
ฟีฟ่าแบน8ปี!แบล็ตเตอร์-พลาตินี
เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานฟีฟ่า และมิเชล พลาตินี ประธานยูฟ่า โดนฟีฟ่า สั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการลูกหนังเป็นเวลา 8 ปี หลัง ก.ก.ฟีฟ่าตัดสินพันทุจริตเมื่อปี 2011
คณะกรรมการด้านจริยธรรมของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ที่นำโดย ฮานส์ โยอาคิม เอ็คเคิร์ต ประกาศที่นครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ลงโทษ เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานฟีฟ่าชาวสวิส และมิเชล พลาตินี รองประธานฟีฟ่าชาวฝรั่งเศส ห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลเป็นเวลา 8 ปี พร้อมกับปรับเงิน เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในวงการลูกหนัง ซึ่งมีผลบังคับใช้ในทันที
ศาลของสวิตเซอร์แลนด์ตัดสินว่า แบล็ตเตอร์มีความผิดจากการมีส่วนร่วมในการทำหน้าที่ขาดจริยธรรม ใช้อำนาจอย่างไม่เหมาะสมในฐานะของประธานฟีฟ่า ขณะที่พลาตินี มีความผิดในเรื่องมีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยการรับเงินจากแบล็ตเตอร์ ในปี 2011 เป็นจำนวน 2 ล้านฟรังก์สวิส (ประมาณ 70 ล้านบาท) ซึ่งไม่สามารถชี้แจงได้ว่ามาจากที่ใด โดยแบล็ตเตอร์ โดนปรับเป็นเงิน 50,000 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 1.75 ล้านบาท) และพลาตินี โดนปรับ 80,000 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 2.8 ล้านบาท)
“การดำเนินการนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่มิสเตอร์แบล็ตเตอร์ ตอนนั้นยังดำรงตำแหน่งประธานฟีฟา ได้ให้เงินจำนวน 1.34 ล้านปอนด์ (ประมาณ 73.7 ล้านบาท) แก่ มิสเตอร์พลาตินี โดยโอนจากฟีฟา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2011 ถือว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะไม่มีลายลักษณ์”
สำหรับแบล็ตเตอร์ และพลาตินี เคยร่วมงานกันมาระหว่างปี 1999-2002 ก่อนที่พลาตินี จะไปเป็นประธานสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า ในปี 2007 โดยทั้งคู่มีข้อสงสัยว่าไม่สุจริตกับการเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปี 2018 กับ 2022 ที่รัสเซียกับกาตาร์ ได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพ ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้บริหารระดับสูงของฟีฟ่าถูกตำรวจจับกุมหลายราย และโดนตั้งข้อหาว่าทุจริตเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แบล็ตเตอร์ วัย 79 ปี เป็นประธานฟีฟ่ามาตั้งแต่ปี 1998 ที่ไปฟังคำตัดสินที่ซูริก ให้โฆษกประจำตัวออกมาเปิดเผยว่าจะขออุทธรณ์โทษแบนต่อศาลกีฬาโลก (ซีเอเอส) ต่อไป เพื่อเป็นการปกป้องชื่อเสียงของตัวเอง
ขณะที่พลาตินี วัย 60 ปี อดีตยอดนักเตะทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นตัวเต็งจะได้รับเลือกเป็นประธานฟีฟ่าคนใหม่ จะหมดสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งที่จะปิดรับสมัครในวันที่ 26 มกราคมปีหน้า และมีการเลือกตั้งในวันที่ 26 กุมภาพันธ์
ทำให้ตอนนี้มีแคนดิเดตสำหรับตำแหน่งประธานฟีฟ่า 5 คน ประกอบด้วย ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล-คาลิฟา จากบาห์เรน ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี), โตเกียว ซีวาเล นักธุรกิจจากแอฟริกาใต้, เจ้าชายอาลี บิน อัล ฮุสเซน อดีตรองประธานฟีฟ่าจากจอร์แดน, จิอันนี อินฟานติโน เลขาธิการสหพันธ์ฟุตบอลแห่งชาติยุโรปจากอิตาลี และเฌอโรม ชองปาญ จากฝรั่งเศสอดีตผู้ช่วยเลขาธิการฟีฟ่า



