ข่าว

'มู'ลดค่าแรงหวังคุมทัพผี

'มู'ลดค่าแรงหวังคุมทัพผี

23 ธ.ค. 2558

ชูเซ มูรินโญ พร้อมลดค่าเหนื่อยยอมเสียรายได้รวมกว่า 800 ล้านบาท เพื่อหวังคุมทัพ 'ปีศาจแดง' แมนฯ ยูไนเต็ด

 
                      ความเคลื่อนไหวของ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีก ตกเป็นข่าวเรื่องเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมอย่างต่อเนื่อง แม้ตอนนี้จะยังไม่มีการปลด หลุยส์ ฟาน กัล ออกจากตำแหน่งนายใหญ่แห่งถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เลยก็ตาม หลังเดลี สตาร์ สื่ออังกฤษเปิดเผยว่า ชูเซ มูรินโญ โค้ชว่างงานชาวโปรตุกีสที่เพิ่งแยกทางกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี พร้อมอาสาเข้ามารับงานคุมทัพ “ปีศาจแดง” ได้ทุกเมื่อ และยอมสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมหาศาลเพื่อหวังรับงานต่อจากโค้ชชาวดัตช์ที่มีสิทธิ์โดนตะเพิดในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เพราะทำผลงานได้ย่ำแย่จากการพาทีมไม่ชนะในทุกรายการมาแล้วถึง 6 นัด
 
                      ก่อนหน้านี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้โอกาส ฟาน กัล พิสูจน์ฝีมืออีก 2 นัด นั่นก็คือเกมที่จะบุกไปเยือน “ช่างปั้นหม้อ” สโตค ในวันบ็อกซิ่งเดย์ คืนวันเสาร์ที่ 26 ธันวาคมนี้ และนัดเปิดบ้านต้อนรับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ในวันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม แต่ถ้าพาทีมแพ้สโตค จะถูกไล่ออกจากตำแหน่งทันที ทำให้ มูรินโญ พร้อมลดค่าเหนื่อยลงปีละ 4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 200 ล้านบาท) เพื่อจะได้รับงานคุมทัพปีศาจแดง
 
                      ขณะเดียวกันมีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกันได้แล้ว โดย มูรินโญ พร้อมเซ็นสัญญาคุมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด เป็นเวลา 4 ปี และจะได้รับค่าแรงปีละ 6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 300 ล้านบาท) ซึ่งจะทำให้สูญเสียรายได้ถึง 16 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท) หลังเคยได้รับค่าเหนื่อยจาก เชลซี สูงถึงปีละ 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 500 ล้านบาท) และจะได้รับค่าแรงน้อยกว่า ฟาน กัล ที่ได้รับอยู่ปีละ 7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 350 ล้านบาท) โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดของโค้ชชาวโปรตุกีสเปิดเผยว่า มูรินโญ อยากเป็นผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด และเรื่องเงินก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
 
                      “ชูเซ ไม่เคยปิดบังเรื่องนี้ และมันก็ไม่ใช่เรื่องเงินอย่างแน่นอน เพราะเขาต้องการคุมทีมที่ประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด เขารู้ดีว่านี่คือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ เขารักงานคุมทีมฟุตบอลในอังกฤษ เขาจึงพร้อมลดค่าเหนื่อย เพื่อโอกาสทำความฝันให้เป็นจริง”
 
 
 
----------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)