ข่าว

‘ซับซ้อน และวุ่นวาย’

‘ซับซ้อน และวุ่นวาย’

22 ธ.ค. 2558

‘ซับซ้อน และวุ่นวาย’ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญสำนักข่าวเนชั่น

              “ซับซ้อน” และ “วุ่นวาย” คงเป็นนิยามง่ายๆ ของระบบการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญพยายามคิดขึ้น  โดยพวกเขาเรียกระบบนี้ว่า “เลือกกันเองตามกลุ่ม” 

              เบื้องต้นพวกเขากำหนดกลุ่มที่จะ “เลือกกันเอง” มาเป็น 20 กลุ่ม อาทิ กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เช่น ตำรวจ ทหาร อัยการ เป็นต้น  กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดิน การต่างประเทศและความมั่นคง กลุ่มองค์กรชุมชน ภาคประชาสังคม ที่ทำงานเพื่อสังคม กลุ่มการเงิน การคลังและการบัญชี  กลุ่มผู้สูงอายุ ด้อยโอกาส และผู้พิการ และกลุ่มอื่นๆ 

              นอกจากนี้ กลุ่มยังมีกลุ่มสุดท้ายที่ระบุว่า “กลุ่มอื่นๆ” เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่ไม่เข้าเงื่อนไขใน 19 กลุ่ม มีโอกาสสมัครได้

              ส่วนการสมัครและการเลือกกันเองนั้นจะมี 3 ระดับ ประกอบด้วย  1.ระดับอำเภอหรือเขต ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการรับสมัครโดยไม่จำกัดจำนวน และใช้เป็นเงื่อนไขคือ ผู้สมัคร ส.ว.ตามกลุ่มต้องมีภูมิลำเนาในพื้นที่ที่จะสมัคร 2.ระดับจังหวัด และ 3.ระดับประเทศ

              ทั้งนี้ การลงคะแนนเลือกกันเองในระดับอำเภอหรือเขต จะมี 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกให้ผู้สมัครลงคะแนนเลือกผู้สมัครในกลุ่มเดียวกัน เพื่อคัดให้เหลือกลุ่มละ 5 คน และครั้งที่สองให้ผู้สมัครลงคะแนนเลือกผู้สมัครในกลุ่มที่ต่างจากกลุ่มตนเอง หรือ แบบไขว้กลุ่ม อีกกลุ่มละ 1 คน

              จากนั้นจะนำคะแนนมาเรียงลำดับเพื่อหาผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดของกลุ่ม กลุ่มละ 2 คน เพื่อส่งไปยังระดับจังหวัด สำหรับวิธีการเลือกในระดับจังหวัดจะใช้รูปแบบการเลือกไขว้กลุ่ม เพื่อหาตัวแทนกลุ่มละ 99 คน เข้าสู่การเลือกระดับประเทศต่อไป

              ขณะที่กรณีการเลือกระดับจังหวัด ที่ต้องให้ได้ 99 คนนั้น เบื้องต้นได้แบ่งออกเป็น จังหวัดที่มีจำนวนประชากร เกิน 3 ล้านคน คือ กทม. ต้องได้กลุ่มละ 3 คน  จังหวัดที่มีจำนวนประชากร 1 ล้านคน แต่ไม่เกิน 3 ล้านคน ซึ่งมี 20 จังหวัด ต้องได้กลุ่มละ 2 คน และจังหวัดที่มีประชากรไม่เกิน 1 ล้านคน ซึ่งมี 56 จังหวัด ต้องได้กลุ่มละ 1 คน

              บอกได้คำเดียวว่ายาก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจ จนทำให้สุดท้ายคล้ายกับประชาชนถูกตัดออกไปจากระบบนี้

              น่าสงสัยยิ่งนักว่า ส.ว.ตามระบบใหม่นี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เป็นที่ยอมรับได้หรือไม่  เพราะต้องไม่ลืมว่าบทบาทหน้าที่ของ ส.ว. ในสมัยใหม่นั้น ไม่ได้มีเพียงการกลั่นกรองกฎหมายเท่านั้น หากแต่ยังมีหน้าที่ในการแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการองค์กรอิสระ

              ขณะที่องค์กรอิสระนี้เองที่จะมีสิทธิชี้เป็นชี้ตายทางการเมือง เช่นที่พวกเขากำลังพยายามเขียนเพิ่่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญมีบทบาทมากขึ้นเพื่อให้เป็นกลไกในการดูแลการบริหารชาติและกำกับนักการเมือง

              แม้ ส.ว.จะไม่มีอำนาจถอดถอนนักการเมือง แต่อำนาจการแต่งตั้งถอดถอนองค์กรอิสระก็สำคัญไม่แพ้กัน หากไม่ได้การยอมรับจากประชาชนแล้วอำนาจนั้นก็ย่อมขาดความชอบธรรม การกำหนดให้ซับซ้อนใช่ว่าจะเป็นผลดี หากแต่ในทางตรงข้ามจะสร้างผลเสียให้แก่ทั้งระบบมากกว่า