี้อาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องสอบสวนเหตุต้องสงสัย อย่างเป็นอิสระและเป็นกลาง
 
          แอมเนสตี ระบุว่า มีหลักฐานบ่งชี้ว่า รัสเซียอาจโป้ปดเพื่อปิดบังความเสียหายที่เกิดกับมัสยิดแห่งหนึ่ง กับโรงพยาบาลอีกแห่งจากการโจมตีทางอากาศ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่พบว่ารัสเซียใช้ระเบิดพวง อาวุธต้องห้ามตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือระเบิดไม่นำวิถีในแหล่งชุมชน
 
          รายงานของแอมเนสตี มุ่งที่การโจมตีในจ.ฮอมส์ อิดลิบ และอเล็ปโป ช่วงกันยายนถึงพฤศจิกายน ซึ่งทำให้พลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 200 คน และนักรบราว 12 คน
หนึ่งในเหตุโจมตีนองเลือดที่สุด คือการยิงอาวุธปล่อยถล่มตลาดแห่งหนึ่งในย่านอาริฮา ของจ.อิดลิบ คร่าชีวิตพลเรือน 49 คน ผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนเล่าว่า ตลาดนัดจอแจในวันอาทิตย์ กลายเป็นฉากสังหารโหดเหี้ยมในพริบตา และนายโมฮัมเหม็ด คูราบี อัล กาซัล นักเคลื่อนไหวและสื่อท้องถิ่น ระบุว่า ชั่วอึดใจ ผู้คนกรีดร้องระงม กลิ่นเผาไหม้ฟุ้ง และมีแต่ความโกลาหล
อีกเหตุการณ์หนึ่งที่นองเลือดเช่นกัน การโจมตีทางอากาศของรัสเซีย ที่เมืองกันทู จ.ฮอมส์ เมื่อเดือนตุลาคม ทำให้ชาวบ้านที่กำลังหลบภัยอยู่ในห้องใต้ดินของอาคารพักอาศัยหลังหนึ่งเสียชีวิตอย่างน้อย 46 คน จำนวนนี้เป็นเด็ก 32 คน ผู้หญิง 11 คน พื้นที่ที่ถูกโจมตีไม่มีหลักฐานการเคลื่อนไหวทางทหาร ขณะผู้เชี่ยวชาญอาวุธระบุว่า จากสภาพของการทำลายล้าง มีความเป็นไปได้ว่าเป็นการใช้ระเบิดเชื้อเพลิงอากาศ อาวุธที่มักส่งผลทำลายแบบไม่เจาะจงเมื่อใช้ในละแวกที่มีพลเรือน