ข่าว

หมายจับ'กำนันเซี้ยะ-เมีย'เบี้ยวนัดศาล

หมายจับ'กำนันเซี้ยะ-เมีย'เบี้ยวนัดศาล

22 ธ.ค. 2558

ศาลออกหมายจับ 'กำนันเซี้ยะ-เมีย' เบี้ยวอ่านคำพิพากษา พฤติการณ์ส่อหลบหนี นัดอีกครั้ง 25 ม.ค. 59

 
                      22 ธ.ค. 58  เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.4077/2546 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายประชา โพธิพิพิธ หรือ กำนันเซี้ยะ อายุ 72 ปี อดีต ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ และผู้กว้างขวางใน จ.กาญจนบุรี , นางเขมพร ต่างใจเย็น ภรรยา , น.ส.วรรณา ล้อไพบูลย์ บุคคลใกล้ชิดของนางเขมพร และนายถวิล หรือ น้อยหนวด สวัสดี (เสียชีวิต) หนึ่งในสมาชิกกลุ่มนายสมชาย จิตตหฤษฎ์ หรือ เลขาฯ จุก เลขานุการส่วนตัวของกำนันเซี้ยะ เป็นจำเลยที่ 1 - 4 ในความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ , หน่วงเหนี่ยวกักขัง และกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (ฮั้วประมูล) สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 44 พวกจำเลยขัดขวางมิให้ตัวแทนบริษัท เข้าร่วมประมูลงานจำหน่ายเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตกับกรมชลประทาน
 
                      ในวันนี้ ทนายความของนางเขมพร จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาฎีกาออกไปก่อน เนื่องจากนางเขมพร จำเลยที่ 2 มีอาการท้องร่วงเฉียบพลัน พร้อมนำใบรับรองแพทย์ยืนยันต่อศาลต้องรักษาตัว 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 - 23 ธ.ค.นี้ ขณะที่นายประชา จำเลยที่ 1 ซึ่งศาลได้ออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ครบ 1 เดือนแล้ว เนื่องจากไม่มาศาลตามนัดในวันนี้ ทนายความก็ยังไม่สามารถติดต่อนายประชา จำเลยที่ 1 ได้
 
                      ศาลพิเคราะห์แล้ว นางเขมพร จำเลยที่ 2 ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล ที่จำเลยที่ 2 ได้ขอเลื่อนฟังคำพิพากษานั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 ได้พักรักษาอาการที่บ้านไม่ใช่ที่โรงพยาบาล ซึ่งอาการป่วยของจำเลยที่ 2 ไม่ใช่อาการเจ็บป่วยจนถึงขั้นมาศาลไม่ได้ จึงไม่ใช่เหตุจะให้เลื่อนคดี ถือว่ามีพฤติการณ์หลบหนี ให้ออกหมายจับนางเขมพร จำเลยที่ 2 โดยนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาอีกครั้ง ในวันที่ 25 ม.ค. 59 เวลา 09.00 น.
 
                      ขณะที่เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.55/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง กำนันเซี้ยะ เป็นจำเลย ในความผิดฐาน เข้าไปยึดถือครอบครองที่ดิน หรือก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ในที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินเนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 9 และมาตรา 108 กรณีระหว่างปี 2533 - 2547 จำเลยเข้าไปครอบครองและให้บุคคลอื่นเช่าและใช้ประโยชน์ในที่ดินรวมจำนวน 299 ไร่ ในที่ดินราชพัสดุ ต.จรเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี และที่ดิน 900 ไร่ ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
 
                      อย่างไรก็ดีวันนี้ ทนายความของนายประชา เดินทางมาศาล ซึ่งแถลงศาลว่า ไม่สามารถติดต่อนายประชา จำเลยได้ ศาลเห็นว่า จำเลยมีพฤติการณ์หลบหนี จึงให้ออกหมายจับจำเลย โดยนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีกครั้ง ในวันที่ 25 ม.ค. 59 เวลา 09.00 น.
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีฮั้วประมูล ศาลชั้นต้น ได้มีคำพิพากษาให้จำคุกนายประชา หรือ กำนันเซี้ยะ เป็นเวลา 5 ปี ฐานเป็นหัวหน้า หรือผู้มีตำแหน่งในอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 วรรค 2 ส่วนจำเลยที่ 2 - 4 ให้จำคุกคนละ 4 ปี ฐานเป็นอั้งยี่ แต่ต่อมาเมื่อมีการอุทธรณ์คดี ศาลอุทธรณ์ ได้พิพากษาเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 50 ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด
 
                      ส่วนคดีบุกรุกที่ราชพัสดุนั้น ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ส.ค. 57 ให้จำคุก นายประชา เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 911 และมาตรา 108 ทวิ วรรคหนึ่ง ฐานเข้าไปครองครองที่ดินของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ซึ่งที่ดินดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุและเป็นที่ดินเพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งนายประชา ได้ประกันตัวไป วงเงิน 100,000 บาท ระหว่างอุทธรณ์สู้คดี