ข่าว

ปลุกคนรุ่นใหม่รักษาผ้าไหมไทยมรดกแผ่นดิน

ปลุกคนรุ่นใหม่รักษาผ้าไหมไทยมรดกแผ่นดิน

21 ธ.ค. 2558

ประธานสภาสตรีฯ พาคณะกรรมการรุดดูชุมชนทอผ้าไหมไทยภาคเหนือ ห่วงคนรุ่นใหม่ไม่สนใจอาชีพทอผ้า ลั่นพร้อมหนุนให้อาชีพเก่าแก่อยู่คู่กับชุมชนต่อไป

             21ธ.ค.2558 ดร.วันดี  กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์  พร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการ สมัยที่ 25  ได้เดินทางไปเยี่ยมองค์กรสมาชิกภาคเหนือในจังหวัดเชียงใหม่  และ ลำพูน โดยมี นางมนต์สุดา ชำนิประศาสน์ ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะนายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงศรีล้านนาเชียงใหม่ และนางอัจฉราวรรณ ลิ้มเล็งเลิศ กรรมการอำนวยการสตรีภาคเหนือ และ นายกสมาคมสตรีนักธุริจและวิชาชีพ-เชียงใหม่ ให้การต้อนรับ และร่วมประชุมคณะกรรมการในภาคเหนือ  เพื่อร่วมกันผลักดันกิจกรรมของสภาสตรีฯ ให้บรรจุตามวัตถุประสงค์ที่ประกาศไว้เมื่อครั้งที่ ดร.วันดีเข้ารับตำแหน่ง

ปลุกคนรุ่นใหม่รักษาผ้าไหมไทยมรดกแผ่นดิน

ปลุกคนรุ่นใหม่รักษาผ้าไหมไทยมรดกแผ่นดิน

  ปลุกคนรุ่นใหม่รักษาผ้าไหมไทยมรดกแผ่นดิน

            นอกจากนั้น ยังได้เดินทางไปเยี่ยมชุมชนทอผ้าไหมใน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ตามโครงการ" ผ้าทอไทย ลมหายใจแม่ของแผ่นดิน" สำหรับ ชุมชนทอผ้าไหมใน อ.แม่แจ่ม จะมุ่งเน้นการทอผ้าฝ้าย โดยเริ่มตั้งแต่การปลูกต้นฝ้าย ต้องใช้เวลากว่า 8 เดือนเพื่อให้ต้นฝ้ายออกดอกสามารถเก็บดอกฝ้ายได้ แล้วนำมาหีปฝ้ายเพื่อแยกเมล็ดฝ้ายออก เพื่อนำไปปลูกใหม่ ส่วนปุยฝ้ายที่ได้ ก็จะนำไปทอเป็นเส้นด้ายและผืนผ้า  ยกลายที่มีถึง 16 ลายในผ้าผืนเดียวกัน อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนทอผ้าของ อ.แม่แจ่มที่ไม่เหมือนใครโดยจะใช้เวลาการทอยก 16 ลาย อีกกว่า  4 เดือน  ผ้าฝ้ายแม่แจ่มจึงแสดงถึงวัฒนธรรมล้านนาไทยที่มีมาอย่างยาวนาน

              ดร.วันดี กล่าวว่า ชุมชนทอผ้าในอ.แม่แจ่ม คนที่ทอผ้าส่วนใหญ่จะเป็นแม่อุ้ย หรือคนแก่ประจำหมู่บ้าน  รุ่นใหม่มักไม่สนใจจะสืบสานสิ่งที่บรรพบุรุษได้ทำไว้  ทำให้ขาดความต่อเนื่อง และเกรงว่า ในอนาคตจะไม่มีคนมาทำอาชีพนี้  ซึ่งถือเป็นอาชีพเก่าแก่และคงความเป็นเอกลักษณ์ของไทย ดังนั้นสภาสตรีฯ จึงทำโครงการ " ผ้าทอไทย ลมหายใจแม่ของแผ่นดิน"  เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงอนุรักษ์ผ้าไทยไว้ เพื่อให้อาชีพทอผ้าไทยไม่สูญหาย
 
             อย่างไรก็ตาม สภาสตรีฯ จะส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพทอผ้าไทยให้อยู่คู่กับชุมชนในแต่ละท้องถิ่นต่อไป  ทั้งการสร้างคนรุ่นใหม่ให้หันมาทำอาชีพทอผ้าไทย  การเข้าถึงช่องทางจัดจำหน่าย และการทำให้ชุมชนทอผ้าไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในแต่ละชุมชน