
'แจส-ทรู' วาดแผนชิงเค้ก 4จี ไม่หวั่นจ่ายแพง-เดินหน้าลงทุน
23 ธ.ค. 2558
'แจส-ทรู' วาดแผนชิงเค้ก 4จี ไม่หวั่นจ่ายค่าคลื่นแพง-พร้อมเดินหน้าลงทุน
เมื่อวันที่ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ทั้ง 2 ราย ได้แก่ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด และบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ได้เปิดแถลงข่าวพร้อมกันเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2558 โดยต่างประกาศถึงความสำเร็จในการประมูลและแผนการดำเนินธุรกิจหลังจากได้รับใบอนุญาตในการให้บริการ 4จี
นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) บริษัทแม่ของบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด เปิดใจเป็นครั้งแรกว่า การประมูล 2 ครั้งที่ผ่านมา คือการประมูลคลื่นย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ถือว่าประสบความสำเร็จในการใช้กลยุทธ์ในทั้ง 2 ครั้ง ซึ่งบริษัทมีความตั้งใจที่จะประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ มากกว่า เพราะเป็นคลื่นที่ครอบคลุมไปได้ไกลกว่า ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า เงื่อนไขการชำระเงินที่ดีกว่า และได้ประเมินไว้แต่แรกแล้วว่า วงเงินการประมูลจะต้องสูงอย่างแน่นอน เพราะเป็นรายใหม่ โดยในวงเงินที่ประมูลได้นี้ได้รวมต้นทุนการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันสัญญาณรบกวนจากคลื่นที่ิอยู่ติดกันไว้แล้ว และรู้สึกช็อกเช่นกันเมื่อทราบว่าผู้ชนะการประมูลเป็นทรูมูฟ ไม่ใช่เอไอเอส
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการ 4จี ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หรือเร็วที่สุด เพราะได้เตรียมการล่วงหน้ามาแล้ว 2 ปี โดยบริษัทเตรียมเงินลงทุนในการวางโครงข่ายและเช่าจากรัฐวิสาหกิจของรัฐอีกแห่งหนึ่ง เป็นเงิน 2 หมื่นล้านบาท จะทยอยลงทุนภายในระยะเวลา 3 ปี ตั้งเป้าปีแรก (2559) มีลูกค้าจำนวน 2 ล้านราย ซึ่งส่วนหนึ่งจะมาจากฐานลูกค้า 3BB ที่มีอยู่แล้ว 2 ล้านราย และอีกส่วนจากฐานลูกค้าใหม่ที่ต้องการบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จากนั้นลูกค้าจะเพิ่มเป็น 5 ล้านราย ในอีก 3 ปีข้างหน้า นั่นหมายถึงว่า บริษัทจะมีเริ่มมีกำไรในปี 2561 และจะมีส่วนแบ่งการตลาด 10% ภายใน 3 ปี ส่วนศักยภาพคลื่น 900 จำนวนแบนด์วิช 10 เมกะเฮิรตซ์นั้น สามารถรองรับเลขหมายได้ 10 ล้านเลขหมาย
สำหรับแหล่งเงินทุนจะมาจากหลากหลายช่องทาง ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นของ บมจ.จัสมิน อินเตอร์ฯ แน่นอน และแจส (JAS) จะไม่มีการเพิ่มทุน เพราะการดำเนินการต่างๆ ทั้งการกู้เงินจากสถาบันการเงิน การหาพันธมิตรรายใหม่เข้ามาจะทำโดยแจส โมบายทั้งสิ้น และสุดท้ายยังสามารถขายหุ้นไอพีโอของแจส โมบาย ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยการจ่ายเงินก้อนแรกจำนวน 8,000 ล้านบาท จะดำเนินการในเร็วๆ นี้อาจเป็นต้นปีหน้า
“นับเป็นก้าวที่สำคัญของกลุ่มจัสมิน ที่เราประมูลได้คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ โดยเราทำธุรกิจบรอดแบนด์มาหลายปีแล้ว และมีส่วนแบ่งมาเป็นอันดับ 2 ในวันนี้เราได้โมบายเข้ามาเติมเต็มธุรกิจ ทำให้ในอนาคตอันใกล้บริษัทสามารถให้บริการทั้ง Fixed Broadband และ Mobile Broadband โดยช่วงที่ผ่านมาเราเตรียมคนรองรับมือถือ 4จี แล้ว และมีช็อปกว่า 300 แห่งทั้งประเทศ ซึ่งน่าจะครอบคลุมแล้ว” นายพิชญ์ กล่าว
ด้าน นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ทรูได้สิทธิการใช้งานคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีประสิทธิภาพในการทะลุทะลวงสูง ทำให้บริษัทสามารถประหยัดเงินลงทุนวางเครือข่าย 4จี ได้มากถึง 4.5 หมื่นล้านบาท ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ที่ทรูต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของ กสทช.ในการวางเครือข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ 97% ขณะที่ทรูวางแผนการลงทุนวางระบบเครือข่าย 4จี มูลค่า 5.5 หมื่นล้านบาท ในช่วง 5 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้การที่ทรูได้คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ มาใช้นั้น เป็นการต่อยอดสร้างโมเมนตัมในการขยายตัวของบริษัท ช่วยเสริมศักยภาพในการวางระบบเครือข่าย 4จี แอดวานซ์ ที่มีเงื่อนไขว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายจะต้องมีคลื่นให้ใช้งานมากกว่า 40 เมกะเฮิรตซ์ ขณะที่ทรูมีคลื่นความถี่ 850, 900, 1800 และ 2100 เมกะเฮิรตซ์ ให้ใช้งานมากถึง 55 เมกะเฮิรตซ์ ทำให้การวางระบบ 4จี แอดวานซ์ นั้นเป็นไปได้ แต่มีเงื่อนไขด้วยว่า ผู้ใช้งานระบบใหม่นี้จะต้องลงทุนในดีไวซ์ที่มีความก้าวหน้าเพียงพอที่จะใช้งานระบบดังกล่าวได้
ทั้งยังทำให้ทรูมีช่องสัญญาณที่กว้างกว่าเบอร์หนึ่งในกลุ่มโอเปอเรเตอร์ที่มีคลื่นให้ใช้งานเพียง 30 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเมื่อเทียบสัดส่วนผู้ใช้กับคลื่นความถี่แล้ว จะเห็นได้ว่า เบอร์หนึ่งในตลาดมีความหนาแน่นของคลื่นสัญญาณ/ผู้ใช้มากกว่าทรูถึง 2.5 เท่าตัว ทั้งยังมีคลื่นความถี่ไม่มากพอที่จะทำระบบ 4จี แอดวานซ์ อีกด้วย
ประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังกล่าวด้วยว่า ทรูจะนำคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่เพิ่งชนะการประมูลมาให้บริการเครือข่าย 2จี ที่มีผู้ใช้งานในปัจจุบันมากถึง 15 ล้านราย ควบคู่ไปกับ 4จี ซึ่งด้วยคลื่นใหม่ที่ได้รับมาจะทำให้ทรูมีศักยภาพในการดึงลูกค้าจากโอเปอเรเตอร์รายอื่นเข้ามาใช้บริการของทรูเพิ่มขึ้น และทำให้ส่วนแบ่งในตลาดโอเปอเรเตอร์ของทรูเพิ่มขึ้นจาก 20% ในปัจจุบัน เป็น 34% ในอีก 5 ปีข้างหน้า ขณะที่มูลค่าตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 2.4 แสนล้านบาท
ในส่วนของการลงทุนนั้น นายศุภชัยกล่าวว่า การประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ แม้จะเป็นเงินจำนวนมาก แต่อยู่ในขอบเขตที่ทรูพิจารณาแล้วว่าอยู่ในวิสัยของการรับความเสี่ยงได้ และเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพของคลื่นเองนั้นจะทำประโยชน์ให้แก่บริษัทได้มากกว่า ทั้งยังได้เจรจาขอเครดิตจากผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครือข่ายในการจัดหาอุปกรณ์เครือข่ายไว้แล้วและยังจะจัดหาเงินลงทุนจากกระแสเงินสดของบริษัท เงินกู้หรือสินเชื่อจากสถาบันการเงิน การจำหน่ายสินทรัพย์เพิ่มเติมเข้ากองทุนและหน่วยลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล (ดีไอเอฟ) เพื่อนำมาใช้ในการลงทุนวางเครือข่ายและพัฒนาระบบเครือข่ายโทรศัพท์ของทรูต่อไป
“นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในการทำงาน เพราะคลื่นที่ได้มานั้นเป็นคลื่นที่มีประสิทธิภาพในการใช้งาน มีระยะในการกระจายสัญญาณกว้างไกลและมีแรงทะลุทะลวงสูง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนเสาสัญญาณลงไปได้มาก ทั้งยังเป็นโอกาสอันดีที่คู่แข่งรายใหญ่ไม่ได้คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์นี้ไปใช้งาน ซึ่งโอกาสอันดีเช่นนี้เชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกในช่วง 20 ปีข้างหน้า”
ทั้งนี้ บริษัทจัดวางการใช้งานคลื่นความถี่ไว้ดังนี้ คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์จะใช้รองรับระบบ 3จี คลื่่น 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จะใช้รองรับระบบ 2จี และ 4จี ขณะที่คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ที่ประมูลมาได้เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนนั้น ยังไม่มีการกำหนดการใช้งาน โดยเชื่อว่าในอนาคตจะมีการบริโภคข้อมูลผ่านเครือข่ายไร้สายเพิ่มมากขึ้น จากแรงผลักดันของการขยายตัวของธุรกิจออนไลน์ การเข้ามาของระบบอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิง ที่เชื่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต



