
จับตาทำเลแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว ความต้องการคอนโดยังโตต่อเนื่อง
22 ธ.ค. 2558
จับตาทำเลแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว ความต้องการคอนโดยังเติบโตต่อเนื่อง
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร สำรวจความต้องการคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวเข้มและสีเขียวอ่อน พบผู้บริโภคกว่า 75% ยังไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยของบริษัทได้สำรวจความต้องการคอนโดมิเนียมจากผู้บริโภค โดยเจาะไปที่กลุ่มคนทำงานผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีเขียวเข้มและสีเขียวอ่อนเป็นหลัก เพื่อสำรวจถึงความต้องการที่อยู่อาศัย จากกลุ่มตัวอย่าง พบว่าผู้ที่ใช้รถไฟฟ้าส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นที่เริ่มทำงานหรือทำงานมาสักพักแล้ว อายุอยู่ในช่วง 25-35 ปี และส่วนใหญ่ต้องการมีที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้า แม้ผู้บริโภคหลายรายเริ่มมีความต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลที่อยู่ในพื้นที่ชั้นนอกมากขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในพื้นที่แนวรถไฟฟ้าเป็นหลัก
“เหตุผลหลักที่เป็นเช่นนั้นก็เป็นเรื่องความสะดวกของการเดินทาง สามารถคำนวณระยะเวลาการเดินทางได้ โดยระยะทางที่ผู้บริโภคต้องการอยู่ที่ 9-10 กิโลเมตร จากที่ทำงาน หรือใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 30 นาที และมีระยะห่างจากรถไฟฟ้าไม่เกิน 500 เมตร โดยราคาที่ต้องการอยู่ที่ 2.5 ล้านบาท ซึ่งอาจขยับได้ถึง 3-4 ล้านบาท สำหรับขนาดห้องที่ต้องการคือ ประมาณ 35-40 ตารางเมตร” นายภูมิภักดิ์กล่าว
ประเด็นสำคัญที่น่าสังเกตคือ กลุ่มตัวอย่างที่สำรวจนี้มากกว่า 75% ยังไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง หรือราวครึ่งหนึ่งเช่าหอพักหรืออพาร์ตเมนต์อยู่ ส่วนหนึ่งมาจากการที่คอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ที่เสนอขายราคาสูงกว่างบประมาณที่มีอยู่ สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ที่อาศัยคอนโดมิเนียมบริเวณโครงข่ายกลางกรุงเทพฯ (เส้นสีเขียว) ที่เป็นเจ้าของส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้รถไฟฟ้าเป็นประจำ จึงประเมินได้ว่า ยังมีความต้องการคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าเป็นจำนวนมากจากผู้ที่ต้องการซื้อเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย
สำหรับทำเลที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดสำหรับคนที่ใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวก็คือ “อ่อนนุช” ที่มีสถานีอ่อนนุชเป็นที่หมายปลายทางของรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ปัจจุบันมีส่วนต่อขยายมาจากสถานีอ่อนนุชยาวจนถึงสถานีแบริ่ง) ครบครันด้วยการเดินทางที่สะดวกด้วยการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าทำให้สามารถเข้าสู่พื้นที่สุขุมวิทชั้นในได้ในระยะเวลาอันสั้น และราคาห้องชุดที่ต่ำกว่าสุขุมวิทชั้นใน ทำให้เกิดการก่อสร้างห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ โดยเฉพาะบริเวณแยกบางนามีการสร้างแบงคอก มอลล์ บนพื้นที่ 100 ไร่ และการสร้างส่วนต่อขยายของไบเทค ตลอดจนคอมมูนิตี้มอลล์บริเวณอ่อนนุช-พระโขนง อาทิ พิคคาเดลี่ แบงค์ค็อก, ฮาบิโตะ ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวคึกคักและมีการสัญจรที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดเช่าที่เป็นชาวต่างชาติ เช่น จีน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฯลฯ ได้ให้ความสนใจทำเลอ่อนนุชเพิ่มขึ้นเช่นกัน ปัจจุบันราคาปล่อยเช่าคอนโด ในย่านอ่อนนุชขยับตัวขึ้นไปถึง 13% ในปี 2557 มาอยู่ที่ค่าเช่าเฉลี่ย 458.89 บาทต่อตารางเมตร หรือประมาณ 2 หมื่นบาทต่อเดือน ในห้องชุดรูปแบบ 1 ห้องนอน ซึ่งนับว่าเป็นอัตราค่าเช่าที่ถูกกว่าบริเวณใกล้เคียงกัน เช่น ทองหล่อ เอกมัย ส่วนราคารีเซล (นำกลับมาขายใหม่) ในพื้นที่นี้ราคาเพิ่มสูงขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันระหว่างปี 2556 และ 2557 มาอยู่ที่ราคาขายเฉลี่ย 89,573 บาทต่อตารางเมตร
“จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่สัญจรด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวเข้มและสีเขียวอ่อนเป็นหลัก วิเคราะห์ได้ว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยในรูปแบบคอนโดมิเนียมมีแนวโน้มเติบโตขึ้น เพราะสามารถขยายตลาดไปได้กว้างขึ้นตามแนวรถไฟฟ้าที่ขยายออกไปสู่เมืองชั้นนอก โดยผู้บริโภคไม่ได้ให้ความสำคัญว่าจะต้องอยู่ใกล้ที่ทำงานให้มากที่สุด แต่ถ้าหากสามารถเดินทางได้สะดวกก็พร้อมที่จะขยับขยายออกไปสู่พื้นที่ชั้นนอก"
อีกหนึ่งปัจจัยคือ จากตัวเลขการสำรวจพบว่า 53% มีที่พักเป็นของตัวเอง แต่มีเพียง 23% ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ อีก 22% อาศัยอยู่บ้านพ่อแม่ ที่เหลือ 8% อยู่กับคู่สมรส ซึ่งผู้บริโภคสองกลุ่มหลังนี้ เป็นกลุ่มที่มีโอกาสที่จะซื้อที่อยู่อาศัยในรูปแบบคอนโดมิเนียมในอนาคต จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการที่จะพัฒนาโครงการใกล้บีทีเอสให้อยู่ในรัศมีไม่เกิน 500 เมตร ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นนอก, ไม่เกิน 800 เมตร ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นกลาง ส่วนกรุงเทพฯ ชั้นในไม่จำเป็นต้องใกล้รถไฟฟ้า แต่ควรอยู่ในระยะ 1 กิโลเมตร ส่วนทางด้านราคาควรตั้งต่ำกว่า 3 ล้านบาท เพื่อให้อยู่ในระดับที่ซื้อได้และคนกลุ่มนี้สามารถเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าได้เช่นกัน



