
เผยแพร่เอกลักษณ์แห่งแพรพรรณ
23 ธ.ค. 2558
ไลฟ์สไตล์ : เผยแพร่เอกลักษณ์แห่งแพรพรรณ
แพรพรรณเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มบ่งบอกความเป็นชาติได้เป็นอย่างดี ล่าสุดเมืองไทยประกันชีวิตจัด “นิทรรศการผ้าอาเซียนงามจับใจ โดยเมืองไทยประกันชีวิต” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจด้านศิลปวัฒนธรรม ซึ่งได้รับเกียรติจากโพธิพงษ์ และยุพา ล่ำซำ มาเปิดงาน พร้อมได้ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และสิ่งทอ เป็นผู้นำชมนิทรรศการ เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งนิทรรศการครั้งนี้ จะเปิดแสดงทุกวันจันทร์–เสาร์ เวลา 09.00-18.00 น. ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 มกราคม 2559 (นิทรรศการหยุดวันอาทิตย์ และวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ถึง 3 มกราคม 2559) ที่ลานเมืองไทย อาคารหอประชุม บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก
สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า การจัดนิทรรศการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมบริการทางวิชาการด้านวัฒนธรรมเพื่อสังคม ซึ่งสิ่งทออาเซียนเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาและการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ทั้ง 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าด้วยกันอย่างแน่นแฟ้นกลมกลืน ดังนั้น จึงเป็นโอกาสอันดีที่ผู้สนใจจะได้รับข้อมูลความรู้เกี่ยวกับผ้า สิ่งถักทอ เครื่องแต่งกายของกลุ่มประเทศอาเซียนมากยิ่งขึ้นในช่วงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community – AEC) ที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปลายปี 2558 นี้
ภายในนิทรรศการนี้ จะบอกเล่าเรื่องราวทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ผ่านเครื่องแต่งกายและผ้าผ่อนแพรพรรณของชาติต่างๆ ซึ่งอาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ได้จัดเตรียมผ้าหลากหลายแบบและมีความน่าสนใจยิ่ง มาจัดแสดง เช่น ผ้าลุนตะยา อะเชะ ของเมียนมาร์ ที่ใช้เทคนิคการเกาะหรือการล้วง ถือเป็นผ้าสูงศักดิ์และเป็นที่นิยมของราชสำนักคอมบองและมัณฑะเลย์ ผ้าทอสอดดิ้นเงินและทองของบรูไน เป็นผ้าที่ใช้ในราชสำนักและพิธีการสำคัญ มีคนรู้จักผ้าชนิดนี้น้อยมาก ผ้าใยสับปะรดของฟิลิปปินส์ ที่ถูกจัดแสดงในรูปแบบเครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษที่เรียกว่า “บารองตากาล็อก” และชุดราตรียาวสำหรับสุภาพสตรี ที่จับจีบพองฟูที่ต้นแขน เรียกว่า “มาเรียคาร่า” ผ้าลีมา หรือผ้าไหมมัดหมี่ของมาเลเซีย และอินโดนีเซีย
ด้านอาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และสิ่งทอ เล่าว่า วัฒนธรรมของอาเซียนถูกถ่ายทอดเชื่อมโยงระหว่างกันบนเส้นใยผืนผ้ามาอย่างนาน เหตุผลสำคัญมาจากการเจริญสัมพันธ์ทางการทูต การสร้างสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างกัน จึงเกิดการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน การทำสงครามขยายอาณาเขตในอดีต ก็ยังก่อให้เกิดการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมได้เช่นกัน ดังเช่น การทอผ้ามัดหมี่ไหมเส้นพุ่ง ในรัฐฉานซึ่งอยู่บริเวณทะเลสาบอินเลในเมียนมาร์ จะคล้ายกับผ้าสมปักปูมของกัมพูชา เนื่องจากในประวัติศาสตร์ของเมียนมาเคยยกกองทัพมาลาวและกัมพูชา
“จุดเด่นของอาเซียน อยู่ที่การยอมรับซึ่งความหลากหลาย มิใช่การปฏิเสธ แต่เป็นการหลอมรวมความหลากหลายของแต่ละประเทศ ขึ้นเป็นเอกลักษณ์ที่มีความโดดเด่น “ผ้าอาเซียน” จึงนับเป็นตัวอย่างอันเด่นชัดถึงสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอันแนบแน่นของชาติต่างๆ ในกลุ่มอาเซียนอันไม่สามารถแยกขาดออกจากกันได้” อาจารย์เผ่าทองกล่าวปิดท้าย



