ข่าว

‘บิ๊กตู่’แถลงผลงานรัฐบาล1ปีเดินหน้าปฏิรูปวางพื้นฐานประเทศ

‘บิ๊กตู่’แถลงผลงานรัฐบาล1ปีเดินหน้าปฏิรูปวางพื้นฐานประเทศ

24 ธ.ค. 2558

‘บิ๊กตู่’แถลงผลงานรัฐบาล1ปี เดินหน้าปฏิรูปวางพื้นฐานประเทศ

              เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แถลงผลการดำเนินงานรัฐบาลรอบ 1 ปี โดยมีรองนายกรัฐมนตรี ผู้แทนจาก คสช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูงจากทุกกระทรวงเข้าร่วมงาน

              พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ปัจจัยในการทำงานของรัฐบาลมีหลายอย่าง ทั้งระบบราชการ งบประมาณ ปัจจัยภายนอกต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศจับตาดูอยู่ มีกลุ่มต่อต้านบิดเบือนทั้งหมด มันคือปัญหาเพราะไม่ใช่สถานการณ์ปกติ วันนี้ทุกคนเรียกร้องการเป็นปกติ การเป็นประชาธิปไตยเปิดสิทธิเสรีภาพทั้งหมด ถามว่ามันเป็นไปได้หรือเปล่า หากจะทำให้เกิดความแตกต่างมันก็ไม่ได้ทั้งสิ้น เพราะเราทดลองกันมา 83 ปีมาแล้ว มีการปฏิวัติหลายครั้ง ฉะนั้นครั้งนี้อยากให้เป็นการปฏิรูปอย่างแท้จริง เพื่ออนาคตของลูกหลาน นั่นคือวัตถุประสงค์ที่ตนต้องการ

‘บิ๊กตู่’แถลงผลงานรัฐบาล1ปีเดินหน้าปฏิรูปวางพื้นฐานประเทศ

              งานด้านการต่างประเทศ ต้องเดินเชิงรุก ทั้งทางด้านการทูต ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จัดลำดับความเร่งด่วน และกลุ่มประเทศ เดินหน้าทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การตลาด การค้าขาย ทูตทุกประเทศที่มาต้องเดินเศรษฐกิจไปด้วย ไม่ใช่มาจับมือจ๊ะจ๋ากันอย่างเดียว ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำไปแล้ว ในช่วงปีแรกจนถึงปีที่สอง และเหลือเวลาอีกปีครึ่งที่จะทำต่อให้ยั่งยืน

              ในเรื่องกฎหมายกระบวนการยุติธรรม ทำอย่างไรจะดูแลให้องค์กรที่เป็นต้นทางของการรักษากฎหมายให้มีประสิทธิภาพมีรายได้เพียงพอ ประชาชน ข้าราชการ นักการเมือง ต้องเข้าใจกัน ไม่เช่นนั้นก็จะโยนกันไปมา จับผิดกันทั้งสองข้าง ทำอะไรไม่ได้ทั้งคู่ ความขัดแย้งก็เกิดขึ้น ทำอย่างไรให้คนในบ้านเมืองเคารพกฎหมาย ถ้าเคารพกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็แสวงหาผลประโยชน์ไม่ได้ อย่าสมยอม ต้องเริ่มจากตัวเองก่อนทุกอย่าง

‘บิ๊กตู่’แถลงผลงานรัฐบาล1ปีเดินหน้าปฏิรูปวางพื้นฐานประเทศ

              “เราต้องลดความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น ปัญหาที่นำมาถกแถลงว่ากันไปมาวันนี้เลิกได้แล้ว ทุกคนรู้หมดแล้วว่าประเทศมีปัญหาอะไร เว้นแต่บางคนไม่รู้ วันนี้ที่ว่ายาก เพราะระยะแรกกำลังตั้งไข่อยู่ จะล้มหรือเปล่ายังไม่รู้ พอจะเดินเตาะแตะได้ก็เริ่มมีคนสกัดขา สิ่งเหล่าท่านต้องหยุดให้ได้ เมื่อหยุดไม่ได้ ใครก็หยุดไม่ได้ ตำรวจก็ไม่ได้ กฎหมายก็ได้ เพราะทุกคนชินชากับการไม่เคารพกฎหมาย นั่นคือสิ่งสำคัญ ไม่มีคุณธรรม ขาดจริยธรรม จริยธรรมองค์กรก็หายไป ความเป็นคนไทยที่เคยประนีประนอม ความรักความสามัคคีหายหมด ไปหาคำตอบมาว่าเป็นเพราะอะไร”

              นายกฯ กล่าวว่า การจะล้มหรือไม่ล้ม จะทำสำเร็จหรือไม่สำเร็จ อยู่ที่คำว่า “ประชารัฐ” ความร่วมมือ รวมทั้งแนวตั้งและแนวนอน ต้องร่วมมือกันทำงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ข้าราชการ ประชาชนถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ต้องรู้ด้วยกันว่าจะทำอะไร และจะเชื่อมโยงกันอย่างไร วันนี้ทุกคนคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่พอฟังไปฟังมาก็ฝ่อลงๆ ต้องถามว่าลงเพราะอะไร ข้างนอกลงหรือไม่ ตรงนั้นต้องดูด้วย ตัวเลขจีดีพีไม่ใช่สิ่งยืนยัน สิ่งที่จะยืนยันได้คือความพึงพอใจของประชาชน มีการจับจ่ายใช้สอยพอเพียง มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย การจะมองตัวเลขจีดีพี หรือตัวเลขส่งออกนำเข้า เป็นเพียงกฎเกณฑ์กติกาที่โลกใช้กัน ซึ่งบางทีไม่เหมือนกัน อาเซียน ยุโรป ก็มีความแตกต่างกัน ทั้งนี้ มองไปข้างหน้าอีก 20 ปี ต้องการให้ประเทศไทยเป็นอย่างไร หรือจะเป็น 83 ปีที่ผ่านมาจากการมีประชาธิปไตยและคงปฏิเสธไม่ได้ เราจะต้องมีประชาธิปไตย

‘บิ๊กตู่’แถลงผลงานรัฐบาล1ปีเดินหน้าปฏิรูปวางพื้นฐานประเทศ

              เรื่องการปฏิรูปที่ผ่านมา รัฐบาลได้เริ่มทำมาแล้วตั้งแต่ปีแรก จากนี้เหลือเวลา 1 ปี 6 เดือน นับจากเดือนมกราคม 2559-กรกฎาคม 2560 เราจะวางพื้นฐานในสิ่งที่เรายังไม่ทำ และทำต่อเนื่อง อันไหนที่ทำไม่ทันทำไม่ได้ ก็ใส่ไปในแผนปฏิรูป ฉะนั้นวันนี้ต้องเข้าใจตรงกันว่า การปฏิรูประยะที่ 1 เราได้ทำมาแล้ว เพียงแต่บางท่านไม่สนใจ มองแต่เรื่องเศรษฐกิจมีเงินจ่ายใช้สอย มองตัวเลขเศรษฐกิจโลก รายได้ประเทศหายไปก็จริง ต้องคิดว่าหายไปเพราะอะไร แต่วันนี้สิ่งที่กลับมาคือรายได้จากการท่องเที่ยว ทำไมไม่ดูรายละเอียดเหล่านี้กันบ้าง สื่อต่างๆ กรุณาทำความเข้าใจกันด้วย ต้องคิดให้ซับซ้อนกว่าเดิม ต้องปฏิรูปการทำงานใหม่ รัฐบาลทุกรัฐบาลน่าจะต้องคิดแบบนี้ และผู้ร่วมรับผิดชอบในการทำงาน การปฏิรูปประเทศไทยจะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่ประชาชนทุกระดับ

              นายกฯ กล่าวอีกว่า ถ้าเรามองเพียงว่าประชาธิปไตย จะต้องมีการเลือกตั้ง มีสิทธิเสรีภาพแบบไร้ขีดจำกัด มันจะทำได้หรือไม่ ในสิ่งที่ตนพูดไป คงทำไม่ได้ กฎหมายทั้งกฎอัยการศึก และมาตรา 44 เขียนไว้ล่วงหน้าแล้วว่าอย่าทำแบบนี้ เพราะจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูป ท่านก็ยังทำเสร็จแล้วก็กลายเป็นว่าไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ถามว่าที่ทำกันมา ต่อต้านกฎหมายที่ออกไปแล้ว แม้จะออกเพราะเรากำลังปฏิรูป ถ้าเป็นปกติ ตนคงไม่ต้องมายืนตรงนี้ ก็เดินไปโดยใช้รัฐธรรมนูญเดิม แล้วที่ผ่านมาเคารพกันไหม ต้องไปดูตรงนู้น อย่ามามองเรื่องสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน จนกระทบสิทธิเสรีภาพคนอื่น อย่าลืมว่าคนที่มีปัญหาออกมาทั้งหมดมันก็ส่วนหนึ่ง อาจจะมากบ้างน้อยบ้าง มันก็แล้วแต่ ตนไม่ว่าใครผิดใครถูก แต่ใครใช้อาวุธถือว่าผิด

              "ถ้าเราช่วยกันอธิบายให้สื่อ โซเชียลมีเดีย และต่างประเทศเข้าใจ ก็จะจบปัญหาบางปัญหาไปได้ ไม่เช่นนั้นผมก็โดนภายในประเทศเร่งรัดให้เสร็จเร็ว และรีบเลือกตั้ง ต่างประเทศก็กดดันมา มองว่าเป็นรัฐบาลที่มาแบบไม่ชอบธรรม ซึ่งก็มีคนบางคนไปพูดจาให้ร้าย บิดเบือนข้อเท็จจริง มีเพียงไม่กี่คนเขียนและส่งทางโซเชียลมีเดีย และส่งต่อๆ กัน คนเหล่านี้มีไม่มาก หนึ่งเป็นพวกป่วยทางจิต สองเอาชนะและเก่งในโซเชียล ได้รับความนิยม ผมว่ามันทำลายประเทศนะ” นายกฯ กล่าว

              “วันนี้หากเราต้องการปฏิรูปก็ต้องเสียคำว่าประชาธิปไตย ท่านไม่ได้เสียแต่ผมเสีย หาผมทำให้ประเทศเสียหาย ท่านก็ต้องเสียด้วยผมก็ต้องขอโทษ ต้องขอโทษที่เข้ามาเอง แต่ผมก็จะใช้เวลาอยู่ให้ได้ นโยบายการปฏิบัติขับเคลื่อนก็ว่าไป ตรวจสอบการทุจริตก็ว่าไป ถ้าทนไม่ไหวก็เอาเข้ากระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ออกมาพูดอย่างนี้ทุกวัน ไปหามาหลักฐานฟ้องร้องทุกข์กล่าวโทษ เขามีกลไกในการทำงานอยู่แล้ว ไม่ใช่ไปขยายว่าผิดก็ทะเลาะกันอยู่แบบนี้ แล้วเข้ากระบวนการยุติธรรมหรือยัง แม้กระทั่งโครงการต่างๆ ของรัฐบาลผมก็ยังไม่อยากพูดถึง เพราะเรื่องยังไม่จบ ทำให้มันจบเสียจะได้ชัดเจนขึ้นว่าใช่หรือไม่ใช่ ให้มีโอกาสในการต่อสู้ ในการฟ้องศาล ผมก็ทำหน้าที่ของผม คือเอาเข้ากระบวนการยุติธรรม แล้วจะเอาอย่างไรกันอีก จะให้ใช้อำนาจเอามาตรา 44 เรียกมาประหารชีวิตเลยหรือ ทันใจไหมถ้าทำแบบนี้ เราทำแบบเดิมไม่ได้ ไม่ต้องกลัวเสียของ ถ้ากลัวเสียของก็ไม่ได้ทำ ที่ทำทั้งหมดยังกลัวเสียของอีก แล้วจะให้ทำอย่างไรอีก”

              นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ คสช.มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิดว่า คสช.มีพิมพ์เขียวโน่นนี่นั่น เพราะรัฐบาลไม่มีพิมพ์เขียวอะไรเลย ก็ในเมื่อประเทศต้องการระดมความคิดเห็น เมื่อกอ.รมน. กองทัพ เสนอเข้ามาก็เอาไปรวบรวมเท่านั้น ท่านจะเอาอันไหนก็เอา ไม่เอาก็คัดออก เพราะเป็นการรับฟังความคิดเห็น แต่ทำไมคนบางคนไม่เสนอความเห็นแบบนี้เข้ามา ไปพูดข้างนอกพูดให้สื่อขยายความไปเรื่อยจนถึงต่างประเทศ มันก็ล้มเหลวทั้งหมด กรุณาเข้าช่องทางด้วยไม่ว่าจะคณะไหนก็ตาม

              ฉะนั้นวันนี้หน้าที่ของแม่น้ำ 5 สายต้องต่อเนื่องเชื่อมโยงกันในระยะที่ 1 ส่วนที้เหลือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ต้องทำ ทำให้การเมือง 20 ปีข้างหน้าแข็งแรง และเมื่อแข็งแรงก็เปลี่ยนแปลงได้อีก ฉะนั้นจะต้องมีช่วงหนึ่งในการเปลี่ยนผ่าน มีความแตกต่าง ไม่ใช่บอกว่าตนมาสืบทอดอำนาจ ขนาดอยู่อย่างนี้ยังทำไม่ได้เลยแล้วจะเอายังไง จะต้องการอิสระเสรีทุกอย่าง ประชาธิปไตยในโลก แล้วปฏิรูปจะทำได้ไหม อย่างประเทศเวียดนามที่มีการปกครองสองระบบ แล้วเขามีอำนาจเต็มหรือไม่ มีการต่อต้านหรือไม่ มีการใช้กำลังกันหรือเปล่า ไปคิดแบบนี้แล้วเขาทำได้ไหมก็ทำได้ ส่วนของเราแตะต้องกันไม่ได้ แล้วเอาต่างประเทศมากดดันตนแทน

              “แม่น้ำ 5 สายต้องทำงานร่วมกับประชารัฐ ต้องรับฟังความเห็นที่เป็นเจตนาที่บริสุทธิ์ ถ้าไม่บริสุทธิ์ฟังแล้วจะเป็นแบบผม คือฟังแล้วหงุดหงิดอารมณ์เสีย แต่ต้องฟัง เพราะเดี๋ยวจะหาว่าไม่ยอมฟัง ฉะนั้นจะเป็นจ่าหรือหมู่ที่ไหนก็ฟังหมด รู้จักจ่าไหม ก็จ่าโอ จ่านิวไง ไม่รู้จักเหรอ”

              นายกฯ ระบุด้วยว่า วันนี้ต้องปรับปรุงกฎหมายที่ไม่เคยออกหรือไม่ทันสมัย ปรับปรุงกฎหมายเอกชน มหาชน ต่างประเทศ สนธิสัญญาเจนีวา ทั้งหมดจะต้องออกกฎหมายให้สอดคล้องจะได้มีวิธิการปฏิบัติที่ถูกต้อง อย่างกรณีคนหลบหนีเข้าเมืองก็ต้องส่งเขากลับประเทศต้นทาง ถ้ากลับไม่ได้ก็ไม่ต้องส่งกลับดีไหม อีกหน่อยก็จะกลายเป็นแหล่งซ่องสุม มันต้องมีกระบวนการทั้งหมด อย่างการอพยพแบบไม่ปกติก็อยู่ในกระบวนการค้ามนุษย์ทั้งสิ้น มีเจ้าหน้าที่และข้าราชการที่เลวๆ ไปเกี่ยวข้อง ก็ต้องไปว่ากันมาเข้ากระบวนการ อย่าบอกว่าทหารไม่ผิด เพราะก็มีทหารที่ติดคุกอยู่ ยศพลโทก็ยังติด ไม่มีประกันตัวสักคน ตำรวจก็ไม่ให้ประกันตัว จะไม่มีการประกันตัวเรื่องคดีค้ามนุษย์ ทำขนาดนี้แล้วท่านจะเอาอะไรอีก อย่าพูดแบบไร้เหตุผล

              พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หลายประเทศปฏิรูปหลายปียังไม่เสร็จ แต่ไทยปีเดียวก็ถามว่าเสร็จหรือยัง เคยคิดบ้างไหมว่า อนาคตจะเกิดอะไรขึ้น มีอะไรที่สำเร็จในปีเดียว แค่จัดระเบียบการค้าขาย ย้ายคนออกจากคลอง เอาคนขึ้นตึกก็วางแผนไว้ตั้ง 20 ปี วันนี้ก็ทำตามการปฏิรูปยุทธศาสตร์ 20 ปี และให้มีการเดินตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจทุกๆ 5 ปี ไปจนถึงปี 2579 ทั้งหมด 20 แผน รัฐบาลใหม่เข้ามาหากทำตามแผนนี้ก็จะเกิดความต่อเนื่อง ดูแลคน 70 ล้านคนได้ ไม่ใช่ดูแลแค่คนในพรรค หรือตามคะแนนเสียงเลือกตั้ง หน้าที่ของ ส.ส.คือการเสนอว่าทุกภาคต้องการอะไร แล้วรัฐบาลก็มีหน้าที่ภาคความสมดุลไม่ใช่ทำแต่เฉพาะจุดใดจุดหนึ่งคนก็ตีกันอยู่อย่างนี้ ทั้งนี้การปฏิรูประบบราชการเราจะทำอย่างไรให้มีการเลื่อนยศหรือตำแหน่งที่ถูกต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ควรจะมีกรรมการเหมือนพระราชบัญญัติกลาโหมหรือไม่ เพราะเราต้องดูแลเขา เนื่องจากเขาถืออำนาจบริหารของรัฐบาล

              “ขอร้องนักการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาลให้ทบทวนบทบาทและรับผิดชอบแก้ไขการบริหารประเทศใหม่ นโยบายการหาเสียงควรที่จะหาเสียงอย่างไร จะให้เงินเดือน 2 หมื่นบาท เพราะ 1.5 หมื่นบาท ไม่พอแล้วเขาจะเลือกท่านเข้ามาหรือ ท่านต้องบอกว่าท่านจะปฏิรูปประเทศอย่างไร ใช้งบอย่างไร จะใช้เวลา 4 ปีในการบริหารประเทศอย่างไร ต้องหาเสียงแบบนี้ ถ้าหาเสียงแบบนี้คนที่มีรายได้น้อยก็จะเลือกหมด อย่าคิดแบบที่เราคิด ถ้าเราคิดแบบนี้เราจะลืมนึกถึงคนเหล่านั้น แล้วก็จะมาบอกว่าแก้ไขอะไรไม่ได้ มันอยู่ที่ท่าน ที่ต้องเข้ากระบวนการประชาธิปไตย สร้างความมั่นคง เคารพกฎหมาย ดึงทุกส่วนร่วมมือกันทำงานประชารัฐให้ได้ ถ้าท่านบอกว่าไม่ชอบนักการเมือง ไม่ชอบเลือกตั้งแล้วไม่ไปเลือกตั้ง แล้วใครจะเป็นคนเลือก ทุกคนต้องไปใช้สิทธิจะไปเลือกใครหรือไม่เลือกใครก็ได้ นั่นคือการใช้ประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ถ้าไม่ไปเลือกตั้งก็จะได้แบบเดิม ประชาธิปไตยที่ประสบความสำเร็จคือการไปใช้สิทธิลงประชามติกับการเลือกตั้ง ถ้าไม่ทำตรงนี้ก็เป็นการทิ้งประชาธิปไตย ถ้าให้คนบางกลุ่มเลือกเข้ามาก็จะได้คนบางกลุ่มขึ้นมาเป็นแล้วก็ดูแลบางพื้นที่ไม่เกิดความเชื่อมโยง ไม่เกิดอำนาจประเทศในภาพรวม"

              “การทำประชามติผ่านไม่ผ่าน ผมก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว และขอให้ทุกคนไปออกเสียงประชามติด้วย ใครไม่เลือกจะได้เสียภาษีมากขึ้น พูดเล่นนะเพราะพอพูดแบบนี้ก็หาว่าผมใช้อำนาจละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นปีแล้วที่ผมพูดเล่นไม่ได้ เพราะสื่อเอาไปเป็นข่าวหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในช่วงท้าย